กรณีน้องยาม... ฝึกกันมาดีแค่ไหน ? (3)
กรณีน้องยาม... ฝึกกันมาดีแค่ไหน ? (3)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 28 ตุลาคม 2558 12:09
ISBN : -


กรณีน้องยาม... ฝึกกันมาดีแค่ไหน ? (3)


กรณีน้องยาม...

ฝึกกันมาดีแค่ไหน ? (ต่อ)  

ปรัชญาการคิดและสร้างระบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียนั้น ถือว่าจำเป็นและมีความหมายอย่างยิ่งในการบริหาร

แต่นักบริหารบางคนอาจคิดว่า ...สูญเปล่า... ไม่รู้กี่ปีกี่ชาติจะเกิดสักหน... ปล่อยมันไปงั้นแหละ มันไม่เกิดขึ้นง่ายๆ หรอก ถ้ามันเกิดขึ้นก็ค่อยว่ากันก็แล้วกัน ฯลฯ

เจ๋งค่ะ... ปีๆ หนึ่ง ไม่ต้องลงทุน แถมยังรักษาเงินเอาไว้ได้มหาศาล  

แต่พอเกิดเหตุขึ้นมา  ...วุ่นเป็นผีโดนน้ำมนต์  เงินที่ประหยัดมาได้หมดค่ะ... หมดกัน แถมยังต้องทุ่มให้กับการไม่ได้เตรียมพร้อมไปอีกหลายร้อยหลายพันเท่า

โทษกันให้มั่วทั้งองค์กร  ... โทษกันไปโทษกันมาเจ้านายรอดทุกที เวรมักไปตกอยู่กับคนตัวที่เล็กที่สุด... ตามฟอร์ม  

องค์กรใหญ่ๆ จะไม่ยอมเสี่ยงเรื่องที่จะเข้ามาวอแวทำให้พวกเขาเสียสมาธิในงานใหญ่เด็ดขาด หากต้องการศึกษาเรื่องนี้ขอให้ศึกษาบริษัทข้ามชาติอย่างบริษัทธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันหรือสายการบิน   

 พวกเขาจะแบ่งเงินเป็นค่าเตรียมการรับมือและจัดการกับความเสี่ยง ซึ่งต้องมี 4 ส่วนสำคัญต่อไปนี้คือ

1 ไปซื้อประกันภัย   

2 ใช้ในการสร้างระบบและเครื่องมือเกี่ยวกับความปลอดภัย       

3 ใช้ในการฝึกอบรมบุคคลากร ...และ 

4 ไปทำงาน CSR

พวกเขาทำอย่างนี้กันมานานมากๆ แล้วค่ะ    

เขาจะป้องกันความเสียหายของภาพลักษณ์ในทุกมิติ เพราะ Brand Image นั้นมันมีค่าและแพงมหาศาล บาง Brand หากอยู่มาเกินกึ่งศควรรษ ถ้ามามัวหมองหรือมาล่มที่ CEO คนใด ถือว่า CEO คนนั้นอาจสมควรตายค่ะ

ผู้เขียนจัดฝึกอบรมและเขียนแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติให้กับหลายองค์กรมามาก ทั้ง บริษัทน้ำมัน, โรงผลิตกระแสไฟฟ้า, โรงโพยาบาล โรงงานผลิตอาหาร  ฯลฯ  บริษัทเหล่านี้ต้องการหาระบบสำคัญเพื่อไปรับมือกับความเสี่ยงเมื่อเกิดภาวะวิกฤต พวกเขาต้องคิด กรณีเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้น คู่ขนานไปกับการทำงานตามปรกติทุกวัน และทบทวนการรับมือไว้ตลอดเวลา

เอกสารเกี่ยวกับการสื่อสารในภาวะวิกฤตกระจายอยู่ในมือผู้รับผิดชอบ Code หมายเลข 1…2…3…4...  ทั่วองค์กร   เกิดเรื่องเมื่อใดเอกสารซึ่งอยู่ในแฟ้มแต่ละคนและไฟล์ส่วนบุคคลในคอมพิวเตอร์จะทำงาน และต้องเกิด Action ได้ภายในไม่กี่นาที

 เรื่องความเสียหายนั้น ...หากไม่เกิดเลยจะดีที่สุด แต่หากเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไรให้เสียหายหรือเจ็บน้อยที่สุด ...

นั่นคือปรัชญาค่ะ 

แผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติในยามปรกติเมื่อไม่มีภาวะวิกฤติมันไม่ใด้นอนอยู่นิ่งๆ องค์กรจะต้องทบทวนเพื่อปรับปรุงและซ้อมกันทุกปี  

การฝึกอบรมคือการทำให้งานปฏิบัติการลื่นไหล สะดุดตรงไหนก็ต้องปรับแก้ให้ลงตัว เป้าหมายก็คือทำให้เกิด Zero Error ซึ่งส่งผลไม่ให้เกิดความเสียหายกับองค์กรนั่นเองแหละค่ะ  

ในการบริหารความเสี่ยงแบบมืออาชีพ เราต้องสอนและฝึกอบรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย ในตรรกะของการสอนจะต้องสอนให้เขาคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลและอย่างเป็นระบบ ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ตรงเสียทีเดียว แต่ก็ทำให้พนักงานมีจินตนาการ รู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหา รู้จักการประสานงานกัน 

และที่สำคัญที่สุดคือ... ในเวลาอันจำกัด

ในทุก Worst Case Scenario ที่ผู้เขียนจัดให้ในการฝึกในบางองค์กรรับรองว่า "จัดหนัก" ค่ะ 

แต่ CEO บางแห่งยังบอกว่า "ขอเพิ่มอีกครับอาจารย์ ขอให้ "หนัก" กว่านี้ครับอาจารย์"

"ได้ค่า"

ในการฝึกอบรมนั้น จะพบว่าพนักงานระดับที่อยู่ในระดับ "คิดเป็น" จะช่วยให้เกิดความลื่นไหลในการจัดการแก้ปัญหา ซึ่งเราได้กลับมามองในเรื่องสูตรการวางตัวพนักงานการเข้าจัดการกับปัญหานั้นต้องหลากหลายออกไปตามคุณสมบัติบุคลากร และตามขนาดพื้นที่ทำงาน

บุคลากรในแต่ละหมวดงานซึ่งมีคุณสมบัติค่อนข้างจำเพาะทั้งไม่มีทักษะหรือพร่องทักษะทางการสื่อสาร จะ "ปล่อยเดี่ยว" ไม่ได้ 

ต้องมีบุคลากรเข้ามาควบคุมและเติมเต็มในเรื่องนี้อีกหนึ่งระดับ

ในกรณี "น้องยาม" ของ BTS นั้นเป็นตัวอย่างอย่างดียิ่งที่ทำให้เราเห็นว่า "การปล่อยเดี่ยว" สำหรับบุคลากรบางกลุ่มนั้นอันตรายค่ะ 

และที่แย่คือเมื่อ เกิดเหตุขึ้นมา พวกเขารับไปเต็มๆ 

น้องยามอาจถามว่า... "ผมผิดตรงไหนครับ ?" 

ผู้เขียนขอถามต่อให้อีกว่า... "แล้วเราฝึกให้พวกเขาดีแค่ไหนคะ ?"

-ท่านผู้อ่านขา...ผู้เขียนขอหลบไปเที่ยว  Brazil: Rio De Janeiro / Iguazu Falls / Amazon River 2 สัปดาห์ แต่ก็จะพยายามส่งบทความมาให้อ่านทุกวันอังคาร ... เรื่องวันอังคารหน้า... Zero Error (3)...100 ปี กรณีอับปางของเรือ Titanic ค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์