เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จิ๊กซอว์ตัวไหนที่ขาดหายไป จนอาจจะทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา
เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จิ๊กซอว์ตัวไหนที่ขาดหายไป จนอาจจะทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา ผู้เชี่ยวชาญการสื่อสารในภาวะวิกฤติ กรรมการผู้อำนวยการ ใหญ่ (President) บริษัท IMAGEPOOLจำกัด

update : 25 มีนาคม 2558 13:42
ISBN : imagepool


เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จิ๊กซอว์ตัวไหนที่ขาดหายไป จนอาจจะทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา


“เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จิ๊กซอว์ตัวไหนที่ขาดหายไป จนอาจจะทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา วิกฤติข่าวสาร วิกฤติเหตุการณ์ หรือวิกฤติภาพลักษณ์ ได้หรือไม่”     

                                             
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปบรรยายเรื่อง  “การจัดการข่าวสาร กับการวางแผนและการบริหารการสื่อสารในสภาวะวิกฤติ” ให้สมาคมนักประชาสัมพันธ์ มีคนตั้งคำถามเป็นจำนวนมาก เพราะได้มีซุปเปอร์แมนเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้   จึงเป็นที่มาของคำถามที่ว่าขณะนี้ ได้เกิดวิกฤติประเภทไหนขึ้นกับภาครัฐกันแน่ วิกฤติศรัทธา วิกฤติข่าวสาร วิกฤติเหตุการณ์ หรือวิกฤติภาพลักษณ์  และ ถ้าผู้เขียนเป็นภาครัฐจะดำเนินการอย่างไร การเขียนนี้ไม่ใช่เขียนเพื่อวิจารณ์การทำงาน หรือว่าใครผิดใครถูก เข้าตำรา...พูดที่หลังง่ายกว่าคนทำตอนเกิดเหตุ.. 

เรื่องวันนี้ขอสะท้อนแนวคิด เพื่อให้เกิดการทบทวนถึงจิ๊กซอว์ตัวที่หายไปในการแก้ไขปัญหาที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม  เพื่อให้เกิดการทบทวนการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ 

เมื่อใดที่ผู้เขียน ได้เข้าไปรับดำเนินการ เขียนแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ (Crisis Communications  Plan) ไม่ว่าจะเป็น Master Plan หรือ Action Plan ให้กับองค์กรใดก็ตาม เราจะเน้นย้ำเสมอว่า องค์กรต้องประเมินให้ชัดเจนก่อนว่า “วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤติของใคร” เราจึงจะแก้ไขวิกฤตินั้นได้อย่างถูกต้อง  สำหรับเรื่องน้ำท่วมครั้งนี้ แน่นอนที่สุด น่าจะเป็นวิกฤติของประชาชนในพื้นที่ที่เกิดเหตุ จึงน่าจะเป็นวิกฤติจากเหตุการณ์  แต่ทำไม ทำไปทำมาวันนี้เวลานี้เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้น จะกลายมาเป็นวิกฤติศรัทธาของรัฐบาลไปดื้อๆ

ถ้าจะพิจารณากันแล้วจะพบว่า  การดำเนินการกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมครั้งใดๆ ที่เกิดขึ้น น่าจะมีองค์ประกอบคือภาครัฐต้องเป็นแกนกลางของการทำงาน  และต้องดึงองค์กรต่างๆทุกภาคส่วนมากช่วยกัน แต่จะขอกล่าวอย่างย่อๆ เนื่องจากจำกัดด้วยเรื่องพี้นที่การเขียน  ซึ่งจะสรุปได้ดังต่อไปนี้

  1. การรับบริจาคจากผู้ใจบุญทั่วไปอย่างเป็นระบบ ทั้งประเทศ โดยจัดเป็นพื้นที่ที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ(สื่อสารว่า ต้องการประเภทสิ่งของและปริมาณ ตลอดเวลา)
  2. แนวทางการบริจาคในส่วนของภาครัฐที่จัดสรรให้ ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม
  3. วางแผนการแจกจ่ายสิ่งของต่างๆ อย่างทั่วถึง โดยผ่านองค์กรของรัฐ  และต้องมีการแถลงการกำกับดูแลให้เห็นความโปร่งใส  และขอให้ประชาชนทุกคนเป็นผู้เฝ้าระวัง  เป็นหูเป็นตาแทนรัฐบาลถ้ามีการซิกแซ็ก ไม่เป็นธรรม  เพราะสมัยนี้ สามารถส่ง Clip , twitter ประจาน เป็นหลักฐานได้ง่าย
  4. ในกรณีการดำเนินการแจกจ่ายไม่ทั่วถึงในส่วนใด  ให้ประชาชนเป็นผู้แทนที่จะช่วยกันแจ้งมาที่หมายเลขโทรศัพท์........( Call Center)ที่แจ้งไว้ ทันที  ตลอด 24 ชั่วโมง  โดยจัดเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่างๆ ผลัดเวรกันมาช่วยกันเข้าเวร  ด้วยความเต็มใจ  ตลอดเหตุการณ์
  5. การให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานภาครัฐที่จะให้กับประชาชน
    - การลงพื้นที่ของทหารหน่วยต่างที่เข้าไปช่วยประชาชนทุกรูปแบบ
    - การให้ความปลอดภัยของทีมตำรวจ  ยืนยันโดยอธิบดี และผู้บัญชาการภาคต่างๆ
    - ระดมนักปฏิบัติการจิตวิทยาต่างๆ ทั้งของทหาร พลเรือน และภาคเอกชน(สมัยนี้ เน้นการทำ CSR แบบจิตอาสา) พร้อมลงพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
  6. จัดการประสานงาน /สั่งการ อย่างเป็นระบบ จริงจัง  รวดเร็ว  ทันท่วงที ระหว่างผู้รับผิดชอบของภาครัฐระดับสูงกับองค์กรท้องถิ่นในพื้นที่
  7. เร่งให้มีการสื่อสารเรื่องการพยากรณ์อากาศ/ระดับน้ำ  ที่มีความถี่ขึ้นกว่าเดิม อย่าง เป็นทางการ และระบุเวลาการออกอากาศที่แน่นอนตลอดวัน และเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้น ถ้ามีวิกฤติเช่นเหตุที่เกิดที่หาดใหญ่  เพื่อให้ประชาชนไม่เกิดสูญญากาศ ในเรื่องการรับรู้ข้อมูล
  8. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการป้องกันน้ำท่วมทุกหน่วยมีการวางแผนร่วม กันและมองปัญหาไปข้างหน้าเพื่อให้เกิดการป้องกันอย่างเป็นองค์รวม
  9. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการให้ความช่วยเหลือภายหลังน้ำท่วม ให้ระดมความคิดและวางแผนการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
  10. การเยียวยาทั้งเรื่องสุขภาพกาย  สุขภาพจิตให้ผู้ประสบภัย ระหว่างเกิดเหตุและหลังน้ำลด
  11. การคมนาคมทั้งทางบก เรือ อากาศ มีอะไรที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตารางการให้บริการบ้าง
  12. การซ่อมแซมถนนต่างๆ มีเส้นทางใดมีปัญหาและต้องหลีกเลี่ยง ถ้าได้รับการซ่อมแซมทันที ทำได้ในระยะเวลาเท่าใด
  13. การเร่งผลิตยาขององค์การเภสัชกรรม ที่ตรงกับความต้องการของประชาชนผู้ประสบภัยในช่วงนี้
  14. กรมโรงงานอุตสากรรม กรมควบคุมมลพิษ ต้องมีการตรวจสอบว่า มีการรั่วไหลของสารใดๆ จากโรงงานในบริเวณที่เกิดอุทกภัย  ที่อาจจะปนเปื้อนมากับน้ำท่วมหรือไม่
  15. ความแข็งแรงของเขื่อนต่างๆ เป็นอย่างไร มีมาตรการรองรับอย่างไร
  16. กองทัพเรือได้ช่วยอะไรไปแล้ว และจะทำอะไรต่อไป (ถ้าปัญหาเกิดที่ภาคใต้กองทัพเรือจะเป็นพระเอกได้ทันทีเสมอ)
  17. การเตรียมการและการสนับสนุนเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ รถบรรทุก ของ 3 เหล่าทัพ
  18. การจัดเตรียมแผนการอพยพคน  ถ้าเกิดเหตุรุนแรงตั้งแต่น้อยไปถึงมากและมากที่สุดมีแผนอย่างไร
  19. การเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตในรูปแบบต่างๆ  มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างไร
  20. ระดมขอข้อมูลว่าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกช่นใด มีอุปกรณ์ใดบ้างที่จะใช้งานในการช่วยเหลือในเหตุการณ์น้ำท่วมทุกรูปแบบ  และจัดทำรายการพร้อมรายละเอียดการติดต่อ  ที่จะสามารถขอความร่วมมือได้ทันที
  21. ขอความร่วมมือทหารช่าง นักเรียนอาชีวะช่วยจัดทำสุขาเคลื่อนที่ทันที ในวันแรกของเหตุการณ์เพื่อให้เกิดการพร้อมใช้  และต้องมีการอนุมัติงบเร่งด่วนให้ทันที
  22. การเตรียมการของกระทรวงเกษตรที่จะช่วยเหลือ/การแนะนำวิธีช่วยเหลือตัวเองให้กับเกษตรกร ขณะน้ำหลาก และหลังจากน้ำลด
  23. ค้นหาข้อดีในระยะยาวที่เกษตรกรอาจจะได้รับเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้
  24. เร่งคิดเผยแพร่พันธุ์ข้าวหรือพันธุ์พืชอื่นๆ ที่ควรแนะนำให้เกษตรกรได้ปลูกในฤดูที่จะเกิดน้ำหลาก
  25. การเตรียมการการแก้ไขสำหรับนักเรียนและโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัย
  26. เตรียมเร่งระดมการสร้างอาชีพเสริมให้ประชาชนที่เป็นเกษตรกรเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนในระหว่างรอการปลูกพืชรุ่นใหม่
  27. ฯลฯ

(ทั้งหมดข้างต้น  ให้ส่งข้อมูลมาออกข่าว ณ สถานที่ เวลา ที่กำหนดไว้ ทุก 1 ชั่วโมง พร้อมเสนอข่าวเจาะความมีน้ำใจของคนไทย การเร่งให้ความช่วยเหลือ ในทุกพื้นที่ ในแง่มุมที่ทุกคนอยากรู้อยากเห็น)

 

การจัดตั้งศูนย์และเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ 24ชั่วโมงจนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย

  1. ตั้งศูนย์บัญชาการหลัก นำโดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมอบให้รองนายกฯเป็น รองประธาน ทำงานตลอด 24ชั่วโมง  เพื่อให้ศูนย์สื่อสารได้มีข้อมูลการสื่อสารเรื่องนโยบายของผู้บริหารประเทศ เพื่อส่งถึงผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน และประชาชนได้รับทราบผ่านสื่อมวลชน
    - ตั้งศูนย์บัญชาการหลัก จัดประชุมให้ทุกหน่วยรับนโยบายโดยวิธีต่างเช่น
    - เชิญมารับทราบข้อมูลร่วมกันที่ทำเนียบ
    - ประชุมแบบTele Conference เพื่อติดตามงาน
  2. แจ้งแนวทางการแก้ปัญหาที่ฉับไวทันที
  3. ตั้งศูนย์การสื่อสาร เสมือนเป็นโฆษกเฉพาะกิจเพื่อ
    - สื่อสารกับสื่อมวลชนเรื่องการปฏิบัติการออกช่วยเหลือประชาชน
    - ส่งข่าวการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐที่กล่าวข้างต้นถึงเรื่อง  การทำงาน การแก้ไขปัญหา การมองปัญหาล่วงหน้า การเตรียมรับมือและการเยียวยา
  4. ระยะเวลาออกข่าวต้องดำเนินการตลอดเวลา  เพื่อเผยแพร่ความคืบหน้าการปฏิบัติงานของทุกหน่วยของรัฐ ทั้งการให้ความช่วยเหลือ การแก้ปัญหาทันท่วงที  การเตรียมการล่วงหน้า การสั่งการ  ให้ทุกสื่อ ทั้งในและต่างประเทศ  ทุก 1 ชั่วโมง  และต้องสรุปเมื่อครบ 24 ชั่วโมงทุกวัน ภาพลักษณ์ที่ปรากฎก็จะเผยแพร่ไปมิใช่เฉพาะคนไทย และรวมถึงต่างประเทศด้วยที่จะรับรู้ถึงความมีน้ำใจของคนไทย  และความตั้งใจในการแก้ปัญหาของทุกภาคส่วน
  5. ตั้ง Call Center เฉพาะกิจทันที  ตลอด 24 ชั่วโมง  เพื่อรับฟังปัญหา เพื่อให้เกิดการแก้ไขทันท่วงที โดยจัดเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่างๆ มาช่วยกันเข้าเวรตลอดเหตุการณ์  และสรุปปัญหาพร้อมการดำเนินการแก้ไขให้สื่อมวลชนทราบทุก 1ชั่วโมง
  6. การตั้งศูนย์เครือข่ายการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ เพือ ติดต่อประสานงาน และมีหัวหน้าศูนย์ที่ชัดเจนในทุกพื้นที่โดยแบ่งเป็น
    - ศูนย์บัญชาการส่วนกลางคอยเป็นศูนย์กลางรับเรื่องและสรุปปัญหา การแก้ไข  และการดำเนินการ ทุกเรื่อง
    - ศูนย์การสื่อสารส่วนกลาง
    - พื้นที่ประสพภัย
    - พื้นที่เสี่ยงที่จะประสพภัย
  7. พื้นที่ทั่วไปเพื่อรายงานการบริจาคด้วยใจของประชาชนในยามที่เพื่อร่วมชาติประสพภัยภิบัติ
  8. จัดผู้แทนหน่วยภาครัฐในการแก้ปัญหาเชิงบูรณาการทั้งระบบตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อแก้ปัญหา (อย่าคิดว่าเป็นภาระ คิดเสียว่าประชาชนในพื้นที่รับเคราะห์กรรมเรื่องเหตุการณ์ เราก็แบ่งเบาด้วยการลงแรงช่วยเหลือ ได้บุญด้วย)
     

ถ้าการดำเนินการเรื่องเหตุการณ์น้ำท่วมนี้ได้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถดำเนินการทุกเรื่องได้อย่างรวดเร็ว และสามารถสื่อสารให้ประชาชนทุกสี(และนี่คือโอกาสอันดีที่จะทำให้เรื่องสีจางหายไปเพราะคนไทยจะหันหน้ามาช่วยเหลือกันเมื่อยามทุกข์ยาก) ทุกภาคส่วนได้รับทราบทันที ทุกเรื่อง  ผลที่ได้รับ ความดีทุกอย่างที่เกิดขึ้น  ก็จะเป็นของทั้งประชาชนที่ประสบภัย องค์กรภาครัฐ  รัฐบาล และสามารถ เปลี่ยนวิกฤติระดับชาติให้เป็นโอกาส ได้อย่างง่ายดาย  โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของพรรคการเมืองใดๆ  เพียงแต่ใช้ความทุ่มเท ความจริงใจที่จะแก้ปัญหา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดทุกวัน  อดทนดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ช้าเรื่องราวก็จะคลี่คลายไปได้ในที่สุด

 

สุดท้าย ถ้าจะมองว่าการที่รัฐบาลจะตัดสินใจทำอะไรในเชิงรุกเพิ่มขึ้นตอนนี้สายไปหรือไม่  ..ช่วงนี้เป็นช่วงเยียวยา ถ้ารัฐบาลทำเชิงรุกได้ดี ก็จะสามารถกู้วิกฤติศรัทธาครั้งนี้คืนมาได้อย่างแน่นอน  และธรรมชาติคนไทย ถ้ามีใครทำอะไรให้ประทับใจ ก็จะลืมเรื่องที่ขุ่นข้องหมองใจไปได้ จงตัดสินใจตั้งแต่วันนี้  การเร่งมือทำวันนี้ไม่ใช่การเสียฟอร์ม ไม่ใช่ความเชื่องช้า แม้ว่าท่านได้ทำทุกอย่างดีอยู่แล้ว  เร่งตรวจสอบว่าจิ๊กซอร์ตัวใดที่ขาดหายไป อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้สื่อสารออกไปอย่างเป็นระบบมากเพียงพอ  ขาดความต่อเนื่อง  ไม่ได้มีการระบุช่วงการสื่อสารที่แน่นอน ขาดการรวมศูนย์กลางการสั่งการและเผยแพร่ข่าวสารแบบบูรณาการ  หรือไม่ได้รวบรวมการดำเนินการให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ประชาชานไม่สามารถจับต้องการทำงานได้อย่างชัดเจน   ณ วินาทีนี้  การกระทำเท่านั้น  ที่จะแก้วิกฤติศรัทธาที่เกิดขึ้นได้


คลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่

website: http://www.imagepoolwise.com
tel: 02-967-0110-2
mobile: 08-1829-3648
email: contact@imagepoolwise.com

Download:19_20101118170934_88.pdf

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์