กำแพงเมืองจีนที่... ซือหม่าไถ
กำแพงเมืองจีนที่... ซือหม่าไถ

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 07 สิงหาคม 2560 10:20
ISBN : POSTTODAY


กำแพงเมืองจีนที่... ซือหม่าไถ


กำแพงเมืองจีนที่... ซือหม่าไถ
    
ฝรั่งชอบพูดว่า
“กำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องเห็นก่อนตาย”
อย่าว่าแต่ฝรั่งเลยค่ะ ใครไปจีนจะต้องไปกำแพงเมืองจีน
จีนดูแลรักษากำแพงแห่งประวัติศาสตร์นี้ไว้สุดชี
วิต เพราะนอกจากเป็นบันทึกแห่งอดีตแล้วยังเป็น แม่เหล็กดูดเงินในภาคการท่องเที่ยวปีละมหาศาล
กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นเมื่อราว 2200 ปีก่อน
มีความยาวสองหมื่นกว่ากิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ 9
มณฑลของปัจจุบัน
การสร้างกำแพงเมืองจีนเกิดขึ้นโดยวัตถุประสงค์หนึ่งเพื่อไว้
ป้องกันข้าศึกทางเหนือโดยเฉพาะพวกมงโกล ซึ่ง ลงมาสร้างความรำคาญให้จีนมาก
     แต่เอาเข้าจริง ๆ กำแพงเมืองจีนและการโรยตะปูเรือใบก็ป้องกันมงโกลไม่ได้ ต้น ศ. 13 มงโกลยิ่งใหญ่มาก ออกเดินทางลงมาบุกจีนและไปบุกยุโรป ทำให้จีนเสียอธิปไตยให้พวกต่างชาติครั้งแรก   แล้วพวกมงโกลเข้ามาสถาปนาราชวงศ์หยวนขึ้นปกครองจีน
     แต่ราว 500 ปีที่แล้ว จีนสามารถขับพวกมงโกลออกไปได้ ราชวงศ์หยวนก็สิ้นสุดลง แล้วราชวงศ์หมิงของจีนก็ปกครองต่อมา
     สิ่งหนึ่งที่ราชวงศ์หมิงทำหลังจากขับพวกมงโกลออกไปได้แล้วคือการบูรณะกำแพงเมืองจีนไว้ป้องกันพวกมงโกลอีกครั้ง
     การบูรณะก็ทำได้ดีในบางส่วน ซึ่งก็ไม่สมบูรณ์ทั้งหมดเหมือนอดีต ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันกำแพงเมืองจีนก็ทรุดโทรมลงไปอีก โดยเฉพาะเมื่อผนังหินทลายดินซึ่งถูกอัดอยู่ข้างในก็พังตามออกมา     ปัจจุบันทางการจีนบูรณะกำแพงเมืองจีนไว้เพื่อการท่องเที่ยวและเป็นการแสดงอดีตที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไว้หลายจุด โดยเลือกจุดที่มีลักษณะเด่นและมีภูมิประเทศแตกต่างกัน
     จุดที่นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมมีอยู่ราว 5 จุด ส่วนใหญ่อยู่ที่ปักกิ่ง ต้องนั่งรถขึ้นไปทางทิศเหนือ
     ใครจะไปเที่ยวที่จุดไหนต้องศึกษาเสียก่อน เพราะมีความแตกต่างกัน ใช้เวลาไม่เท่ากัน ระยะทางไม่เท่ากัน ค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน
     ครั้งแรกที่ผู้เขียนไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน ไม่ได้จดชื่อจุดที่ไปเที่ยวไว้ คิดว่าน่าจะเป็นที่ จูหยงกวน (Juyongguan) เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นาน
     แต่ครั้งหลังสุดนี้จดชื่อไว้กันลืมว่าคือจุดที่ชื่อ....ซือหม่าไถ (Simatai) ที่เมืองกู๋เป่ย์
     คนไปเที่ยวที่จุดนี้ไม่มากค่ะ เพราะไกล แต่จุดที่ไกลออกไปกว่ากู๋เป่ย์ก็ยังมีอีกนะคะ
เมืองกู๋เป่ย์มีแม่น้ำสายเล็ก ๆ ไหลจากเขื่อนมาผ่านเมือง การท่องเที่ยวจีนเรียกเมืองนี้ง่าย ๆ ว่า Gubei Water Town หรือ W Town
     จีนเปิดพื้นที่ให้ขึ้นไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนที่กู๋เป่ย์ เรียกว่าจุดซือหม่าไถ (Simatai) มานานแล้ว
     แต่อยู่มาวันหนึ่ง... จีนคิดใหม่
     จีนตัดสินใจ รื้อเมืองกู๋เป่ย์ทิ้ง และออกแบบแนวคิดและสร้างเมืองกู๋เป่ย์ใหม่หมด ให้เป็นเมืองที่แม้อยู่ไกลแต่เป็นเมืองริมน้ำ มีทุกอย่างทันสมัยและดีเลิศ รวมทั้งติดตั้งระบบรถกระเช้าใหม่นำคนขึ้นไปส่งที่ใกล้ตัวกำแพงเมืองจีน สะดวกไม่แพ้ที่สวิส ฯ
      จีนทำกู๋เป่ย์หรือ W Town  โดย ได้แนวคิดมาจากเมืองริมน้ำหวู่เซิ่น Wuzhen ที่เซี่ยงไฮ้
     ออกแบบภายในตัวเมืองกู๋เป่ย์หรือ W Town ให้เป็นเมืองศิลปวัฒนธรรม กำหนดให้เป็นเมืองสำหรับเดินเที่ยว โดยวางเส้นทางให้คนเดิน ลื่นไหลไปตามตำแหน่งต่าง ๆ อย่างเพลิดเพลิน  
     บ้านเรือนและอาคารมีสถาปัตยกรรมจีนหลากหลาย  เหมือนกับเป็นเมืองโบราณ ทั้งบ้านอยู่อาศัย ร้านค้า ร้านอาหาร ประตูย่านสำคัญ ทำให้คนมาเที่ยวเมืองจีนสามารถ เรียนรู้จีนราวกับได้เดินเข้าไปโรงงิ้วทีเดียว
     W Town ไกลจากปักกิ่ง ต้องออกเดินทางจากปักกิ่งตั้งแต่ 6 โมงครึ่งตอนเช้านั่งรถราว 3 ช.ม.  เดินทางไปกลับรวมแล้วก็ราว 6 ชั่วโมง ตอนกลับมาถึงปักกิ่งนั้นค่ำแล้ว มีแต่ร้านเป็ดปักกิ่งที่ตรงข้ามโรงแรมเปิดรอเราอยู่ จึงทำให้รู้ว่าเป็ดปักกิ่งที่ปักกิ่งนั้นสุดยอด 
     ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนเหนื่อยค่ะ แต่ก็ทำให้เห็นได้ว่าจีนมีความคิดโลดแล่นและวางแนวคิดเพื่อใช้กำแพงเมืองจีนไม่เพียงแต่เป็นมรดกโลกหรือแค่เป็นสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์ แต่จีนกำลังใช้กำแพงเมืองจีนที่ W Town แสดงตัวตนและสร้างโมเดลทางการท่องเที่ยวของตนใหม่
     จีนสร้าง W Town เมืองที่  เหมือนกับโชว์รูมการท่องเที่ยวที่ทันสมัย และอยู่ในกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับการรักษามรดกโลกไว้ตามที่ UNESCO กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ และมีบูรณาการมาก คือ ทำอย่างเดียวแต่ให้ได้ผลหลายอย่างและหวังผลในทาง PR อย่างเห็นได้ขัด
     การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในจีนรวดเร็วเพราะ การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
      W Town หรือ Water Town   มีผังเมืองให้เป็นเมืองที่มีชีวิตคู่กับน้ำ ล่องเรือชมเมืองได้ มีขุนเขาวางตัวเป็นมังกรอยู่เป็นฉากหลัง เป็นพื้นที่ตั้งเมืองในลักษณะฮวงจุ้ยที่ดี และเป็นเมืองให้อาบน้ำแร่ด้วย หากใครมาพักโรงแรมที่ W Town จะใช้ชีวิตพักผ่อนแบบผ่อนคลาย
     การขึ้นไปเที่ยวบนกำแพงเมืองจีนตรงจุดที่ซือหม่าไถ เมื่อนั่งรถกระเช้าขึ้นไปแล้ว ก็จะเดินต่อไปขึ้นเนินกำแพงอีกราว 200 เมตร จากนั้นก็ขึ้นไปบนกำแพงซึ่งเขาซ่อมและบูรณะไว้ให้เราเดิน 5.6 ก.ม. โดยจะหากเดินไปทางตะวันตกจะมีป้อมเป็นระยะอยู่ 19 ป้อม ทางตะวันออก 16 ป้อม
     (แค่ 2 ป้อมก็จะตายแล้วค่ะ)
     ช่วงที่นั่งหยุดพักเหนื่อยและมองซากกำแพงไกลออกไปสุดลูกหูลูกตาทำให้เห็นกำแพงเมืองจีนเหมือนกับวัตถุพยานที่บอก เราว่า แม้จะสร้างกำแพงเมืองให้สูงและหนาสักเท่าใด  แต่หากไม่บำรุงกองทัพและสร้างความเข้มแข็งทางทหารและเศรษฐกิจให้เหนือกว่าผู้อื่นแล้ว กำแพงที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ก็ไร้ค่า
     บทเรียนที่จีนถูกสอนโดยพวกมงโกลและชาติตะวันตกรวมทั้งญี่ปุ่นและอเมริกาทำให้จีนไม่ปล่อยให้ตัวเองอ่อนด้อยเรื่องแสนยานุภาพและเศรษฐกิจเด็ดขาด
     (เพราะฉะนั้น... ท่านจึงควรซื้อเรือดำน้ำไว้)
     กำแพงเมืองจีนที่ซือหม่าไถและ W Town 
ให้สิ่งขวนคิดได้มากมาย ในบรรยากาศแบบ Slow Life
ที่ก็ไม่แออัดเหมือนกับการไปขึ้นกำแพงเมืองจีนที่จุดอื่น
     หายเหนื่อยแล้วลุกขึ้นเดินต่อ กำแพงเมืองจีนที่ซือหม่าไถบางช่วงค่อนข้างอันตราย เพราะไม่มีผนังกำแพงข้างกั้นไว้ เนื่องจากพังไปหมดแล้ว
     ใครเป็นนักเซลฟี่ต้องระวังให้มากนะคะ ถอยไปถอยมาหงายหลังลอยละล่องหล่นกำแพงเมืองจีนไปพิการหรือตายได้
     ถึงจะหวาดเสียวแต่ก็ชอบกำแพงเมืองจีนตรงจุดที่ชื่อซือหม่าไถ เพราะชวนให้คิดอะไรได้เยอะดีค่ะ...
 
      (พบกันวันเสาร์หน้าค่ะ)

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์