Oktoberfest (2)
Oktoberfest (2)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 19 กันยายน 2560 08:47
ISBN : POSTTODAY


Oktoberfest (2)


Oktoberfest (2)
 
เที่ยงตรงวันนี้ตามเวลาที่มิวนิก (München) ในเยอรมันนีซึ่งตรงกับ 5 โมงเย็นที่บ้านเรา เป็นเวลาที่เขาเริ่มจัดงาน Oktoberfest 2017 อย่างเป็นทางการ ซึ่งงานนี้ได้จัดกันมาตั้งแต่ ค.ศ. 1810  
ในช่วงเวลาสนุกสนานประมาณ 2 สัปดาห์กว่า ๆ จะมีคนเข้ามาในงาน Oktoberfest ประมาณ 6 ล้านคน นี่เป็นงานรื่นเริงใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับปีนี้งานจะไปสิ้นสุดในวันที่ 3 ตุลาคม
เมื่อก่อนนั้นการเข้าไปในงาน Oktoberfest ที่มิวนิกไม่มีอะไรเข้มงวด แต่ปีหลัง ๆ มานี้เขาเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย โดยจะตรวจร่างกายและสัมภาระคนมาเที่ยวงานก่อนผ่านเข้าไปในบริเวณจัดงาน ไม่ให้นำกระเป๋าชิ้นใหญ่เข้าไปในงาน ในปีนี้น่าจะเข้มงวดมากขึ้นไปอีก เพราะเยอรมันนีเพิ่งโดนก่อเหตุร้ายในประเทศไม่กี่เดือนที่ผ่านมา  
ไปที่ไหน ๆ ในโลกเขาเข้มงวดกันทุกพื้นที่ ประเทศที่เข้มงวดสุด ๆ ตอนนี้คืออังกฤษค่ะ
      งาน Oktoberfest ที่มิวนิกกลายเป็นงานรื่นเริงใหญ่ที่สุดในโลกใช้พื้นที่บริเวณ Theresienwiese คลุมพื้นที่ราว 80 ไร่ รูปแบบของการจัดพื้นที่ในทุก ๆ ปี จะเหมือนกัน คือการมาสนุกสนาน กินอาหารและกินเบียร์ และถือว่าเป็นการอำลาฤดูร้อนที่กำลังจะสิ้นสุดลง เพราะหลังจากนี้งานนี้จบลง ฤดูหนาวจะคืบคลานเข้ามา อากาศของบาวาเรียจะเย็นลงเรื่อย ๆ  คนจะออกมาสนุกสนานรื่นเริงนอกบ้านอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว
ภายในงาน... เต็นท์เบียร์ของเหล่า Big Six หรือเบียร์ดัง 6 ยี่ห้อของมิวนิกมาตั้งกระหนาบทางเดินใหญ่ เราสามารถเดินแวะเข้าไปดูได้ทุกเต็นท์ แต่ละเต็นท์จะจุคนได้ราว 5-6 พันคน แต่มีเต็นท์ที่ใหญ่ที่สุดอยู่เต็นท์หนึ่งคอเต็นท์ของเบียร์ยี่ห้อ Hofbräu ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของ Big Six จุคนได้มากกว่าเต็นท์อื่น ๆ
เต็นท์อื่นโดยมากทำให้นั่งกันแค่ชั้นเดียว แต่ Hofbräu  ยกร้านรอบ ๆ ขึ้นไปอีกชั้น ได้ถามสาวที่นำเบียร์มาบริการว่า...
ทำไมเต็นท์นี้มันใหญ่อย่างนี้... จุได้กี่พันคนคะ ?
เธอบอกว่า... “จุได้หมื่นคน”
เงิบไปเลยค่ะ
ในเต็นท์มีวงดนตรีหรือแตรวงในรูปแบบบาวาเรียนที่เรียกว่า Oompah Band อยู่ภายในทุกเต็นท์ บางเต็นท์ก็จัดวง ให้เล่นที่ตรงกลาง บางเต็นท์ก็จัดวงให้เล่นที่ติดข้างใดข้างหนึ่งของเต็นท์ เพลงที่เล่นส่วนมากจะเร็วกระหึ่มแน่นหนักเร้าใจได้ต่อเนื่อง คนในเต็นท์ที่บางโต๊ะร้องเพลงไปกับวงดนตรีอย่างสนุกสนาน
นักดนตรีเล่นไปกินเบียร์ไป เห็นแล้วเคลิ้มตาม ดูแล้วเป็นเยอรมันจริง ๆ
คนที่มานั่งกินอาหารและกินเบียร์บางโต๊ะสนุกกันหนักก็จะขึ้นไปบนโต๊ะกอดคอร้องและเต้นไปด้วย เต้นหนักเท่าไหร่เต้นไปเลย คุณภาพโต๊ะเยอรมันไม่พังง่าย ๆ หรอก
คนเยอรมันแม้สนุกสนานก็ยังพร้อมเพรียง เห็นแล้วจึงไม่แปลกใจเลยว่า... ทำไมประเทศเยอรมันนีจึงเป็นชาติที่ ทำอะไรเป็นกลุ่มก้อนและเข้มแข็งสุด ๆ จนเกือบจะครองโลกไปแล้ว 2 ครั้ง
งาน Oktoberfest สามารถจัดการให้ทุกองค์ประกอบมีความสัมพันธ์และลื่นไหล ทุกคนเข้ามาในงานมีความสุขกันถ้วนหน้า แต่ก็ได้ซ่อนการควบคุมไว้อย่างแนบเนียน โดยกระจาย CCTV และ ร.ป.ภ. นอกเครื่องแบบไว้ทั่วงาน
ส่วนที่ทุกหน้าเต็นท์จะมี ร.ป.ภ. ร่างใหญ่ยักษ์ยืนให้ความอุ่นใจกับแขกที่มาในงานและไว้จัดการกับคนที่มาทำลายบรรยากาศทั้งในเต็นท์และนอกเต็นท์    ความจริงแล้วคนเยอรมันแท้ ๆ จะมีอุปนิสัยที่อยู่ในวินัยไม่วุ่นวายอยู่แล้ว  
ในการควบคุมบรรยากาศในเต็นท์ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันเรียบร้อยมีกฎสำคัญที่ทุกคนต้องรับรู้คือ คนจะสั่งอาหารและเบียร์กินได้ก่อนอื่นจะต้องมีโต๊ะนั่ง ทุกเต็นท์จะไม่อนุญาตให้คนเดินถือเหยือกเบียร์กินหรือเดินว่อนไปว่อนมาหรือทำลายบรรยากาศส่วนรวมเด็ดขาด
สำหรับคนเยอรมันเขามีกฎไว้สำหรับเคารพและปฎิบัติจริง ๆ
อ้าว... แล้วเราไม่มีที่นั่งจะทำไงกันละเนี่ย....
      ใครอยากจะได้ที่นั่งก็ต้องมาก่อนเที่ยง หรือไม่ก็ก่อนงานจะเลิก ก็คือตอนที่เขาจะหยุดขายก่อน 4 ทุ่มครึ่ง
      เดินออกเต็นท์นี้ไปเต็นท์โน้นก็มีคนเต็มทุกเต็นท์
เรื่องที่นั่งนั้นทางบริษัทขายเบียร์เขาแบ่งโต๊ะไว้ส่วนหนึ่งสำหรับลูกค้าที่จองไว้ ก็โต๊ะที่เราเห็นว่าง ๆ นั่นแหละ หลายบริษัทในมิวนิกมาจ่ายเงินจองไว้ บางบริษัทจองไว้ตลอดงานเลย  
บริษัทในมิวนิกถือว่าช่วง Oktoberfest เป็นช่วงเวลาให้พนักงานพักผ่อน จึงมาจองโต๊ะไว้ให้พนักงานของตัวเอง สลับเวลามาสนุกสนานกัน ถือว่าเป็นของขวัญจากฝ่ายบริหาร
ส่วนพวกที่มาจองโต๊ะอีกพวกหนึ่งคือพวกทัวร์เอเย่นต์ซึ่งจะนำโต๊ะไปปล่อยขายทางอินเตอร์เน็ท ก็เข้าไปเลือกซื้อได้เลยค่ะ
แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไร กะว่าเดินไปหาที่นั่งกันเอง ขอแนะนำให้ใช้วิธีการเข้าไปที่โต๊ะไหนที่กำลังเฮกันอยู่และมีท่าทางเป็นมิตรก็ขอเขาใช้เป็นพื้นที่สั่งเบียร์ ร่วมเฮฮากับเขาไปเลย ซึ่งก็จะได้เพื่อนใหม่อีกหลายคน
วันนั้นพบว่ากลุ่มที่ขอเข้าไปใช้โต๊ะเป็นพวกที่เดินทางมาจากเมืองสตราสบูร์กในฝรั่งเศสซึ่งอยู่ติดชายแดนเยอรมันนี เป็นพวกที่มุ่งหมายมางานนี้จริง ๆ โดยนัดหยุดงานพร้อมกันแล้วออกเดินทางเข้าเยอรมันนีมาตั้งแต่เช้าใช้เวลาเดินทางจากสตราสบูร์ก 4 ชั่วโมงครึ่งมาถึงมิวนิกตอนงาน Oktoberfest เปิดพอดี กินเบียร์กันให้ฉ่ำแล้วจะกลับวันพรุ่งนี้
ความจริงแล้วชีวิตคนในยุโรปอยู่กันอย่างไร้พรมแดนตั้งแต่ก่อนรวมเป็น EU มาแล้วละ
งาน Oktoberfest สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจให้กับมิวนิกในวงกว้าง ในช่วงการจัดงาน Oktoberfest ของทุกปีจะมีการจ้างแรงงานเพิ่มมากมายทั้งที่ทำงานอยู่ในและนอกพื้นที่จัดงาน เกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่นับหมื่น ๆ คน
Oktoberfest เป็นงานที่กระจายรายได้ให้กับคนมากมายจริง ๆ ค่ะ
คนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่จ้างมาทำงานในช่วง Oktoberfest คือผู้หญิงที่มาเสิร์ฟเบียร์และอาหารในเต็นท์ต่าง ๆ
หญิงสาวในมิวนิกตั้งหน้าตั้งตาสมัครทำงานนี้ในช่วง Oktoberfest กันมาก เพราะรายได้ดีค่ะ
ทั้งค่าแรงและค่าทิปรับกันไม่หวาดไม่ไหว  
ผู้หญิงเสิร์ฟเบียร์เหล่านี้ไม่ใช่หญิงหุ่นบอบบาง แบบสาวเชียร์เบียร์แถวบ้านเรานะคะ แต่พวกเธอเป็นสาวบาวาเรียนร่างกำยำและอึดสุด ๆ ถือเบียร์เหยือกละลิตรได้เต็มที่ครั้งละ 10-12 เหยือก น้ำหนักรวมทั้งแก้วทั้งเหยือกทั้งเบียร์ก็ประมาณ 15 กิโล เดินเสิร์ฟได้ตั้งแต่สายยันดึก
ผู้หญิงบาวาเรียนในเต็นท์เบียร์เหล่านี้แข็งแรงจริง ๆ ใครไปทำให้เธอโมโหอาจถูกเธอบีบคอตายได้
เธอพูดคำไหนคำนั้น ขอให้เชื่อฟังและปฏิบัติค่ะ...
 
(มีต่อวันเสาร์หน้าค่ะ)

ขอบขอบคุณรูปภาพจาก
https://c2.staticflickr.com/6/5508/10116272584_7f307cf2c0_b.jpg

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์
  • “แฟนพันธุ์แท้”  ต้องรักษาไว้ให้ดี