สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (7) : แนะจุดขายให้กับ นักออกแบบ Uniform ยุคนี้
สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (7) : แนะจุดขายให้กับ นักออกแบบ Uniform ยุคนี้

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 28 ตุลาคม 2558 15:18
ISBN : -


สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (7) : แนะจุดขายให้กับ นักออกแบบ Uniform ยุคนี้


การวิเคราะห์เกี่ยวกับยุทธวิธีระหว่างทหารอังกฤษกับทหารญี่ปุ่นที่รบในมาลายาเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น กล่าวได้ว่า Uniform ที่กองทัพทั้ง 2 ฝ่ายใส่นั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้ทหารญี่ปุ่นเป็นต่อทหารอังกฤษในช่วงแรกอย่างมาก และอาจกล่าวได้ว่า Uniform ที่ทหารอังกฤษใส่มีส่วนทำให้รบแพ้ทหารญี่ปุ่น
อุทธาหรณ์เกี่ยวกับ Uniform ระหว่างกองทัพอังกฤษกับญี่ปุ่นกลายมาเป็นเรื่องที่กองทัพทั้งหลายให้ความสนใจอย่างมาก เพราะฝ่ายหนึ่งได้ Uniform มาเป็นตัวช่วยในการรบ แต่อีกฝ่ายหนึ่งกลับได้ Uniform มาเป็นตัวถ่วงในการรบ   
กองทัพอังกฤษนำชุดที่ทหารใช้ใส่รบในอัฟริกามาใช้ใส่รบในมาลายา โดยใส่กางเกงขาสั้น ใส่เสื้อแขนสั้น ใส่ถุงเท้ายาวขึ้นมาปิดน่อง ใส่หมวกกะโล่ ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็น Uniform ที่ใช้ได้ดีมากในพื้นที่การรบแบบแห้งแล้งแบบทะเลทราย ทหารอังกฤษไม่เคยมีประสบการณ์ในการรบแบบในภูมิประเทศแบบป่าชื้นมาลายาซึ่งต่างจากภูมิประเทศแบบอัฟริกาหรืออินเดียอย่างสิ้นเชิง ที่มาลายานั้นเป็นภูมิประเทศป่าชื้นที่ปกคลุมมีโขดหินและภูเขาซึ่งมีทั้งแดดทั้งฝน นอกจากนั้นยังมี ทาก-ยุง-มด- และแมลงอื่นๆ เต็มไปหมด Uniform ทหารอังกฤษซึ่งใช้ได้ดีในภูมิประเทศแบบทะเลทราย  จึงไม่ใช่ Uniform ที่จะนำมาใส่รบในพม่าและมาลายา
แต่กองทัพญี่ปุ่นทำการบ้านมาดี มี Uniform ที่ปกปิดร่างกายมิดชิด โดยเฉพาะที่ชายหมวกด้านหลังได้เย็บแผ่นผ้าห้อยลงมาปิดท้ายทอยและคอ ลดโอกาสแมลงมากัดได้มาก กล่าวกันว่าเมื่อทหารอังกฤษเล็งปืนหากมียุงมากัดที่คอหรือท้ายทอยสักตัวหนึ่งก็อาจจะยิงข้าศึกไม่ถูก แต่ทหารญี่ปุ่นจะไม่มีปัญหาเรื่องยุงกัดในบริเวณนั้น ทหารญี่ปุ่นจึงมีสมาธิในการรบมากกว่าทหารอังกฤษ
คิดไม่เหมือนกัน ผลลัพท์จึงออกมาต่างกันค่ะ
ในทางธุรกิจนั้นการออกแบบ Uniform นอกจากจะให้แสดงอัตลักษณ์และเป็นสื่อเชิงสัญลักษณ์ให้กับองค์กรแล้วยังต้องเหมาะแก่การใช้งานตามสถานการณ์จริงเปรียบกับการใช้ Uniform ในสนามรบในมาลายาครั้งนั้นด้วย
เราจะสังเกตุว่าแต่ก่อนนั้น Uniform ของพนักงานหญิงในองค์กรต่างๆ จะใส่กระโปรงยืนพื้น แต่ในปัจจุบันนี้จะมีกางเกงด้วย พนักงานจะเลือกใส่ตามความเหมาะสม
ผู้ที่ออกแบบ Uniform มืออาชีพ ต้องศึกษาและเช้าใจในสภาพการทำงานจริงของพนักงานอย่างปรุโปร่งจึงจะออกแบบ Uniform ให้สอดคล้องกับการใช้งานที่แท้จริงได้ มิใช่ว่าออกแบบให้เป็นกระโปรงหรือกางเกงให้ใส่กันเท่านั้นเป็นพอ ...แต่ต้องมีรายละเอียดมากกว่านั้นค่ะ โดยเฉพาะ Uniform ของผู้หญิงนั้นมีรายละเอียดเยอะจริงๆ คนออกแบบต้องเอาไปตั้งเป็นหัวข้อหรือเป็นโจทย์ให้หมด และต้องออกแบบให้ตอบโจทย์นั้นให้หมด และต้องคิดไปให้ไกลกว่าที่กำหนดไว้ใน TOR เช่น

  • คนทำงานต้องทำงานในห้องแอร์ด้วย หรือทำงานทั้งในและนอกห้องแอร์ หรือทำงานกลางแจ้งโดนแดดโดนฝนด้วย
  • คนทำงานใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งบริการที่เคาน์เตอร์ หรือเดินไปเดินมา
  • คนทำงานต้องมีอิริยาบถในการทำงานอย่างไร เช่นต้องยกของไปเก็บในที่เก็บของเหนือศีรษะผู้โดยสาร หรือต้องนั่งยองลงเพื่อดูแลสินค้าที่ระดับใกล้พื้นด้วยหรือไม่
  • คนทำงานต้องมีอุปกรณ์ส่วนอื่นประกอบในการทำงานด้วยหรือไม่ เช่น Tablet กรรไกร กุญแจ  ปากกา  ฯลฯ เพื่อใช้สนับสนุนการบริการ
  • น้ำหนักรวมของ Uniform ทั้งผ้า เข็มขัด รองเท้าแล้วกี่กรัม?  กี่กิโลกรัม?
  •  
รายละเอียดเหล่านี้มีความหมายต่อนักออกแบบ Uniform มืออาชีพสมัยนี้เป็นอย่างมาก   ผู้บริหารต้องคิดเผื่อให้มากค่ะ ต้องพยายามเข้าใจด้วย  อย่าโยนไปให้หน่วยไหนดูแล้วถือว่าจบ  
เราจะเห็นว่า Uniform ผู้หญิงที่ใส่ในองค์กรทั่วไปในปัจจุบันนี้ จะออกแบบกันให้มิดชิดไว้ก่อน  เพราะองค์กรห่วงเรื่องเครื่องแบบที่พนักงานหญิงแต่งแล้วโป๊หรือวับๆ แวมๆ ทำให้ทั้งพนักงานทำงานไม่สะดวกและคนมารับบริการก็เสียสมาธิไปด้วย และอาจเอาไปวิจารณ์ทางสื่อกลายเป็นอีกเรื่องไปอีก     
พวกนักออกแบบ Uniform ที่ออกแบบให้พนักงานหญิงใส่แล้วต้องกังวลกับการต้องเอามือขึ้นมาจับปกเสื้อปิดไม่ให้ลูกค้าเห็นร่องอกของตน และเมื่อเวลานั่งยองลงต้องกังวลกับชายเสื้อหลุดออกมานอกกระโปรง.. หากนักออกแบบ Uniform ทำผลงานได้บกพร่องอย่างนี้  ถ้าสอบต้องได้ F   แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนไปรับนโยบาย แนวคิดการออกแบบ Uniform นั้น ผู้บริหารสั่งให้ออกแบบใน TOR ให้เหมือนไปใช้ในงาน  Motor Show หรือเปล่า ...อันนี้ก็แล้วแต่ค่ะ
อย่าลืมนะคะว่า การออกแบบ Uniform ต้องคิดถึงเรื่องจิปาถะ ที่เข้ามาประกอบให้ครบถ้วน  เช่น Tablet กรรไกร กุญแจ  ปากกา ฯลฯ  เพราะพวกนี้ต้องหาที่อยู่ให้มัน และต้องให้หยิบใช้สอยได้ง่าย ...และต้องดูโก้ด้วย  อย่าให้ต้องมาเหน็บอยู่รุงรังรอบๆ เอว  
ใครอยากเห็นการจัดการกับอุปกรณ์ประกอบบริการเหล่านี้ให้ดูดีได้อย่างไร  ต้องไปดูในสรรพสินค้าดังๆ ที่ญี่ปุ่นหมวดเสื้อผ้าค่ะ 
Uniform ต้องใช้วัสดุที่ไม่หนักมากเกินไปนัก เพราะจะให้ทำงานได้คล่องตัว ไม่อึดอัดในขณะทำงาน   ปัจจุบันน้ำหนักของ Uniform กลายเป็นค่าใช้จ่ายในธุรกิจบางประเภทด้วย เช่น น้ำหนักของ Uniform ของพนักงานทำงานบนเครื่องบินจะเกี่ยวข้องกับการใช้เชื้อเพลิงของอากาศยาน   เขากำลังคิดแม้กระทั่งจะใช้วัสดุน้ำหนักเบามาทำหัวเข็มขัด
เรื่องพวกนี้เมื่อก่อนพวกสายการบินไม่เคยคิด แต่หลังจากที่น้ำมันเคยออกฤทธิ์  ขึ้นราคาไป 120 $ ต่อ Barrel เป็นเหตุให้สายการบินต้องมาคิดใหม่  ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องการจัดการน้ำหนักกันอย่างรัดกุม เพราะถือว่าน้ำหนักที่ขึ้นไปอยู่กลางอากาศทุกกรัมคือต้นทุนและค่าใช้จ่าย ... ในเครื่องบินแบบ  B747 ซึ่งมีพนักงานทำงาน  22 คน หากลดน้ำหนักรวมไปได้สัก 10 กิโล ในช่วงบิน ไป-กลับ ยุโรป ทั้งปี จะลดค่าใช้จ่ายในการบินต่อปีหลายแสนบาท
หากใครอยากเป็นนักออกแบบ Uniform มืออาชีพยุคนี้ จะต้องพยายามหาโจทย์แนวนี้มาเป็นแนวคิดในการออกแบบ ...แล้วท่านจะมีจุดขายที่ดีกว่าคนอื่นค่ะ 

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์