หอชมเมืองกรุงเทพฯ และไอเฟล
หอชมเมืองกรุงเทพฯ และไอเฟล

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 07 กรกฎาคม 2560 11:03
ISBN : POSTTODAY


หอชมเมืองกรุงเทพฯ และไอเฟล


บ้านเรากำลังจะสร้างหอชมเมืองกรุงเทพฯ สูง 459 ม. ให้เป็นจุดน่าสนใจจุดหนึ่งในการท่องเที่ยว
      หากยืนยันว่าเป็นความสูงนี้จริงก็จะเท่ากับว่าประเทศไทยกำลังจะมีงานก่อสร้างที่สูงกว่าตึก Petronas ของมาเลเซียเสียอีก เพราะตึก Petronas สูงเพียง 451.9 ม. เท่านั้น
      หอชมเมืองมีอยู่มากมายในโลก และหลายแห่งจะโฆษณาว่า
      “ถ้าไม่ได้ขึ้นไปบนยอดสุดของหอชมเมืองของเขาก็เท่ากับไปไม่ถึงเมืองนั้น”
      คนขึ้นไปเที่ยวบนหอหลายแห่งในโลกจะได้ประสบการณ์คล้าย ๆ กัน คือได้เห็นทัศนียภาพของเมืองทั้งเบื้องล่างและเบื้องหน้าที่ไกลออกไปลิบ ๆ โดยยังมีกล้องส่องทางไกลไว้บริการให้ดูไปยังจุดต่าง ๆ ซึ่งจะมีผังภาพที่วางอยู่ข้าง ๆ ไว้เทียบเคียง ทำให้ทราบว่าตรงไหนคืออะไร
      บนหอมักจะมีบริการไปรษณีย์ให้ส่งโปสการ์ดหรือจดหมายซึ่งการประทับตราไปรษณีย์บนจดหมายที่ยอดหอนั้นสุดแสนมีค่าสำหรับบางวาระ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันแม่ วันวาเลนไทน์ ฯลฯ ซึ่งจะมีคนขึ้นไปส่งไปรษณีย์กันมากเชียวค่ะ
      หอบางแห่งมีภัตตาคารหรู และที่ขาดไม่ได้คือจะมี ห้องสุขาบนหอสำหรับคนที่ขึ้นบนที่สูงแล้วกลั้นไม่ไหว ฯลฯ
      จากการที่ได้ไปขึ้น หอคอย หอนาฬิกา หอกระโดดสกี หอระฆัง รวมทั้งหลังคาโบสถ์ และมหาวิหารหลายแห่ง  
      ก็ถามตัวเองว่า...
      หอสูงที่ไหนที่บ้างที่เขาสร้างให้เราประทับใจที่สุด?
      ก็ขอตอบว่า... หอไอเฟล
      ซึ่งไปขึ้นมานานมากแล้ว แต่ก็สามารถจำหลายอย่างและประทับใจมากกว่าหอ Petronas ที่ไปขึ้นตอนหลังเสียอีก
      เมื่อวิเคราะห์ว่าทำไมหอไอเฟลจึงทำให้เราประทับใจได้มากขนาดนั้น
      ตอบได้เลยว่า... เพราะเขาทำให้เราได้สัมผัสและรับรู้เนื้อหา ค่ะ
      ในหลักนิเทศศาสตร์ก็คือเรื่องของ Contents หรือ Messages นั่นเอง
ดั้งเดิมแล้วตอนที่สร้างหอไอเฟลขึ้นคือพื้นที่จัดงานแสดงสินค้าหรือ EXPO Paris 1889 ซึ่งได้ตั้งหัวข้อว่า French Revolution
(สำหรับปี 2017 คือปีนี้ หรือหลัง EXPO Paris 1889 มา 128 ปี จัดที่คาซักสถาน ชื่อหัวข้อว่า... Future Energy เพิ่งเปิดงานไปเมื่อ 10 มิ.ย. นี้ ทำไมจึงเงียบจังคะ)
ในงาน EXPO Paris 1889 หอคอยไอเฟลตั้งอยู่ในพื้นที่ ๆ ลานกว้างของ Champ de Mars ที่เคยใช้ฝึกทหารของกองทัพฝรั่งเศส
เขาสร้างไอเฟลเพื่อจะใช้เป็นหอสูงให้คนขึ้นไปดูพื้นที่จัดงาน EXPO เบื้องล่างและชมมหานครปารีสทั่วไป ซึ่งหากอากาศดีจะมองได้ไกลไปถึงพระราชวังแวร์ซายน์
ฝรั่งเศสต้องการอวดปารีส เมืองที่ได้กลายเป็น Metropolitan มาพักใหญ่ อันเป็นผลมาจากการรื้อเมืองปารีสเก่าลงแทบหมดแล้วสร้างเมืองใหม่ขึ้นแทนในสมัยจักรพรรดิ นโปเลียนที่ 3     
      ปารีสอยากอวดเมืองใหม่ที่มีตึกนีโอคลาสสิกสีครีมนวล โอเปร่าเฮ้าส์ น้ำพุมากมาย บูเลวาร์ดกว้างขวาง ฯลฯ
      Paris Expo 1889 จงใจปรับเวลาจัดงานให้ตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีการปฏิวัติใหญ่ของประชาชนที่ล้มราชวงศ์บูร์บองพอดี จึงได้ตั้งหัวข้อการจัดงานว่า “French Revolution”
ซึ่งกินความถึงการปฏิวัติการเมือง การปฏิวัติด้านเทคโนโลยี และด้านอื่น ๆ ของฝรั่งเศส
      แค่นี้ก็หวือหวาแล้วค่ะ   
      แต่ลึก ๆ แล้วฝรั่งเศสนั้นอัดอั้นกับที่อังกฤษจัดงาน Expo ครั้งแรกคือ The Great Exhibition ในปี 1851 ในหัวข้อ Industry of All Nations ซึ่งจัดได้ยิ่งใหญ่มาก เหตุการณ์นี้จัดเมื่อ 38 ปี ก่อนหน้าที่จัดที่ฝรั่งเศส 
อังกฤษจัด The Great Exhibition ในปี 1851 ขึ้น
ที่ Hyde Park โดยได้สร้าง Chrystal Palace หรือปราสาทแก้ว มหึมาสูงขนาดคลุมต้นไม้ในงานได้ งานครั้งนั้นคนทั่วโลกเข้าชมมากถึง 6 ล้านคน ทำให้ตื่นตาตื่นใจไปตาม ๆ กัน
      หลังจากนั้นมาแม้อังกฤษได้จัด Expo อีก 1 ครั้ง และฝรั่งเศสได้จัด Expo ถึง 3 ครั้ง ก็ไม่ดังเท่าอังกฤษจัดครั้งแรก
แต่ Paris Expo ปี 1889 เที่ยวนี้
ฝรั่งเศสพร้อมและขอจัดหนักค่ะ
      โลกได้เข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเต็มขึ้น คนยุโรปสามารถนำเหล็กชิ้นใหญ่มาขึ้นรูปปรับแต่งให้รายละเอียดได้ราวกับงานปั้นกับมือ ทำให้เกิดศิลปะเหล็กที่จะเข้าสู่ยุค Art Nouveau
      วิศวกรชื่อ Gustave Eiffel รู้จังหวะว่าศิลปะ Art Nouveau กำลังจะเกิด จึงทำการเสนอแบบก่อสร้างหอคอยผสานศิลปะต้นยุค Art Nouveau ด้วยหอคอยซึ่งประกอบขึ้นด้วยเหล็กหลายรูปร่างให้สูง 300 ม.
      ซึ่งจะเป็นหอคอยสูงที่สุดในโลก
งานวิศวกรรมหอไอเฟลจะแสดงงานก่อสร้างเหล็กของฝรั่งเศสที่น่าทึ่ง เพราะแม้เป็นโครงสร้างเหล็กหนัก 7,300 ตันก็จริง แต่หากย่อลงมาให้สูงขนาดเก้าอี้นั่งขนาด 2 ฟุตครึ่ง หอไอเฟลจะมีน้ำหนักเฉลี่ยที่แต่ละขาแค่เพียง 7 กรัมเท่านั้น
      แค่นั้นก็อึ้งกันตาค้างแล้วค่ะ....
      แต่เสียงต่อต้านในการก่อสร้างหอไอเฟลก็ดังอื้ออึงเพราะค่าก่อสร้างที่สูงถึง 7.8 ล้านฟรังค์  พวกนักเขียนและพวกศิลปินราว 300 คน รวมกันออกมาด่าว่าจ่ายเงินไปแพงเพื่อสร้างโครงเหล็กเปลือยเปล่าทุเรศบ้าบอขึ้นในงาน  
      คณะกรรมการไม่ฟังเสียง ในที่สุด Eiffel Tower ก็เกิดขึ้น แต่ก็ปลอบใจพวกต่อต้านไปว่า
“พวกท่านทนดูไปหน่อยก็แล้วกัน... หลังงาน Paris Expo 20 ปี เดี๋ยวจะทำการรื้อหอไอเฟลลง”
      แต่หอไอเฟลก็รอดจากการถูกรื้อทิ้งเมื่อรัฐบาลต้องการหาเสาวิทยุสูงพอที่ไว้ดักฟังสัญญาณวิทยุข้าศึกในมหาสมุทรแอตลันติกในสงครามโลกครั้งที่ 1
      ฯลฯ
      ประมาณนี้แหละค่ะ... คือเนื้อหาที่ เกี่ยวกับหอไอเฟลซึ่งวันนี้ได้กลายมาเป็น La Dame de Fer  หรือ The Iron Lady  ซึ่งเมื่อเมื่อถูกถ่ายทอดออกมาให้เราได้ยิน เห็น และสัมผัสขณะที่เราอยู่ที่หอไอเฟลแล้ว
      ทำให้เราเกิดความประทับใจกับหอไอเฟลได้อย่างประหลาด
      หอไอเฟลครองตำแหน่งเป็นหอคอยหรืออาคารสูงที่สุดในโลกมานานราว 30 ปี จนกระทั่งอาคาร Chrysler
ได้สร้างขึ้นใน New York สูงกว่าหอไอเฟล 19 ม.
และหลังจากนั้นมาความสูงของหอคอยและอาคารกลายเป็นสถิติที่ ถูกไล่ล่าทำลายมาอย่างต่อเนื่อง
       เราทราบว่า การสร้างหอคอยชมเมืองกรุงเทพ ฯ ครั้งนี้จะใช้เป็นที่แสดงแนวคิดในปรัชญา “ศาสตร์พระราชา” และสะท้อนรูปแบบในเอกลักษณ์ของความเป็นไทย
      ท่านต้องสร้างเนื้อหาและวิธีการสื่อสารให้หอชมเมืองกรุงเทพ ฯ สามารถแสดงแนวคิดนั้นได้ชัดเจนประทับใจให้คนจำไปมิรู้ลืมให้ได้นะคะ
     
      (พบกันวันเสาร์หน้าค่ะ)

ขอบพระคุณรูปภาพ Dekwat1975 และ Facebook / Thailand Skyline

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์