สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (2) : Uniform: เป็นอะไรที่มากกว่าเครื่องแบบ และบอกอะไรได้มากกว่าที่เห็น..
สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (2) : Uniform: เป็นอะไรที่มากกว่าเครื่องแบบ และบอกอะไรได้มากกว่าที่เห็น..

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 28 ตุลาคม 2558 15:07
ISBN : -


สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (2) : Uniform: เป็นอะไรที่มากกว่าเครื่องแบบ และบอกอะไรได้มากกว่าที่เห็น..


Uniform  ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องแบบที่องค์กรกำหนดให้พนักงานใส่เท่านั้น  แต่  Uniform  มีความหมายรวมไปถึงการปฏิบัติ/พฤติกรรม และการแสดงออกของพนักงาน เมื่ออยู่ในเครื่องแบบนั้นด้วย  Uniform เป็นภาพรวมของผู้ที่แต่งกายที่แสดงเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ขององค์กรที่ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย 
เรามักได้ยินคำพูดในทำนองนี้...
 “ถ้าคุณจะไปกินเหล้า... อย่าไปใน Uniform ...กรุณาไปในชุดอื่น”
“ถ้าคุณแต่งUniform กรุณาอย่าพับแขนเสื้อ”
“ถ้าคุณอยู่ใน Uniform อย่าเล่นกันอย่างนั้นอย่างนี้”
ฯลฯ
การอยู่ใน Uniform เป็นการกระชับตัวเอง กระชับอารมณ์ กระชับพฤติกรรม รวมไปถึงกระชับพื้นที่ในการแสดงตน(ขอยืมคำของพันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศ.อ.ฉ. มาใช้งานนี้หน่อยค่ะ)
ผู้เขียนขอเตือนให้คนที่อยู่ใน Uniform  ในโลก Cyber ระวังตนเองให้จงหนัก เพราะการกระทำตัวที่พลาดไป  หรือไม่เหมาะสมของการเป็นพนักงานที่อยู่ใน Uniform อาจถูกบันทึกไว้โดยอุปกรณ์สื่อสารพื้นฐานในปัจจุบัน  สามารถส่งผ่านไปทางช่องทางของ Viral Communications ต่างๆ สู่สาธารณะได้รวดเร็วและกว้างขวางอย่างคิดไม่ถึง
นั่นคือนรกที่เห็นๆ...
เราคงเคยเห็น Video Clip พนักงานที่อยู่ใน Uniform ขององค์กรที่มีชื่อเสียงแสดงอาการและอารมณ์กราดเกรี้ยวกับคนอื่นโดยส่งผ่านทาง Internet ต่อๆ กันมาถึงเรา  โดยเราไม่ได้ตั้งใจรับมาดูด้วยซ้ำ ...สำหรับผู้เขียนมองไปว่าเรื่องนี้แท้จริงแล้วน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเธอกับคนอื่น  ซึ่งเรื่องอาจเนื่องมาจากนิสัยส่วนตัว หรือการควบคุมตัวเองของเธอไม่ได้ เรื่องอาจจะจบลงไปอย่างใดอย่างหนึ่งตามธรรมชาติของมัน   แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นว่า เธอผู้นั้นได้ฉุดเอาองค์กรของเธอตกเหวไปด้วยทั้งๆ ที่องค์กรของเธอไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่กับเธอแม้แต่น้อย  
คนกล่าวถึงเธอแล้วแถมชื่อองค์กรเธอติดไปด้วย เพราะเธออยู่ใน Uniform ขององค์กรนั้น   ตัวเชื่อม หรือ กุญแจสำคัญ ในเรื่องนี้ก็คือ Uniform นั่นเอง
องค์กรขนาดใหญ่แสดงอัตลักษณ์และ Brand ของตนผ่านออกมาทาง Uniform เมื่อคน ได้รับรู้ ได้เรียนรู้ และ ได้มีประสบการณ์กับบริษัทก็จะเกิดความคาดหวังและมีจินตนาการไว้ว่า พนักงานขององค์กรที่ดูดี และมีชื่อเสียงที่อยู่ใน Uniform นั้นควรเป็นอย่างไร
ในส่วน ของหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลพนักงานที่แต่ง Uniform ขององค์กร ต้องมองว่า Uniform เป็นสิ่งมีค่าเพราะ Uniform เป็นทั้งอัตลักษณ์องค์กร, เป็นส่วนหนึ่งของ Brand, เป็นบุคลิกองค์กร, เป็นความมุ่งหมายองค์กร ฯลฯ หลายองค์กรไม่ยอมให้พนักงานใหม่ที่อยู่ในช่วงทดลองงานใส่ Uniform ด้วยซ้ำ เพราะยังไม่แน่ใจว่าพนักงานจะสามารถทำหน้าที่และทำอะไรอีกหลายอย่างได้ตามที่บริษัทคาดหวังได้หรือไม่ การทำอย่างนี้ในทางจิตวิทยาถือว่า ทำให้ Uniform มีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น  เพราะอะไรที่ได้มาง่ายเกินไปผู้รับจะไม่ให้คุณค่ากันมากนัก
เมื่อพนักงานใหม่ท่านใดสามารถแต่ง Uniform ได้  ก็เท่ากับว่าพนักงานท่านนั้นได้ผ่านมาตรฐานขององค์กร  ทั้งในเรื่องการทำงานและการปฏิบัติตัว ซึ่งองค์กรยอมรับและเห็นว่าเหมาะสมที่จะให้เข้ามาร่วมหัวจมท้ายกับองค์กรได้
ในส่วนของพนักงาน  คนใดที่ได้ใส่ Uniform แล้วก็ต้องรู้ว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ท่านต้องทำหน้าที่และรับผิดชอบทุกอย่างให้ได้ ตามที่องค์กรคาดหวัง และยิ่งกว่านั้น... Uniform ที่ท่านใส่ เป็นสิ่งที่เตือนใจว่า ท่านต้องหวงแหนและรักษาหน้าตาองค์กรไว้อย่างเต็มความสามารถ
ผู้เขียนได้อารัมภบทไว้ในตอนที่แล้วว่า Uniform พัฒนามาจากการแต่งกายของกองทัพในการรบตั้งแต่ 4,000 ปีที่แล้ว และภาพของ Uniform ชัดเจนขึ้น  อย่างในสมัยกลาง เมื่อทั้งกองทัพคริสเตียนและมุสลิมแต่งตัวเข้าปะทะกันในสงครามครูเสด  หลังจากสงครามเลิกราโดยเฉพาะพวกอัศวินคริสเตียนคณะ The Templar กลับไปปรุงแต่งเรื่องจารีตเกี่ยวกับ Uniform ให้เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น
พัฒนาการของ Uniform เป็นมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกองทัพและจารีตในราชสำนักต่างๆ บรรดาทหารใช้ Uniform แยกหมู่เหล่าออกไปชัดเจน จากนั้น Uniform ได้พัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้สอยและการรบ   Uniform กลายเป็นยุทธปัจจัยสำคัญที่กองทัพให้ความสำคัญอย่างมาก
ในสถานะของการเป็นพนักงานหรืองานในบางสาขาอาชีพ Uniform เป็นสิ่งบอกเล่าถึงความน่าเชื่อถือของบุคลากรได้ชัดเจน โดยไม่ต้องแนะนำกันอีก ผู้พบเห็นจะรับรู้และเข้าใจได้ทันทีว่า  ผู้ที่อยู่ใน Uniform นั้น ควรอยู่ในอาชีพใด มีหน้าที่รับผิดชอบอะไร ? และควรมีลักษณะส่วนตัวอย่างไร ?  เช่น  Chef, พยาบาล, หมอ,นักบิน ฯลฯ  ซึ่ง Uniform จะบอกให้คนที่พบเห็นได้ว่า... คนเหล่านั้นคือใคร? และต้องเป็นคนอย่างไร?   
และสิ่งที่ซ่อนอยู่ใน Uniform คือเป็นสิ่งที่สร้างความศรัทธาให้กับบุคคลที่อยู่ใน Uniform เหล่านั้น คนที่ใส่ Uniform ทั้งหลายพึงเห็นคุณค่าและให้ความเคารพต่อUniform ที่สวมใส่อยู่เพราะมีความเกี่ยวเนื่องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของตน
ขอให้ท่านลองจินตนาการว่า ...วันหนึ่งท่านยืนอยู่หน้าห้องวินิจฉัยโรคที่โรงพยาบาลมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ลูกท่านเป็นคนไข้อยู่ในห้องตรวจ สักพักหนึ่งมีชายนิรนาม ใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ แบบ In trend  เดินเข้าไปในห้องตรวจ... ท่านคิดต่อไปว่า ...คนนี้เป็นใคร ? 
สักพักหนึ่งชายคนนั้นเดินออกมานอกห้อง แล้วถามท่านว่า
“คุณเป็นแม่เด็กชาย XXX ใช่ไหมครับ ?”
ชายคนนั้นพูดต่อไปว่า ...”...ลูกชายคุณต้องได้รับการผ่าตัดครับ ซึ่งผมจะผ่าตัดในวันพรุ่งนี้ ไม่ยุ่งยากมากครับ ผ่าเสร็จแล้วต้องอยู่โรงพบาบาลดูอาการสัก 4 -5 วัน แล้วคงกลับบ้านได้”
ถึงตอนนั้นท่านเริ่มพูดอยู่ในใจกับภาพที่ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่า ...
“โอ! พระเจ้า ..เขาเป็นหมอ ??? “ ท่านอาจจะถามตัวเองซ้ำอีกหลายครั้ง และหลับตาภาวนาเรียกความมั่นใจ
“...ลูกฉันจะรอดไหมเนี่ย ?”
ฯลฯ
ในความเป็นจริงแล้วชายคนนั้นคือหมอผ่าตัดฝีมือดีคนหนึ่งในประเทศไทย แต่การที่หมอเดินเข้ามาทำงานในชุดที่เหมือนกับคนใส่ไปเที่ยว Pub  แถวพระราม 9 ใครล่ะจะเชื่อถือ ?
Scenario ที่จำลองขึ้นมานี้ คงทำให้เราพอเห็นได้ว่า  Uniform  เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถสร้างความน่าเชื่อให้กับผู้ที่พบเห็นได้มากเพียงใด ?
(ตอนต่อไปจะกล่าวถึง... พวกชอบแก้ไข Uniform )

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์