ของกินที่ฮ็อกไกโด
ของกินที่ฮ็อกไกโด

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 24 พฤศจิกายน 2560 15:14
ISBN : POSTTODAY


ของกินที่ฮ็อกไกโด


ใครเป็นนักกินจะต้องหลงรักเกาะฮ็อกไกโด และเป็นที่รู้กันนะคะว่าของอร่อยของญี่ปุ่นส่วนหนึ่งมีโรงงานและการผลิตอยู่ที่เกาะฮ็อกไกโด เพราะเกาะฮ็อกไกโดคือพื้นที่ตอนบนสุดของญี่ปุ่นเป็นพื้นที่การเกษตรและกสิกรรมที่ดีมาก ซึ่งก็ไม่เพียงแต่มีการปลูก พืช ผักมากมายเท่านั้นแต่ยังเป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์เช่นวัวนมและแกะซึ่งให้ทั้งนมสดและนำมาแปรรูปเป็นเนยและชีสส่งไปขายทั่วญี่ปุ่น
     เกาะฮ็อกไกโดนอกจากเป็นแหล่งผลิตอาหารบนพื้นดินแล้วยังมีความอุดมสมบูรณ์ไปถึงทรัพยากรในทะเล
     ปลาแซลมอนก็จับได้มากที่ฮ็อกไกโด และยังเป็นแหล่งที่ปลาแซลมอนมาวางไข่ด้วย
     มหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่นอกเกาะออกไกโดมีสัตว์ทะเลชุกชุมซึ่งอยู่กับกระแสน้ำเย็นโอยาชิโวที่ไหลเลี้ยววน ลงมาจากทวีปอเมริกาเหนือนำหอยปูปลาจำนวนมากลงมาให้คนญี่ปุ่นได้จับกิน
      อาหารทะเลอร่อยเป็นสีสันอยู่ทั่วเกาะอ็อกไกโด หากเดินเมื่อย ๆ ในเกาะฮ็อกไกโดอาจพบคนกำลังปิ้งหอยเชลล์ขายที่ข้างทาง เขาวางฝาหอยด้านที่ติดเนื้อบนตะแกรงเหนือเตาถ่าน ราดโชยุลงไปบนเนื้อหอย  ปิ้งจนร้อน พอซอสเดือดปุด ๆ เนื้อหอยก็สุก คนขายใช้มีดซอยเนื้อหอยที่ติดกับฝาให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ยื่นให้เราพร้อมกั ไม้จิ้ม 1 อัน ราคา 400 เยน
      ฉ่ำทั้งน้ำทั้งเนื้อ อร่อยและเพลิดเพลินไปได้ในบรรยากาศการเดินเล่นในเกาะฮ็อกไกโดค่ะ
     ตัวอย่างเล็ก ๆ ที่เห็นอย่างนี้แหละค่ะที่ทำให้เขาพูดกันว่า... เกาะฮ็อกไกโดมีความอร่อยให้สัมผัสอยู่ทุกที่  
     เวลานั่งรถในเกาะฮ็อกไกโดออกไปนอกเมืองก็เห็นทุ่งเกษตรที่ดูแล้วทั้งภูมิประเทศและภูมิอากาศคล้ายกับยุโรป เพราะก็อยู่ในแนวเส้นรุ้งเดียวกับยุโรปตอนกลาง
พืชพันธ์ุธัญญาหารบนแผ่นดินที่นี่อุดมสมบูรณ์และมีสีสันไม่ต่างจากฝรั่งเศส
     ผู้เขียนคิดว่าหากไม่มีเกาะฮ็อกไกโดอาหารญี่ปุ่นจะไม่อร่อยเหมือนอย่างที่เป็นอยู่แน่นอน หรือถ้าลบเกาะฮ็อกไกโดออกจากแผนที่ญี่ปุ่นไปแล้ว ญี่ปุ่นจะขาดเนื้อหาแห่งความอิ่มเอมจนโหวงเหวงไปเลยทีเดียว
     ว่าตามจริงการเกษตรญี่ปุ่นทั่วประเทศก้าวหน้ามากอยู่แล้วในรูปแบบของตนเอง
     ญี่ปุ่นปลูกพืชและใช้พื้นที่เพาะปลูกอย่างคุ้มค่า ที่ว่าง ๆ ข้างบ้านคนญี่ปุ่นไม่กี่ตารางเมตรเขาก็ปลูกโน่นนี่สารพัด เช่นปลูก เผือก ส้ม พลับ เกาลัด ฯลฯ
     ผลผลิตที่มาวางขายตามข้างทางบางแห่งนั้นไม่ได้มาจากแหล่งกสิกรรมในพื้นที่ใหญ่เลย แต่มาจากพื้นที่ว่างข้างบ้าน
     ตอนเช้าที่เราขับรถผ่านหมู่บ้านซึ่งปลูกส้มในเกาะฮ็อกไกโด เห็นคนนำส้มใส่ถุงตาข่ายมาวางไว้ที่เพิงเล็ก ๆ มีหลังคาซึ่งปลูกไว้ที่ข้างถนน มีป้ายติดไว้ที่เพิงบอกว่าส้มราคาถุงละเท่าใด เช่น 400 หรือ 500 เยน แล้วก็วางกล่องใส่เงินไว้ ไม่ต้องมานั่งขาย ใครขับรถผ่านอยากจะซื้อส้มก็จอดรถแวะลงไปหยิบถุงส้มแล้วใส่เงินไปในกล่อง ตกเย็นเจ้าของก็มาเก็บเงินกลับบ้าน
      อาหารหลักและสำคัญของคนญี่ปุ่นคือข้าวพันธุ์ Japonica ซึ่งเป็นข้าวเมล็ดสั้นมีความเหนียวเล็กน้อย คนญี่ปุ่นปลูกข้าวขนิดนี้เป็นหลัก ทั้งนำมาหุงกินและอาจแปรรูปไปเป็น เหล้าสาเก ขนมโมจิ และแป้งทำขนมกรุบกรอบต่าง ๆ
     คนญี่ปุ่นให้คุณค่าของการผลิตข้าวมากเพราะเป็นอาหารหลักของคนทั้งชาติ ซึ่งการปลูกข้าวของคนญี่ปุ่นนั้น ในส่วนที่ผลิตข้าวในที่นาหรือเกษตรกรรมแปลงใหญ่ก็จะมีอยู่ทั่วไปทั้งประเทศ
     แต่ที่น่าสังเกตนั้นคือการผลิตข้าวในพื้นที่เล็ก ๆ ของคนญี่ปุ่นก็มีกระจายอยู่ทั่วไป เราจะเห็นคนญี่ปุ่นปลูกข้าวตามซอกตึก หรือที่ว่างข้างบ้านในเมืองใหญ่ ๆ แม้ในพื้นที่เพียง 20 ตารางเมตรเขาก็ปลูกข้าวไว้กินได้
     ถึงฤดูเก็บเกี่ยวจะมีรถเกี่ยวข้าวและสีข้าวคันเล็ก ๆ ไปสีข้าวตามซอกซอย ส่วนฟางข้าวก็ปั่นให้เป็นปุ๋ยให้เน่าเปื่อยไม่เผาทิ้งเหมือนบ้านเรา
     วิถีชีวิตอย่างนี้เป็นภาพที่ทำให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นแม้จะมีฐานะดีอย่างไรเขาก็อยู่แบบพึ่งพาตัวเอง อะไรที่ทำได้ก็จะทำเอง เช่นการปลูก พืช ผัก ผลไม้ หรือแม้แต่ข้าวไว้กินเองในพื้นที่เล็ก ๆ ข้างบ้านนี้เป็นสิ่งที่เราแทบไม่เห็นในวิสัยการปลูกข้าวที่อื่นในโลก อาจจะเห็นในเกาหลี จีน และ เวียดนาม แต่ก็ไม่ชัดเจนเหมือนที่ญี่ปุ่น
     เกาะฮ็อกไกโดนั้นเป็นพื้นที่เขาใช้ทำเกษตรกรรมแปลงใหญ่เพาะปลูกพืชผลการเกษตร ให้ผลผลิตจำนวนมาก มีระบบเก็บเกี่ยวเหมือนกับใน อเมริกา ออสเตรเลีย
     เกาะฮ็อกไกโดยังเป็นพื้นที่ปลูกดอกไม้เมืองหนาวขนาดใหญ่ มองไปแล้วเห็นความตั้งใจที่คนญี่ปุ่นต้องการยกภาพงาม ๆ ในยุโรปมาไ้ว้เชยชมในบ้านตัวเองให้ทัดเทียมกับยุโรป ทำให้เราได้เห็นลาเวนเดอร์สีม่วงเต็มท้องทุ่งไม่ต่างกับที่ Provence ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ใครเห็นก็ประทับใจ แต่คนญี่ปุ่นก็ไม่ได้คิดแค่ทำทุ่งลาเวนเดอร์นำไปสกัดกลิ่นทำเครื่องสำอางอย่างที่ยุโรปทำเท่านั้นแต่คนญี่ปุ่นยังเป็นนักดัดแปลงฝีมือดี นำกลิ่นของดอกลาเวนเดอร์ไปทำเป็น Lavender Ice Cream ขายดิบขายดี กลายเป็นของกินที่ต้องห้ามพลาดที่ฮ็อกไกโด ใครไม่ได้กินแล้วถือว่าไปไม่ถึงฮ็อกไกโด
     สินค้าเกษตรบางชนิดที่มีบทบาท เศรษฐกิจมากที่้เกาะฮ็อกไกโดคือ ข้าวโพดหวานและมันฝรั่ง ซึ่งวัตถุดิบสำคัญ 2 ชนิดนี้จะกลายไปเป็นวัตถุดิบสำคัญที่นำมาแปรรูปทั้งเป็นอาหารและขนมหลากหลายชนิด
     ฮ็อกไกโดเป็นพื้นที่ปลูกมันฝรั่งที่สำคัญของญี่ปุ่น
     ข้าวโพดหวานญี่ปุ่นนั้นพัฒนาสายพันธุ์จากทวีปอเมริกาใต้จากที่เมล็ดแข็งที่วัวเคี้ยวแทบไม่ออกให้กลายมาเป็นสายพันธุ์ของญี่ปุ่นที่ปอกเปลือกแล้วกินดิบ ๆ ได้เลยและรสชาติที่นุ่มลิ้นหวานมัน
     ผลผลิตเกษตรญี่ปุ่นได้กลายไปเป็นขนมหลากหลายชนิด ที่สนามบิน New Chitose และสนามบิน Hakodate สำหรับคนไทยแล้วพื้นที่ตรงใกล้ประตูเข้าเครื่องบินเหมือนกับเป็นพื้นที่สั่งลาในการซื้อขนมของเกาะฮ็อกไกโดกลับบ้าน ญี่ปุ่นมีรายได้จากการขายขนมให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
     สำหรับนักเดินทางชาวไทยแล้ว คนไทยเรานี่แหละเป็นสาวกขนมญี่ปุ่นตัวจริง มีขนมบางชนิดของฮ็อกไกโดได้มีบล็อกเกอร์นำมาเสนอกันในสื่อโซเชียลเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ทำให้หลายคน ต้องการลิ้มลอง เมื่อมาถึงที่ต่างกระวีกระวาดหยิบใส่ตะกร้ากันไม่ยั้งมือ ร้านค้าขนมที่สนามบินยังมีป้ายกำกับถึงที่มาที่ไปของขนมเป็นภาษาไทยไว้ให้ด้วย
     คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นจะมีรายการส้่งซื้อขนมกลับบ้านแทบทุกคน บางคนมีรูปและราคาติดมือจากเมืองไทยมาเสร็จสรรพ
     รับรองว่าซื้อไม่ผิดแน่   
     ยังสงสัยว่าคนญี่ปุ่นเองจะรู้จักขนมที่บ้านตัวเองเหมือน คนไทยหรือเปล่านะ


(อ่านต่อวันเสาร์หน้าค่ะ)

ขอขอบพระคุณรูปภาพจาก/ thank you for the picture
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/e8/Kamui-nupuri_and_mashu-dake_on_hokkaido_map.jpg

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์