INCA TRAIL
INCA TRAIL

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 15 กุมภาพันธ์ 2560 09:23
ISBN : -


INCA TRAIL


ได้เดินทางไปเที่ยวแถบเทือกเขาแอนดีส
     ออกจากสนามบินก็เห็นคนถูกยิงเป็นศพนอนอยู่ข้างทาง พอเข้าไปในเมืองเขาก็กำลังระดมของไปช่วยคนที่ถูกแผ่นดินไหวกันอยู่ ฯลฯ
     ประเทศละตินอเมริกาโดยเฉพาะประเทศ เปรู เอกัวดอร์  ชิลี โบลิเวีย เคยเป็นพื้นที่ของจักรวรรดิอินคา แต่ถูกพวกสเปนเข้ามา ปล้น ฆ่า เอาปืนใหญ่ยิงทำลายทั้งเมือง อารยธรรมอินคาสูญสิ้น เมื่อราว 400 ปี ที่แล้ว
     เปรู เคยเป็นพื้นที่ที่มีทองคำมากแห่งหนึ่งของโลก แต่สเปนก็ขนไปแทบไม่เหลือ ในวันนี้คนพื้นเมืองในพื้นที่จักรวรรดิอินคาดั้งเดิม ส่วนมากยังยากจน หน้าตาไม่มีรอยยิ้ม พวกเขาย้อมอารมณ์หลังตื่นนอนด้วยกระแช่ข้าวโพด เคี้ยวใบโคคาและเดินออกจากบ้าน
     โชคยังดีอยู่บ้างที่ พวกสเปนหาบางเมืองของอารยธรรมอินคา ไม่เจอ จึงกลายมาเป็นวัตถุดิบขายในการท่องเที่ยว นำเงินเข้าประเทศได้มากมายในวันนี้
     ผู้เขียนได้เข้าไปเห็นที่เขาทำการท่องเที่ยวแบบผสมผสานใน Inca Trail  โดยสร้างเป็นกิจกรรมร่วมกับการเดินทางหลากหลาย 
       Inca Trail เป็นการเที่ยวย้อนไปในรอยทางของอารยธรรมอินคาในอดีต ซึ่งรอยทางเหล่านั้นบางส่วนยังปรากฎอยู่ เป็นถนนที่ปูด้วยหินมีสถานีเปลี่ยนผลัดคนเดินสารและใช้ทั่วไป  Inca Trail ไม่ได้กว้างเหมือนถนนของพวกโรมันหรอกนะคะ ส่วนพวกสะพานเชือกที่ข้ามเหวนั้นบางแห่งก็ทำขึ้นมาใหม่ บางแห่งเราต้องใช้จินตนาการสร้างขึ้นมาเอง
     Inca Trail ถือเป็นระบบ Logistics ประมาณ 500 ปีที่แล้วที่สมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของโลกค่ะ     การที่นักท่องเที่ยวจะเข้าไปในซอกหลืบของเทือกเขาแอนดีสเพื่อจะไปให้ถึง Inca Trail ที่สะดวกที่สุดคือการใช้เครื่องบินหรือไม่ก็รถไฟ จากนั้นต้องเดินเท้าต่อเข้าไป บริษัททัวร์จะจัดขาย มีรายการ 3-10 วัน ให้เลือกมากมาย
     ใครจะเข้าไปเที่ยวแถวแอนดีสต้องถามสุขภาพตัวเองเสียก่อนว่าทนกับสภาพพร่องอ็อกซิเจน (Hypoxia) ได้มากแค่ไหน เพราะในเขตเทือกเขาแอนดีสเมืองจะอยู่ที่ระดับ 2,000 - 4,000 เมตร ผู้เขียนต้องขออ็อกซิเจนที่โรงแรมมาสูดทุกคืนค่ะ คล้ายกับที่ทิเบตและแค้มป์ตีนเขาเอเวอเรสท์ หากแต่ที่นี่อ็อกซิเจนฟรี แต่ที่ทิเบตต้องเสียเงิน
     พื้นที่ตามยอดเขาของแอนดีสมีหิมะคลุมแต่ก็ไม่หนามากนัก
     เพราะโลกร้อนหรือเปล่า ?
     มองจากเครื่องบินแอนดีสไม่งามเท่าแอลป์ในยุโรป แต่หิมะที่คลุมเทือกเขาแอนดีสนี่แหละ คือปฐมบทของน้ำที่จะกลายไปเป็นแม่น้ำแอมะซอน
     มีเมืองอยู่เมืองหนึ่งในเทือกเขาแอนดีสชื่อ Machu Picchu ตั้งอยู่บนยอดเขายอดหนึ่งที่เร้นลับ พวกสเปนหาไม่เจอ จึงรอดจากการถูก ปล้น เผา และยิงทำลาย
     Machu Picchu จึงยังเป็นเมืองที่สมบูรณ์ บอกเล่าถึงอารยธรรมอินคาได้ชัดเจน
วันนี้ Machu Picchu  ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลกที่ดูแลอย่างเข้มงวดโดย UNESCO
การเดินทางเข้าไปที่ Machu Picchu  นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไป โดยรถไฟเท่านั้นโดยจะเริ่มจากเมือง Cusco ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอดีตจักรวรรดิอินคา
     บริเวณเทือกขาแอนดีสมีภูมิประเทศสวยงาม การเดินทางโดยรถไฟ จะสามารถชมทัศนียภาพในเส้นทางให้อิ่มเอมและได้บรรยากาศ ดีมาก นี่แหละค่ะคือจุดแข็งอีกอย่างของรถไฟ
     พื้นที่ภูมิประเทศที่สวยงามจึงเป็นที่มาของการจัดบริการ รถไฟประเภท Scenic Train ขึ้นมา ขายตั๋วกันในราคาที่แทบไม่ง้อลูกค้าทีเดียว
     มีหลายเส้นทางในโลกที่เขานำ Scenic Train  เข้ามาหารายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น เส้นทางรถไฟชมธารน้ำแข็งในสวิสเซอร์แลนด์ เส้นทางชม ฟยอร์ดในนอร์เวย์ เส้นทางชมทิวทัศน์ในแคนาดา หรือแม้แต่เส้นทางย้อนอดีตการนำอูฐจากอัฟกานิสถานเข้ามาช่วยทำเส้นทางรถไฟผ่ากลางทวีปจากเหนือลงใต้ของออสเตรเลีย ที่เรียกว่า The Ghan ฯลฯ
     เส้นทางเหล่านี้กลายเป็นเส้นทางสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวที่คนอยากย้อนตัวเข้าไปซึมซับความงามธรรมชาติหรือกลิ่นอายของอดีต
     การเดินทางอย่างนี้ถูกจัดเข้าในรายการวมกับอย่างอื่นให้เป็นทัวร์ ขายในราคาต่าง ๆ กันไป ในเวลาที่สั้นหรือยาวตามความเหมาะสมของเส้นทาง
     ที่เมืองไทยขณะนี้ก็มีเส้นทางชมทิวทัศน์ อย่างเช่น ไปกาญจนบุรีหรือไปชมทุ่งทานตะวันและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
     หากแต่การทำเส้นทางเพื่อสร้างรายได้ในบางแห่งในต่างประเทศนั้นทำอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเข้มข้นกว่าที่บ้านเรามาก และกำลังเกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในโลก ที่น่าศึกษามากในขณะนี้คือที่ญี่ปุ่น ซึ่งมีการวิเคราะห์การบริการรถไฟบางช่วงที่มีรายได้น้อยว่าจะทำอย่างไรให้เกิดแรงจูงใจให้คนมาใช้บริการ เปลี่ยนวิธีคิดให้รถไฟมาบริการอย่างอื่น เช่น เปลี่ยนขบวนรถไฟกลายเป็นขบวนรถให้คนมานั่งกินอาหารดี ๆ จากเชฟดัง ๆ ชมวิวเพลิน ๆ แวะหยุดบางสถานีที่จัดสินค้าพื้นเมืองมาขาย ฯลฯ ทำให้ ขบวนรถที่ไม่มีคนโดยสาร กลายเป็นต้องจองล่วงหน้ากันเป็นเดือน ๆ
     และก็เช่นเดียวกับแนวคิดการให้บริการรถไฟแบบ Vista Dome อีกรูปแบบหนึ่งของ Scenic Train ที่เปรู ที่นำนักท่องเที่ยวเข้าไปยัง Machu Picchu  
 
      (พบกันวันเสาร์หน้าค่ะ)

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์