จุดแข็งของรถไฟ
จุดแข็งของรถไฟ

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 06 กุมภาพันธ์ 2560 10:51
ISBN : -


จุดแข็งของรถไฟ


รัฐบาลตัดสินใจปล่อยเงินเข้าสู่การลงทุนภาครัฐปี 2560 ในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ประมาณ 1.77 ล้านล้านบาท 
      ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนในส่วนของการคมนาคมครั้งใหญ่ คือ 
      รถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง   
      รถไฟทางคู่ 12 เส้นทาง   
      รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 7 เส้นทาง   
      รถไฟฟ้าชานเมือง 2 เส้นทาง   
      ทางหลวงพิเศษและทางพิเศษ 5 เส้นทาง   
      การลงทุนทางอากาศ 3 โครงการ   
      สิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน 5 โครงการ    
      รถโดยสารสาธารณะ 1 โครงการ    
      ระบบบริการจัดการขนส่งสาธารณะ 1 โครงการ   
      นอกนั้นก็การลงทุนทางน้ำ 3 โครงการ    
      จินตนาการไว้ได้เลยว่าหลังจากโครงการเหล่านี้เสร็จและเข้าสู่ระบบการใช้งานโดยสมบูรณ์ การเดินทางและการขนส่งในประเทศไทยจะเปลี่ยนโฉมไปอย่างมาก ใครมองภาพนั้นออกจะสามารถวางแผนการใข้ชีวิตล่วงหน้าได้เหมาะสมขึ้นกับหลายอย่างที่จะเปลี่ยนไป 
      รถไฟไทยที่เหมือนกับเป็นเด็กขาดสารอาหารมาตั้งแต่ สงครามโลกครั้งที่ 2 และ 40 ปี หลังมานี้ กลายเป็นองค์กรที่แทบไม่ขยับเลย มีทั้งข่าวตกรางและตกใจให้เราได้ยินอยู่บ่อยมากจนชิน แต่หากรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างนี้ก็น่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์รถไฟได้เสียที 
        เพราะจีน เวียดนาม มาเลเซีย ได้จัดเส้นทางการเดินทางขนส่งทางรางที่พร้อมจะเชื่อมกับเราไว้หมดแล้ว เราต้องสร้างระบบคมนาคมเพื่อเชื่อมกับข่ายเส้นทางในกลุ่มเศรษฐกิจ CLMVT ที่จะรอช้าอีกไม่ได้ จุดแข็งของการคมนาคมทางรถไฟนั้นหากทำให้ดีแล้วรับรองว่าการขนส่งอย่างอื่นจะต้องตัวร้อนไปตาม ๆ กัน 
      จุดที่แข็งที่สุดของรถไฟนั้นคือ... สถานีรถไฟหลักจะตั้งอยู่ใจกลางเมือง  
เวลาจะไปต่างประเทศสิ่งที่ต้องทำคือต้องศึกษาแผนที่เมืองที่จะไปเพื่อดูขนาดของเมืองและดูว่าอะไรอยู่ตรงไหนเพื่อการจะใช้ชีวิตในเมืองต่าง ๆ ที่ต่างประเทศให้ง่าย และจุดสำคัญที่สุดที่ผู้เขียนต้องทำความรู้จักและให้ความสนใจก่อนอื่นมีอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ 
      Zentrum (Centrum) และ Central (Station)   
      Zentrum (Centrum) ก็หมายถึง Center หรือใจกลางเมือง หลักกิโลเมตรที่ 0 ของเมืองจะนับจากที่นั่น  
      Zentrum มีความสำคัญขึ้นมาก ตั้งแต่ปลายยุคกลางในยุโรปเป็นต้นมา  ซึ่งมักเป็นที่ตั้งของ ศาลากลาง โบสถ์ ตลาด จตุรัสกลางเมือง ที่คนมามีกิจกรรมร่วมกัน มาพบปะสังสันท์กัน เป็นที่ประกาศโองการต่าง ๆ เป็นที่ประจานหรือตัดคอนักโทษ ฯลฯ   
      บริเวณ Zentrum กลายเป็นย่านเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น การเติบโตของเมืองจะเริ่มกันมาจากบริเวณ Zentrum และ Zentrum ก็กลายมาเป็นพื้นที่ที่สำคัญต่อชีวิตคนเมืองนั้น   
      เมื่อมาถึงยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม มีสิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้นคือ การตั้งสถานีรถไฟขึ้นในเมือง ต่อมาก็จะกลายเป็นสถานีหลักของเมือง  และจะเรียกเป็น Central Station   
      ก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น Centralle Centrum Centraal Central ในแต่ละภาษา 
      เมืองส่วนมากจะวางตำแหน่งของ Central Station ไว้ในบริเวณ Zentrum หรือไม่ไกลจาก Zentrum  
      จากนั้นการเติบโตของ Zentrum กับ  Central Station จะเดินหน้าคู่กัน  
      การวางตำแหน่งของ Central Station ไว้ในบริเวณ Zentrum นี่แหละค่ะคือจุดแข็งจุดแรกของรถไฟ  
      เพราะจากนั้นบริเวณที่ติดกับ Central Station เขาก็จะวาง รถราง รถไฟฟ้า รถเมล์ รถใต้ดิน ให้วิ่งกระจายออกไปยังทิศทางต่าง ๆ ทั้งในตัวเมืองและออกไปยังชานเมืองหรือวิ่งต่อไปยังเมืองอื่น  
      ตัวอย่างเช่นในเยอรมันนีที่ Frankfurt (Main) Hauptbahnhof หรือในสวิสที่ Zürich Hauptbahnhof 
 และตามหัวเมืองอื่น ๆ จะใช้หลักการนี้เคร่งครัดมาก เพราะฉะนั้นการเดินทางเชื่อมต่อโดยรถไฟเมื่อมาจากเมืองหนึ่งมาถึงอีกเมืองหนึ่งแล้วจะต่อด้วยรถรางหรือรถชานเมืองกลับบ้านเป็นเรื่องที่ง่ายสุด ๆ ประหยัดเงิน เวลา และไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อออกไปยังสนามบิน 
      ตรงนี้แหละค่ะหากรถไฟความเร็วสูงที่บ้านเราเกิดขึ้น และรถชานเมืองเต็มระบบเสร็จเรียบร้อยเมื่อใด การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงจะเข้ามาแย่งตลาดเครื่องบินทันที 
     รถไฟความเร็วสูงนั้นช้ากว่าเครื่องบินหน่อยเดียวแต่ก็ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไป-กลับ สนามบินได้มากกว่า  
      ขั้นตอนการขึ้นรถไฟต่อไปจะซื้อตั๋ว On line จากร้านสะดวกซื้อ หรือจากตู้ขายตั๋วที่สถานีที่จ่ายด้วยเครดิตการ์ดหรือเงินสดได้ ไม่ต้องไปเสียเวลากับระบบ Check-in เหมือนกับการไปขึ้นเครื่องบิน หากซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้แล้วมาถึงชานชาลาก็ไปขึ้นรถไฟได้ทันที    
      ต่อไปนี้ก็จะเป็นทางเลือกที่สูสีกันแล้วล่ะค่ะ ว่าจะไปเครื่องบินหรือจะไปรถไฟความเร็วสูง 
      การเดินทางข้ามทวีปยานพาหนะหลักคงยังเป็นเครื่องบิน แต่การเดินทางในประเทศ หากมีเครือข่ายการเดินทางโดยรถไฟง่ายและลื่นไหล ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟธรรมดา ที่สามารถเชื่อมโยงการเดินทางกับ รถราง รถไฟฟ้า รถใต้ดิน เรือ ได้อย่างไร้รอยต่อนั้น  
      คนที่ไม่ชอบรถไฟอาจต้องคิดใหม่ค่ะ 
        
      (พบกันวันเสาร์หน้า)

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์