Coca... ที่เทือกเขาแอนดีส
Coca... ที่เทือกเขาแอนดีส

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 09 มีนาคม 2560 15:50
ISBN : -


Coca... ที่เทือกเขาแอนดีส


สมัยนี้อะไร ๆ ที่นำมาชงกับน้ำร้อนจะถูกเรียกว่า “ชา” ได้หมด ไม่จำเป็นต้องเป็น Black Tea / Green Tea ที่ทำจากใบชาแท้ ๆ  อีกต่อไป
      เมื่อมีชาหลากหลายกว่าแต่ก่อน ในศาสตร์แห่งชาปัจจุบันจึงมีการจัดการจัดหมวดหมู่ชาให้เป็นระบบมากขึ้น ในวิชาบุคลิกภาพเมื่อพูดถึงเรื่อง... ชาในวัฒนธรรมต่าง ๆ นั้นสนุกค่ะ และมีรายละเอียดที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากาแฟหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ  
      การเดินทางไปบริเวณเทือกเขาแอนดีส ผู้เขียนได้พบกับชาอีกอย่างหนึ่งเรียกว่า Mate de Coca หรือ Coca Tea ก็คือชาที่ทำจากใบโคคา
ส่งเข้าไปอยู่ในหมวด Herbal Tea ก็แล้วกันนะคะ
ทุกมื้อเข้าในเขตเทือกเขาแอนดีสเราจะพบกับเครื่องดื่มประจำถิ่นอย่างหนึ่งคือ Mate de Coca หรือ Coca Tea
กินอยู่สิบกว่าวัน บางวันก็หลายถ้วย
     ที่พักหลายแห่งนำใบโคคาที่เพิ่งผ่านการตากแดดให้แห้ง บางแห่งก็บรรจุเป็นแบบถุงหรือซองเหมือนกับชาทั่วไปมาวางใส่ภาชนะและมีน้ำร้อนพร้อมให้เราชงชาโคคาได้ตลอดเวลา
     การกิน Coca Tea ก็ทำได้ง่าย ๆ โดยการหยิบใบโคคาที่เพิ่งแห้งหรือโคคาแบบซองใส่ถ้วยแล้วก็ใส่น้ำร้อน ทิ้งไว้สักนาทีแล้วกินได้เลยค่ะ ไม่ต้องเติมน้ำตาล นม หรือมะนาว ใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งก็เหมือนกับการกิน Herbal Tea เช่น ชา... วานิลลา เบอรี่ต่าง ๆ ตะไคร้ หม่อน ฯลฯ     
     รสชาติ Coca Tea ก็เป็นรสใบไม้ชนิดหนึ่ง ไม่เปรี้ยว ไม่หวาน ไม่ขม ...แต่ออกฝาดนิด ๆ
     เรากิน Coca Tea เพราะคิดว่าช่วยคลายอาการ Altitude Sickness หรืออาการแพ้ความสูง อันเนื่องมาจากความดันอากาศและปริมาณออกซิเจนที่ลดลง เนื่องจากเราอยู่บนเมืองที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,000 – 4,000 ม. ทุกวัน 
     ในทางการแพทย์เขาก็ยังไม่ยืนยันว่าการกิน Coca Tea ช่วยคลายอาการ Altitude Sickness อาจเป็นสารนิโคตินใน Coca Tea ต่างหากที่ทำให้ประสาทเราตื่นตัวขึ้น
     แต่ที่แน่ ๆ คือการกินเครื่องดื่มร้อน ๆ ในสภาพภูมิศาสตร์อย่างนี้รู้สึกว่าดีค่ะ
     โคคาเป็นพืชประจำถิ่นที่อเมริกาใต้ ขึ้นได้ดีทั่วไปตามลาดภูเขาของเทือกเขาแอนดีส โคคามีความผูกพันกับคนพื้นเมืองที่นั่นมานานจนกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว ประเทศในอเมริกาใต้ซึ่งมีต้นโคคาอยู่มากในขณะนี้คือ อาร์เจนตินา โบลิเวีย โคลอมเบีย และ เปรู โดยเปรูนั้นถือว่าเป็นประเทศที่มีต้นโคคาอยู่มากที่สุด
     เราจะเห็นชาวบ้านและคนเลี้ยงสัตว์ทั่วไปในเขตแอนดีสมีกระเป๋าติดตัวใบเล็ก ๆ เหมือนกระเป๋าใส่ยาเส้น คาดเอวใส่ใบโคคาแห้งไว้เคี้ยวและเมี่ยง
     คนท้องถิ่นในเขตแอนดีสตั้งแต่บรรพกาลมาจนถึงปัจจุบันนี้ถือว่าใบโคคาเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ บรรดาพวกหมอชาวบ้านซึ่งทำพิธีติดต่อทางจิตวิญญาณและรักษาโรคต้องใช้ใบโคคาเข้าประกอบในพิธีกรรมเพื่อรักษา ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
     อาจเปรียบได้กับหมากพลูของเมืองไทย
     บริเวณเทือกเขาแอนดีสมีพืชตระกูลโคคาอยู่มากมายหลายสิบหรืออาจเป็นร้อยชนิด แต่ที่นำมาเคี้ยวมีอยู่ 2-3 ชนิดเท่านั้นคนแถวแอนดีสเคี้ยวใบโคคาเพราะทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวย ซึ่งน่าจะมาจากสารนิโคติน เพราะแรกทีเดียวในห้องทดลองพบว่าในใบโคคามีสารนิโคตินช่วยกระตุ้นให้คนกระชุ่มกระชวยจากอาการพร่องอ็อกซิเจนได้  
     แต่ต่อมาในห้องทดลองได้พบเพิ่มเติมว่าใบโคคานั้นมีสาร Alkaloid ซึ่งสามารถนำไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิตโคเคนซึ่งให้ผลเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง
     แล้วใบโคคาก็ได้กลายเป็นผู้ร้ายตัวจริงมาตั้งแต่บัดนั้น
     เอ้า... แล้วพวกเราที่กินชาโคคาต่อเนื่องอยู่หลายวัน บางวันก็หลายถ้วยจะมีผลอย่างไรบ้างล่ะ
     จากการค้นเข้าไปทางสื่อออนไลน์ จึงได้พบข้อมูลชิ้นหนึ่งว่า น้ำที่ชงใบโคคาร้อน 1 ถ้วย จะมีสาร Alkaloid ออกมาได้ราว 4.2 ม.ก. ในปริมาณนี้เป็นเพียงสารกระตุ้นอ่อน ๆ เทียบได้กับชาหรือกาแฟหนึ่งถ้วย แต่ในปริมาณการดื่มขนาดนี้ เมื่อมีการทำ Drug Test จะให้ผลเป็นบวกได้
      การดื่มหรือเคี้ยวใบ Coca Tea ในทวีปอเมริกาใต้... อาร์เจนตินา เอกัวดอร์ ชิลี โคลอมเบีย โบลิเวีย เปรู  เป็นการกระทำตามวัฒนธรรมที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย
นั่นเป็นเรื่องปรกติธรรมดาในทวีปอเมริกาใต้ แต่การกระทำอย่างนี้หากขยับขึ้นไปในทวีปอเมริกาเหนือจะกลายเป็นคนละเรื่อง
      การครอบครองต้นโคคา ใบโคคา หรือแม้แต่ Coca Tea กลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในสหรัฐอเมริกา
แต่ก็แปลกค่ะ...
ในอีกด้านหนึ่งอเมริกาก็ยังเป็นผู้นำเข้าใบโคคารายใหญ่ของโลก หมายถึงทั้งการนำเข้าที่มีการรับรองว่าถูกกฎหมายและการลักลอบนำเข้าใบโคคาที่แปรรูปเป็นโคเคนที่ผิดกฎหมาย
บริษัท Stepan Company ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ในสหรัฐที่อยู่เบื้องหลัง แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และเครื่องสำอาง หลายยี่ห้อเป็นผู้นำใบโคคาเข้าสหรัฐอย่างถูกกฎหมายรายสำคัญ
Stepan Company นำใบโคคาแห้งจากเปรูเข้าสหรัฐปีละราว 100 ตันเพื่อทำการสกัดสารแต่งรสผสมเครื่องดื่มให้กับบางบริษัท ส่วน Alkaloid ที่ได้จากการสกัดออกจะไม่ทิ้ง แต่จะส่งขายให้กับบริษัทที่ผลิตยาทางการแพทย์
สิ่งที่คนกังวลและเป็นปัญหาอย่างมากโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ในขณะนี้คือการ
ลักลอบนำเข้าใบโคคาที่แปรสภาพเป็นโคเคนซึ่งถือว่าเป็นยาเสพติดที่แพร่หลายชนิดหนึ่งในโลกสำหรับตลาดกลุ่ม A และ A+
ขบวนการผลิตและค้าโคเคนนั้นซับซ้อนแต่ผลประโยชน์ มหาศาลและเห็นผลในเวลารวดเร็ว จึงทำให้เกิดขบวนการอาชญากรรมที่ดึงคนเข้าเสี่ยงเข้าไปตายอย่างต่อเนื่อง
นี่คือเหตุผลทำให้การปลูกต้นโคคาในเขตเทือกเขาแอนดีสมีดาษดื่นอย่างคงเส้นคงวา
เรื่องของยาเสพติดยังเย้ายวนให้เกิดขบวนการอิทธิพลทุกแห่งในโลก ที่บ้านเราเมื่อไม่กี่วันก็คงเห็นที่ตำรวจไทยใช้เวลารอคอยตะครุบตัวนักค้ายาเสพติดระดับโลกคนหนึ่งอยู่ 5 ปี และก็ทำได้สำเร็จที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ที่อเมริกาใต้ก็เช่นกันค่ะ เราคงจำชื่อเจ้าพ่อยาเสพติดชาวโคลอมเบียคนหนึ่งที่ชื่อ Pablo Escobar ได้ใช่ไหมคะ
 
(อ่านต่อวันเสาร์หน้าค่ะ)

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์