ความล้มเหลวในการสื่อสารภาวะวิกฤตของรัฐในภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ (3)
ความล้มเหลวในการสื่อสารภาวะวิกฤตของรัฐในภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ (3)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 28 ตุลาคม 2558 14:02
ISBN : -


ความล้มเหลวในการสื่อสารภาวะวิกฤตของรัฐในภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ (3)


Entertainment ตัวช่วยในการสื่อสารภาวะวิกฤตที่รัฐไม่ได้นำมาใช้...
สงสัยไหมคะว่า...            
ทำไมคนจึงโหยหาข่าวสารเกี่ยวกับอุทกภัยครั้งนี้ที่กระจายไปทาง TV และ Social Media มากอย่างไม่น่าเชื่อ พูดได้เต็มปากเลยค่ะว่า
คนสนใจช่องทางช่าวจากช่อง TV สาธารณะอื่นๆ และ Social Media  มากกว่าช่องทางสื่อสารของรัฐเสียอีก  
ในทางนิเทศศาสตร์นั้นมีกลุ่มปัจจัยหลักที่ทำให้การสื่อสารลื่นไหลไปสู่เป้าหมาย อยู่ 4 อย่างค่ะ... คือ Inform, Instruct, Persuade, Entertainment
ตัวเรียกแขกที่สำคัญนั้นอยู่ที่ตัวสุดท้ายค่ะ คือ
Entertainment
การสื่อสารที่ส่งกันไปแต่เนื้อๆ ไม่มีความหรรษารื่นรมณ์ ไม่สามารถสร้างบรรยากาศและแรงจูงใจให้น่าสนใจได้ดีเท่ากับการสื่อสารที่มีความบันเทิงแฝงไปด้วย
ท่านผู้อ่านต้องนึกว่าผู้เขียนคงบ้าไปแล้ว ในบรรยากาศน้ำท่วม จะมาคุยเรื่องตลกขบขันอะไรกันยามนี้
เอ... แต่เราไม่คิดกลับไปอีกด้านหรือคะว่า
ในยามที่คนเครียดจะเป็นบ้ากันค่อนเมือง คนเริ่มหดหู่มากขึ้น มีคนเริ่มอยากฆ่าตัวตาย  เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เลวร้ายไปถึงจุดนั้น การปล่อยให้วิกฤติของชีวิตและอารมณ์ผู้ประสพภัยไปถึงจุดนั้น จะทำให้ชีวิตที่บอบช้ำอยู่แล้วจะบอบช้ำหนักเข้าไปอีก
และรัฐจะต้องมีงานอื่นซ้อนขึ้นมาอีก....
การคิดในเชิงนิเทศศาสตร์คือ ต้องหาวิธีการสื่อสารเพื่อช่วยเยียวยาให้คนตกทุกข์และสังคมที่กำลังหวาดหวั่นรู้สึกผ่อนคลายและมีกำลังใจที่จะอยู่ต่อสู้กับปัญหาที่เลวร้ายให้ได้
ต้องหาทางคลายทุกข์ให้สังคมที่กำลังบอบช้ำค่ะ...
ได้เป้าหมายชัดเจนขึ้นมาแล้วค่ะ จากนั้นก็ไปหาวิธีการกันต่อไป
ต้องขอบอกว่าผู้ที่ตีโจทย์นี้แตกและหาวิธีการได้เป็นรายแรกนั้นคือ TV ช่อง 3 ค่ะ
เมื่อคุณสรยุทธนำคุณโก๊ะตี๋เข้ามาร่วมรายการทั้งออกพื้นที่และมานั่งรายงานข่าวด้วยกัน
เราคงเห็นนะคะว่า บรรยากาศของการเสนอข่าวที่เครียดอยู่หลายวันเปลี่ยนไปทันที
นักนิเทศศาสตร์หรือนักสื่อสารมวลชนมืออาชีพรู้จักคุณค่าของ Entertainment  และหยิบมาใช้กันนานแล้วค่ะ
ไปดูทั้งในการชุมนุมของทั้งพันธมิตรและของ นปช. ที่ผ่านมาสิคะ เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าอุปกรณ์บันเทิงถูกจัดตั้งพร้อมคาอยู่บนเวทีเพื่อผ่อนคลายผู้ชุมนุมโดยมีการจัดรายการให้รายการบันเทิงแทรกเข้ามาเป็นช่วงๆ
หรือหากจะย้อนกลับไปดูให้ไกลอีกหน่อย
ใครเคยผ่านชีวิตนักศึกษาสมัย 14 ตุลา 2516 กันมาบ้างคะ?
ตอนนั้นผู้เขียนเรียนอยู่ ปี 1 ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ มีเพื่อนหลายคนไปชุมนุมที่ธรรมศาสตร์บ้าง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยบ้าง เวลากลับมาที่คณะฯ ก็เอาเพลงเพื่อชีวิตมาร้องให้ฟัง เอาเทปมาเปิดฟังจนเพื่อนๆ ร้องกันได้หลายเพลง
นิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยช่วงนั้นต่างก็รู้ว่า วงดนตรี คาราวาน, กรรมาชน นั้นมีความหมายมากแค่ไหนในการเคลื่อนไหว
Entertainment ในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 นั้นคือพลังค่ะ
นั่นคือความมหัศจรรย์ของ Entertainment ตัวสร้างพลังที่เราเห็นได้ชัดในการสื่อสารในยามวิกฤตค่ะ
ในวิกฤติอุทกภัย ครั้งนี้... เราได้เห็นพลังของ Entertainment อีกครั้ง เมื่อ TV สาธารณะได้หยิบเอา Entertainment มาสนับสนุนในการทำข่าว ไม่ว่าจะนำบุคคลด้านบันเทิงเข้ามาร่วมเสนอข่าวทั้งในรายการและออกพื้นที่ หรือการนำเหล่าดาราออกช่วยเหลือ เป็นการสร้างแรงดึงดูดให้เกิดขึ้นกับการเสนอข่าวสารของตนให้ดีขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ
Entertainment ในอีกหลายกิจกรรมถูกนำมาผสมผสานเข้าในการสื่อสารวิกฤตอุทกภัยได้อย่างกลมกลืนในหลายพื้นที่ เช่น ความบันเทิงในศูนย์อพยพ การเล่นดนตรีบนรถบรรทุกทหารในพื้นที่ประสพภัย การร้องเพลงที่ศูนย์รับแจ้งเหตุของตำรวจบางพื้นที่ หรือดนตรีเดินเท้าของทหารเพื่อสร้างกำลังใจให้กับประชาชน
แต่สื่อของรัฐอาจยังคิดไม่ออกว่า Entertainment  เป็นตัวช่วยที่เป็นประโยชน์ได้อย่างดีอีกตัวหนึ่งในภาวะวิกฤติ กลับไปมุ่งเอาเฉพาะเนื้อหาเรื่องน้ำท่วมมาจัดกันแบบ Talk Show เป็นหลัก
เพราะการทำอะไรต้องอยู่ในกรอบและระเบียบ จะทำอะไรแปลกออกไปก็ลำบาก หันไปทางไหนก็เจอวิธีปฏิบัติ ผู้กำชับหรือผู้กำกับ และข้อจำกัดไปหมด
สื่อของรัฐก็คงคิดและทำอะไรได้ไม่มากไปกว่านั้นจริงๆ...

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์