One Voice Message (2)
One Voice Message (2)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 15 กรกฎาคม 2558 02:03
ISBN : -


One Voice Message (2)


One Voice Message (2) 

สร้าง “เอกภาพในการสื่อสาร” เพื่อช่วยการทำงานให้ “เอาอยู่”  

การสื่อสารในการทำงานใหญ่หรือการสื่อสารในองค์กรหรือหน่วยงานใหญ่ โดยเฉพาะองค์กรหรือหน่วยงานที่มีพื้นที่การทำงานในปริมณฑลเป็นพื้นที่กว้าง มีสาขามากมาย ทั่วประเทศ หรือทั่วโลก ต้องควบคุมกระบวนการของ One Voice Message  

การควบคุมกระบวนการทั้งหมดคือต้องจัดการเกี่ยวกับ เนื้อหา ช่องทางสื่อสาร และเวลา ให้รัดกุม

หากพูดกันในการทำงานแบบชาวบ้าน ก็ต้องพูดว่า... ต้อง “คุม” ไม่ให้ “หลุด” ไปจากเป้าหมายเด็ดขาด เพราะถ้า “หลุด” ไปแล้วจะกลายเป็น “เละ” ค่ะ 

ในธรรมชาติของการทำงานด้านการสื่อสารนั้น คนทำงานด้านการสื่อสารมีโครงสร้างในการทำงานของตนอยู่ ซึ่งนักนิเทศศาสตร์จะแตกรายละเอียดออกไปเป็น

Text(Message), Target Group, Media, Tool, Time, Budget…. 

แต่ไม่ว่านักนิเทศศาสตร์จะแตกรายละเอียดให้ดูเท่ห์อย่างไร สิ่งที่ลืมไม่ได้หรือต้องคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลานั้นคือเรื่อง Key Message ที่จะเข้าไปแฝงอยู่ใน Message ทุกชิ้นให้ได้อย่างแนบเนียน

และ Key Message ที่กระหน่ำออกไปนั้นต้องออกไปเป็นเรื่องเดียวกันนำไปสู่เป้าหมายและวัตถุประสงค์เดียวกัน หรือการทำงานที่เป็น One Voice Message ค่ะ 

ถ้าจะพูดให้เป็นภาษา ‘ตี้ส สักหน่อยก็ต้องพูดว่า ต้องคุมสีสันและเทคนิค (Tone & Technique of Message Handling ) ในการนำเสนอของ Key Message คือนอกจากจะคุมไม่ให้ “หลุด” แล้ว ต้องคุมให้ดำเนินการไปให้ดูดีด้วย

เพื่อให้เห็นภาพเรื่องนี้ชัดเจน ผู้เขียนขอนำท่านผู้อ่านกลับไปดูการทำงานและการเคลื่อนไหวของการทำงานเกี่ยวกับข่าวสารทั้งของส่วนกลางและของสื่อสาธารณะกันค่ะ

การสื่อสารในภาวะวิกฤติ เช่น ภัยพิบัตินั้นเขาถือว่าเป็นการสื่อสารในสภาวะฉุกเฉินระดับเดียวกับภาวะสงคราม  เขาจะต้องตั้งผู้อำนวยการสื่อสารขึ้นมา 1 คน อาจเรียกว่าเป็น CEO การสื่อสารและข่าว ขึ้นตรงกับผู้นำประเทศ

เราลองนึกย้อนกลับไปดูในเหตุการณ์ตอนมหาอุทกภัยสิคะ ถามว่า ...ท่านนึกว่าใครเป็นผู้อำนวยการเพื่อคุมสีสันและกระบวนการ จากรัฐบาลส่วนกลางในตอนนั้น 

เราอาจจะไม่รู้ชื่อว่าเป็นใคร ? ...ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีหรือไม่ ? ...ซึ่งก็น่าจะมี 

แต่สำหรับความรู้สึกของคน กทม. ทั่วไปเมื่อย้อนกลับไปในเวลานั้นกลับไปนึกถึงคนที่มีอิทธิพลต่อการให้ข่าวและการดำเนินการของชีวิตที่มีภาพชัดอยู่ 2 คน คือ คุณ สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา และ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร (คุณยายท่านหนึ่งเรียกคุณ สรยุทธ์ ว่า ซะ ละ ยู้ด... และ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ว่า ...ชายอ้วน)

คุณ สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในภัยพิบัตินั้นโดยวิชาชีพ ส่วน ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลเรื่องภัยพิบัติในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบโดยตรง 

เมื่อวิกฤตอุทกภัยเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เนื้อหาหรือข้อมูลที่ออกมาจาก 2 คน นี้ มีผลต่อการรับรู้ ความน่าเชื่อถือ และการตัดสินใจของผู้คนจำนวนมากตามมาด้วย

เอ... แล้วทำไมภาพ CEO การสื่อสารและข่าวจากส่วนกลางคือฝั่งรัฐบาลจึงดูเลือนๆ และไม่ชัดเจน

CEO การสื่อสารและข่าวในซีกรัฐบาลพยายามนำเอาคนโน้นบ้างคนนี้บ้างมาเปิดประเด็นและแสดงทัศนคติและเนื้อหาหลากหลายทางสื่อ TV ทุกเนื้อหาและกระบวนการเหล่านั้นความจริงแล้วล้วนแต่ดี แต่ CEO ข่าวคงไม่ได้ตั้งกรอบ และวางทิศทางไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้กับคนที่มาร่วมอภิปรายในแต่ละครั้งรับทราบว่า Key Message ที่รัฐบาลได้สร้างขึ้นหรือต้องการให้พูดเพื่อเข้าประเด็นอยู่ในกรอบอะไร พูดทำไม พูดเพื่ออะไร หวังผลอะไร 

ยิ่งมีการเสาะหาผู้รับเชิญมาคุยกันมากเข้า  ก็ยิ่งกลายเป็น Talk Show ค่ะ...

ทำให้ขาดแก่นเนื้อหาไปอย่างน่าเสียดาย

การที่ผู้เชี่ยวชาญและผู้รู้ที่มาพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้หลากหลาย ไม่ได้เป็นการสร้างเอกภาพในการสื่อสาร One Voice Message ให้มีน้ำหนักมากขึ้นมาได้ แต่กลับทำให้สิ่งเหล่านั้นไปกลบเรื่องการช่วยเหลือชาวบ้านให้อ่อนลงไป

ส่วนเรื่องการเสนอข่าวในภาพรวมในทุกพื้นที่นั้น ผลงานกลับไปอยู่ในฝั่งของคุณ สรยุทธ์ฯ และคณะ  นับว่า มีผลต่อการติดตามของผู้เสพย์ข่าวอย่างดี

และเมื่อหันไปมองเรื่อง Key Message และ One Voice Message ของ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือของ กทม. นั้นเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ...ถึงอย่างไรก็ต้องมองว่าคุณสรยุทธ์ฯ จะคิดทำอย่างไรก็สะดวกเพราะมีสื่ออยู่ในมือ แต่ กทม. ไม่ได้มีช่องรายการโทรทัศน์เป็นของตนเอง แต่ทุกครั้งที่เป็นข่าวออกมาในเวลาที่สั้นเพียงน้อยนิดในสื่อช่องโน้นช่องนี้ ผู้ว่า กทม. สามารถสื่อสารได้เนื้อหาที่หนักแน่น ซึ่งจะคลุมในเรื่อง ...สถานการณ์ ...การแก้ไข ...จุดช่วยเหลือ ...วิธีการช่วยเหลือ..สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป

เพราะในการพูดทุกครั้งมี  Key Message ที่ชัดเจนค่ะ

ผู้ที่มีหน้าที่ต้องให้ข่าวกับสื่อบ่อยๆ ลองศึกษาการให้ข่าวของผู้ว่า กทม. ช่วงน้ำท่วมสิคะ ผู้เขียนเห็นว่าเป็นกรณีที่น่าศึกษาค่ะ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะนึกว่านักสื่อสารมักจะต้องอยู่ในรูปแบบของคนที่มาดเข้ม ใครซัดมาจะซัดกลับได้หนักหน่วงทุกประโยค แต่ผู้ว่า กทม. ไม่ได้มีมาดอย่างนั้น แต่ในคำพูดที่นิ่มๆ จะมี Key Message ชัดเจน  

ในเชิงการบริหารจัดการ เรายังสามารถมองลึกไปยังเบื้องหลังคำพูดนั้นได้ว่า ได้วางแผนทำงานรองรับตาม Key Message ไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว เพราะทั้งรองผู้ว่าและคนทำงานในร่มเงาของ Key Message  ได้ขานรับและทำทุกอย่างที่เป็น One Voice Message 

ทำให้เรามองเห็นได้ว่า การจะได้ Key Message ที่ดีและลงตัวนั้น จำเป็นต้องมีการประชุมและการตัดสินใจเพื่อดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนจากทีมงานเสียก่อน 

(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์