อานุภาพมันฝรั่ง  (2)
อานุภาพมันฝรั่ง (2)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 20 เมษายน 2560 16:36
ISBN : -


อานุภาพมันฝรั่ง (2)


สเปนได้นำมันฝรั่งซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองในอเมริกาใต้เข้ามาปลูกในยุโรปและหลายที่ในโลก
คนยุโรปยังคงดูถูกเหยียดหยามมันฝรั่งและเติมแต่งเรื่องราวไม่ดีให้กับมันฝรั่งจนกลายเป็นพืชและอาหารชั้นต่ำที่น่าขยะแขยง
เช่น พูดกันว่าการกินมันฝรั่งจะทำให้เป็นโรคเรื้อน ก็ยิ่งทำให้คนห่างเหินมันฝรั่งออกไปอีก
มันฝรั่งจึงมีสถานะเป็นอาหารสำหรับสัตว์ในยุโรปอยู่ราว 200  ปี แต่ก็มีเหตุการณ์วิกฤติซึ่งนำไปสู่การปฎิวัติการกินอาหารในโลกครั้งสำคัญ 
สงครามในยุโรปที่เรียกว่าสงคราม 7 ปี (1756–1763) อังกฤษเข้ายึดที่มั่นของฝรั่งเศสในทวีปอเมริกาเหนือและยึดเรือสินค้าฝรั่งเศสหลายร้อยลำ ทำให้มีกลุ่มประเทศเข้าสนับสนุนทั้งฝ่ายอังกฤษและฝ่ายฝรั่งเศส กลายเป็นความขัดแย้งขึ้นในหลายพื้นที่ในโลก
(อาจเรียกว่าเป็นสงครามโลกก็ว่าได้)
ชาติต่าง ๆ เข้าสนับสนุนแต่ละฝ่าย เพราะมีเป้าหมายซ่อนเร้นอยู่ เช่น ออสเตรียอยากจะเอาพื้นที่ Silesia คืนจากปรัสเซีย ซึ่งปรัสเซียมาเป็นพันธมิตรกับอังกฤษ สเปนซึ่งปกครองด้วยราชวงศ์บูร์บองเดียวกับฝรั่งเศสก็ฉวยโอกาสบุกโปรตุเกส ในเอเชียนั้นพวกโมกุลในอินเดียก็อยากให้ฝรั่งเศสช่วยปลดตัวเองออกจากอำนาจของอังกฤษ ฯลฯ 
มั่วกันน่าดู....
แต่ฝรั่งเศสแพ้สงครามค่ะ จึงมีการเปลี่ยนพื้นที่ครอบครองระหว่าง อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส หลายแห่ง
อังกฤษผู้ชนะได้พื้นที่ของฝรั่งเศสและของสเปนในอเมริกาส่วนหนึ่ง แต่ยกเว้น Louisiana
สงครามครั้งนี้แหละที่อังกฤษสามารถลดความยิ่งใหญ่และความเว่อของฝรั่งเศสที่ได้ส่งออกวัฒนธรรมแวร์ซายทำให้ราชสำนักต่าง ๆ และคนยุโรปมากมายที่คลั่งไคล้ลงไปได้
แต่เรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่งกลับมาบานปลายขึ้นในจานอาหารของคนฝรั่งเศสซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระแสและรสนิยมการกินอาหารในโลกครั้งสำคัญในเวลาต่อมาค่ะ
ในสงครามครั้งนั้น นายทหารเสนารักษ์ฝรั่งเศสชื่อ Antoine Augustin Parmentier ซึ่งอยู่ในกองทัพฝรั่งเศส ขึ้นไปรบที่ Hanover ถูกจับเป็นเชลยและไปติดคุกที่ปรัสเซีย ในช่วงที่ถูกจับและจำคุกอยู่นั้น พวกปรัสเซียเลี้ยงดูพวกเชลยอย่างสมราคา คือ
นำอาหารที่คนฝรั่งเศสใช้เลี้ยงหมูให้กิน
นั่นคือมันฝรั่งค่ะ...
คุกปรัสเซียได้กลายเป็นห้องทดลองทางชีววิทยาครั้งสำคัญ Antoine-Augustin Parmentier อยู่ในคุกปรัสเซียก็เห็นว่าตนเองกับนักโทษคนอื่นกินมันฝรั่งแล้วไม่ยักกะตายทั้ง ๆ ที่เชื่อกันว่ามีพิษ
หลังจากถูกปล่อยจากปรัสเซียก็ได้ศึกษาและวิจัยมันฝรั่งอยู่อีกช่วงหนึ่ง และขณะนั้นเหตุการณ์ในฝรั่งเศสกำลังข้าวยากหมากแพง มีวิกฤติการณ์ซ้ำเติมจากภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ระเบิดส่งเถ้าธุลีไปบังแสงพระอาทิตย์มืดมัวไปทั่วยุโรปถึงอเมริกา ไม่สามารถปลูกพืชในหน้าร้อนไว้เป็นอาหารได้ ส่งผลต่อเนื่องให้ฝรั่งเศสขาดแคลนอาหาร และเดินหน้าเข้าสู่การปฏิวัติใหญ่
Antoine Augustin Parmentier เห็นว่ามันฝรั่งนี่แหละจะทำให้คนฝรั่งเศสพ้นจากความอดอยาก
      ความคิดของเขาในขณะนั้นมีอยู่ 2 อย่างที่จะช่วยให้คนฝรั่งเศสทุเลาจากภาวะขาดแคลนอาหารคือ
      1 ทำอย่างไรให้คนฝรั่งเศสหันมากินมันฝรั่ง
2 ทำอย่างไรให้คนฝรั่งเศสหันมาปลูกมันฝรั่ง
ในข้อแรกนั้นเขาต้องทำลายกำแพงแห่งความเชื่อในการเปลี่ยนจากอาหารสัตว์มาเป็นอาหารคนเสียก่อน และเนื่องจากเขาและนักโทษฝรั่งเศสที่ไปติดคุกในปรัสเซียต่างก็เป็นกลุ่มตัวอย่างที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า มันฝรั่งเป็นอาหารที่คนกินแล้วไม่ตาย และไม่ได้ทำให้เป็นโรคใด ๆ และงานวิจัยในห้องทดลองที่เขาทำต่อมาเห็นว่าเป็นอาหารที่เทียบเคียงข้าวและอาหารประเภทแป้งได้
เขาและเพื่อน ๆ เป็นตัวอย่างที่ยืนยันได้ว่ารอดตายจากคุกปรัสเซียมาได้เพราะกินมันฝรั่งเป็นอาหาร
เรื่องนี้เป็นการใช้หลักการสื่อสารตรงกับเวลาที่ฝรั่งเศสขาดแคลนอาหารพอดี คนจึงให้ความสนใจอย่างมาก
ส่วนการทำอย่างไรให้คนฝรั่งเศสหันมาปลูกมันฝรั่งกินเขามีวิธีที่เด็ดมากขึ้นไปอีก
คือได้ไปขอพื้นที่จากกษัตริย์หลุยส์ 16 แปลงใหญ่เพื่อปลูกมันฝรั่งในทำนองสวนพฤกษศาสตร์ ก็ได้รับพระราชทานที่ดินมาแห่งหนึ่งเขนาดใหญ่มาก เทียบได้กับพื้นที่บ้านเราก็ประมาณ 100 ไร่ ประกาศว่าเพื่อเป็นแปลงปลูกมันฝรั่งหวงห้าม(ทำนองนั้น)
การประกาศไว้อย่างนี้สร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ทดลองอย่างมาก ซ้ำให้ทางการจัดทหารมาเผ้ายามเพื่อป้องกันคนขโมยมันฝรั่งในแปลงทดลอง ทำให้เป็นเขตหวงห้ามดูเข้มงวดเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้นไปอีก
แต่นั่นเป็นแผนการค่ะ...
จากนั้นให้แพร่ข่าวเขตหวงห้ามออกไป โดยแกก็แอบไปให้คนซุบซิบกันว่า หากใครอยากได้พันธุ์มันฝรั่งไปปลูกก็ให้ไปขโมยในแปลงปลูกมันฝรั่งหลวงตอนกลางคืน เพราะทหารไม่อยู่
เพราะในความเป็นจริงนั้นแกต้องการให้คนมาขโมยมันฝรั่งไปปลูกกินเป็นอาหาร  
นี่เป็นวิธีการแพร่พันธุ์มันฝรั่งของ Antoine-Augustin Parmentier ความคิดเขายิ่งใหญ่และมีบุญคุณต่อคนฝรั่งเศสมากค่ะ...
ส่วนในแวร์ซายนั้น มันฝรั่งกลายเป็นพืชยอดฮิต ขนาดว่าพระนางมารี อ็องตัวเน็ตยังนำต้นมันฝรั่งมาประดับทรงผม ซึ่งก็รู้กันนะคะว่า
อะไรที่เกิดในแวร์ซายส์นั้นอีกไม่กี่วันจะต้องป็นเรื่องที่ซุบซิบให้แซ่ดเป็นพลุแตกไปทั่วยุโรป
นั่นแหละค่ะที่เป็นจุดเปลี่ยนของมันฝรั่ง แล้วมันฝรั่งก็ได้กระจายพันธุ์กลายเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในฝรั่งเศสมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่บัดนั้น
หากใครไปปารีสวันนี้ ให้ขึ้นไปนั่ง Paris Métro สาย 3 จะเห็นสถานี Métro แห่งหนึ่งชื่อว่า Parmentier ซึ่งอยู่ระหว่างสถานี République กับ Rue Saint-Maur
นั่นเป็นชื่อบุคคลที่ได้ช่วยให้คนฝรั่งเศสรอดจากความอดอยากด้วยการทำให้คนฝรั่งเศสหันมาปลูกและกินมันฝรั่งในวิกฤติการอาหาร และเป็นการตรึงมันฝรั่งไว้ให้อยู่ในจานอาหารของคนฝรั่งเศสทุกวันนี้
ทั้งหมดทั้งปวงนั้นคือวิธีการแก้วิกฤตอย่างแยบยลของ Antoine-Augustin Parmentier เภสัชกรและนัก พฤกษศาสตร์ฝรั่งเศส
ผู้เปลี่ยนมันฝรั่ง...  อาหารในคอกหมูให้กลายมาเป็นอาหารบนโต๊ะหรูสำหรับชาวฝรั่งเศสโดยแท้
 
(อ่านต่อวันเสาร์หน้าค่ะ)

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์