Spargel... ผักแวมไพร์
Spargel... ผักแวมไพร์

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 19 กันยายน 2560 09:48
ISBN : POSTTODAY


Spargel... ผักแวมไพร์


Spargel... ผักแวมไพร์
      
     หน่อไม้ฝรั่งสีเขียวอย่างที่เรากินทั่ว ๆ ไปเป็นของธรรมดาจะหากินที่ไหนก็ได้ในโลก แต่หน่อไม้ฝรั่งขาว (White Asparagus) จะนิยมกินในบางพื้นที่ในโลกเฉพาะข่วงเข้าหน้าร้อนเท่านั้น และที่สำคัญคือ
     ราคาแพงกว่าหน่อไม้ฝรั่งธรรมดา 3-4 เท่า
     การทำให้สินค้าได้ราคาหรือขายได้ราคาแพงหรือพิเศษ เป็นความปรารถนาของผู้ผลิตทั้งหลาย แต่การจะทำให้ได้ราคาแพงหรือไม่นั้นก็ต้องเติมองค์ประกอบหลายอย่างลงไป ซึ่งเหนือสิ่งอื่นใดคือความคิดและวิธีการ
     การปลูกหน่อไม้ฝรั่งให้ได้ผลแตกต่างไปจากหน่อไม้ฝรั่งเขียวได้ทำให้เกิดตลาดบริโภคใหม่ที่น่าสนใจค่ะ 
     ที่เยอรมันนีทางใต้หรือบาวาเรียจะเรียกหน่อไม้ฝรั่งขาวว่า Spargel และมันเป็นอาหารโปรดของคนที่นั่น
     ความจริงแล้วการปลูก Spargel ให้มีลักษณะ ใหญ่ ขาว อวบ เป็นสิ่งที่คนยุโรปทำกันมานานมากแล้ว ซึ่งโดยธรรมชาติของหน่อไม้ฝรั่งมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่ที่เป็นอย่างนั้นเพราะมนุษย์ไปแกล้งมันตอนที่มันกำลังงอก ซึ่งก็ไปทำให้เกิดเป็นผลผลิตที่แปลกแตกต่าง แล้วมันก็ส่งให้เกิดเรื่องราวหลายอย่างตามมา
      Spargel ได้กลายมาเป็นอาหารประจำฤดูกาล มันเป็นอาหารชวนกินตอนฤดูใบไม้ผลิ (Spring Delicacy) คือมีกินในเดือนเมษายนแต่ก็ยังพบได้ไปแต่ก็น้อยลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกลางหน้าร้อนคือเดือนมิถุนายน
      Spargel ได้กลายมาเป็นอาหารที่โดดเด่นทางตอนใต้ของเยอรมันนีในเขตบาวาเรียจนอาจเรียกว่ามันกลายเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของอาหารพื้นเมืองของบาวาเรียไปแล้วก็ได้
     ใครเดินทางมาบาวาเรียในช่วงนั้นจะต้องกิน Spargel สัก 1 จาน เพราะหากพลาดไปกว่าจะได้กินอีกก็ต้องฤดูใบไม้ผลิปีหน้า  
     ในช่วงที่แดดเริ่มจ้าและท้องฟ้าคลายหนาวในบาวาเรีย  Spargel มีวางขายละลานตาไปหมด หากเทียบเคียงราคาทุกแผงแล้วจะใกล้เคียงกัน แต่จะถูกแพงจะอยู่ที่ความสดที่เข้ามาในตลาด
     ส่วน Spargel ที่เป็นหน่อ ใหญ่ ขาว อ้วน อวบ มากจะมี ราคาแพงกว่าหน่อที่เล็กขนาดกว่า
     ท่านผู้อ่านคะ... แม้ Spargel เป็นอาหารโปรดของคนบาวาเรียก็จริง อย่าเพิ่งนึกว่าเขาปลูกกันในบาวาเรีย เพราะความจริงแล้วไม่ใช่ค่ะ ต้องดูแหล่งผลิตที่พิมพ์อยู่ข้างลังไม้ หรือที่ป้ายเขาปักไว้ก่อน
แล้วจะทราบว่าเจ้า Spargel ส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ในตลาดแทบไม่ได้ปลูกหรือผลิตในเยอรมันนีเลย
     แหล่งปลูกหรือผลิตมาจากหลายที่...  เช่น เบลเยี่ยม สเปน กรีซ อิตาลี ซึ่งก็เป็นประเทศในกลุ่ม EU
     ความโปรดปราน Spargel ของคนเยอรมันได้สร้างรายได้ให้กับคนยุโรปส่วนอื่นมากมาย
     ขอเล่าสักหน่อยนะคะว่าที่มาหรือการผลิตหน่อไม้ฝรั่งขาวหรือ Spargel เขาทำกันอย่างไร
      
     หน่อไม้ฝรั่งขาวไม่ได้เป็นผลิตผลตามปรกติของธรรมชาติ  มันเป็นความพิเรนทร์ของมนษย์ในขั้นตอนการปลูก แต่ก็ไม่ใช่การดัดแปลงพันธุกรรมนะคะ
     เขาใช้วิธีการแกล้งหน่อไม้ในช่วงที่กำลังงอกค่ะ
     วิธีการปลูกก็คือเขาจะยกร่องให้สูงมาก สูงขึ้นระดับขาอ่อนทีเดียว จากนั้นจะฝังรากและเหง้าลงไปให้ลึกราวหนึ่งฟุต นำดินร่วนมากลบไว้แล้วนำพลาสติกสีดำหนาผืนยาวมาคลุมทั้งร่องให้มิดชิด คลุมไว้ไม่ให้ทั้งดินทั้งพืชในร่องข้างล่างได้รับแสงอาทิตย์เด็ดขาด
     การให้น้ำในการปลูกมักจะให้โดยระบบท่อใต้ดิน หากคนปลูกจะมาเปิดสำรวจดูสภาพการงอกก็มักจะต้องมา แง้มพลาสติกเปิดดูตอนกลางคืน
     ต้นและยอดหน่อไม้ฝรั่งเมื่องอกแล้วจะแทงยอดขึ้นข้างบน แต่เนื่องจากมันถูกปิดไว้ด้วยพลาสติกมันจึงผลิตคลอโรฟิลด์สังเคราะห์แสงไม่ได้  
     มันจึงต้องกลายเป็นหน่อไม่ฝรั่งสีขาว
     พอต้นเติบโตและสูงขึ้นเริ่มงอกมุดดินขึ้นมา เขาก็จะเปิดพลาสติกที่คลุมออก คุ้ยดินลงไปตัดที่โคนต้น ซึ่งลึกลงไปในดินราวหนึ่งฟุตเสร็จแล้วก็รีบนำพลาสติกดำคลุมแปลงปลูกให้มิดชิดตามเดิม จะเปิดอีกก็เมื่อจะตัดรุ่นต่อไป
     หน่อไม้ฝรั่งชาวที่ตัดแล้วจะนำไปใส่ตะแกรงเอาน้ำล้างดินออกแล้วส่งเข้ากระบวนการบรรจุและขนส่งเข้าตลาดซึ่งเร็วมาก
     ชีวิตของหน่อไม่ฝรั่งขาวตั้งแต่งอกเป็นต้นอ่อนจนถูกตัดมัน ได้เจอกับแสงอาทิตย์ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายก็ตอนถูกตัดส่งตลาดกลายเป็นอาหารมนุษย์นี่แหละ
     การใช้ชีวิตอยู่ในความมืดตลอดทำให้หน่อไม่ฝรั่งขาวถูกเรียกว่า
     “Spargel ผักแวมไพร์” หรือ ผักผีดิบ...ทำนองนั้น
     ว่าตามจริงแล้วการปลูก Spargel เป็นหลักการที่คล้ายกับการเพาะถั่วงอกให้ได้ลักษณะขาวอวบที่บ้านเราเลยนะคะ
     ผลผลิตแรกของหน่อไม่ฝรั่งขาวหรือ Spargel ที่ออกมาคือต้นฤดูใบไม้ผลิหรือต้นเดือนเมษายน มันจะกลายเป็นผักที่คนรอคอยและโหยหา โดยเฉพาะคนที่บาวาเรีย
     ร้านอาหารในบาวาเรียต่างก็เปิดเมนู Spargel ไว้ดักรอลูกค้ากันทั่วเมือง ซึ่งเมนูนี้อยู่จนถึงราวกลางหน้าร้อนแล้วค่อย ๆ หายไปราวเดือนสิงหาคม
     ไปไหนมาไหนในบาวาเรียในช่วงนั้นก็จะเห็นที่ร้านขายอาหารวางหรือติดป้ายไว้ที่หน้าร้านทั่วเมืองว่า 
     “เชิญกิน Spargel”
     “ร้านนี้มีเมนู Spargel” 
     ซึ่งมีภาพหน่อไม้ฝรั่งขาวต้นอวบใหญ่ราด Hollandaise Sauce ในจาน พร้อมกับเครื่องเคียง เป็นภาพที่เร้าใจให้เราได้อารมณ์อยากกินจริง ๆ
     เขาไม่เพียงแสดงป้ายไว้ที่หน้าร้านหรอกนะคะ แต่ที่โต๊ะอาหารก็ยังมีเมนูพิเศษตั้งให้เห็นเป็น POP อีกชิ้นหนึ่ง   
     ร้านไหนไม่มีเมนู Spargel บริการในช่วงหน้าร้อนนี้ถือว่าขาดโอกาสสร้างรายได้ที่ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะคนทั้งเมืองเขาต่างก็คอยกินเมนูนี้
     บางข้อมูลบอกว่าคนยุโรปรู้จักปลูก Spargel มาตั้งแต่สมัยโรมันแล้ว แต่มันเพิ่งกลายมาเป็นอาหารยอดนิยมได้ก็เมื่อคนที่บาวาเรียได้หาวิธีการปรุง Spargel ให้กินได้อร่อยลงตัวนี่แหละ 
     ปัจจุบันนี้หน่อไม้ฝรั่งขาวหรือ Spargel ได้กลายมาเป็นอัตลักษณ์ของอาหารบาวาเรียและได้เข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมอาหารบาวาเรียไปแล้วอย่างสมบูรณ์
     เห็นหน่อไม้ฝรั่งแล้วต้องหลับหูหลับตากินไม่นึกถึงเรื่องกรดยูริกเด็ดขาด
     อร่อยค่ะ...
     ก่อนกลับบ้านก็แวะไปซื้อ Spargel จะมาทำให้คนที่บ้านกินบ้าง อุตส่าห์จดวิธีการทำที่เขาบอกละเอียดดิบดี แต่ปฏิบัติการทำ Spargel กินเองครั้งแรก  ไม่ผ่าน...
     การทำอะไรให้สำเร็จในวิถีของคนเยอรมันมีอะไรแยบคายจริง ๆ นะ เดี๋ยวขอแก้ตัวค่ะ
 
     (มีต่อวันเสาร์หน้าค่ะ)

ขอบขอบคุณรูปภาพจาก
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/4/44/Spargel_-_Asparagus.jpg

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์
  • “แฟนพันธุ์แท้”  ต้องรักษาไว้ให้ดี