ภูมิศาสตร์สินค้า
ภูมิศาสตร์สินค้า

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 29 มีนาคม 2559 09:11
ISBN : -


ภูมิศาสตร์สินค้า


หลังจากมีการรวมประเทศเป็นกลุ่ม EU  ประเทศสมาชิก รู้สึก ว่าความเป็นตัวตนของประเทศตนอาจถูกลบหรือจางหาย ไป
    สินค้าประเภทอาหารและผลิตผลการเกษตรร้อนตัว ได้ทำ Food Map ของกลุ่ม EU ขึ้น ทำให้คนรู้ว่าสินค้าตัวใดผลิตมาจากพื้นที่ใดของ EU ภูมิศาสตร์สินค้าช่วยให้เรา จินตนาการไปถึงคุณภาพและคุณค่าของสินค้าตัวนั้นได้ด้วย
    ตัวอย่างการได้รับคุณค่าจากภูมิศาสตร์สินค้า ชัดเจนคือเวลาไปกินอาหารแล้วได้เห็น ...เมนูอาหารและเมนูไวน์ในห้องอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ เช่น บนชั้นหนึ่งของการบินไทย ทำให้เรารู้จากเมนูอาหารนอกจากรู้ ว่าเรากำลังจะไ้ด้กินอะไรแล้วทำให้เรา เกิดจินตนาการในเรื่องอื่น ๆ ต่อไปได้อีก
      ...บนเที่ยวบินจากยุโรปเที่ยวหนึ่ง ในเมนูบอกว่ามีบริการ Beef Wellington ก็ทำให้เรา รู้ได้ว่านี่เป็นสูตรอาหารที่พ่อครัวทำฉลองให้กับ Duke of Wellington ที่ตำบล Waterloo หลังจากรบชนะจักรพรรดิ Napoleon ซึ่งเป็นการปิดฉากความยิ่งใหญ่ของ Napoleon และทำให้ยุโรปได้อยู่กันอย่างสงบ
     ควบคู่กันนั้นคือรายการไวน์ (Wine List) ที่ได้เลือกขึ้นมาให้บริการกับอาหารวันนั้นมีอะไรบ้างพร้อมข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับไวน์ อ่านแล้วรู้สึกว่าดีค่ะ เพราะส่งผลให้ สิ่งที่จะได้รับจากการบริการมีคุณค่ามากขึ้น จะได้รู้ว่าไวน์ ผลิตมาจากองุ่นพันธุ์อะไร เขตภูมิศาสตร์ใด อากาศ ปีนั้นเป็นอย่างไร อาหารที่กำลังจะกินจึงมีเรื่องราวมากกว่าแค่กินให้อิ่ม
     จิตวิทยาการจะขายของให้แพงได้นั้น ต้องสร้างคุณค่าขึ้นมาให้ได้เสียก่อน ส่วนการแนะนำของผู้รู้ที่ พิมพ์มาให้ด้วยก็มีน้ำหนัก ...จะเชื่อว่าเป็น ตามที่เขาแนะนำหรือไม่ก็แล้วแต่เรา
     แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราซึ่งเป็นผู้บริโภคมีความสุข
     ภูมิศาสตร์สินค้าของ EU จะผูกติดกับสินค้าอย่างเหนียวแน่นเพื่อสร้างอัตลักษณ์สินค้าที่ ส่งผลทางการตลาดโดยตรง
     ตัวอย่างเช่น การทำ Blue Cheese มีอยู่ทั่วไปในยุโรป แต่ฝรั่งเศสจะชื่อเรียก Blue Cheese ในพื้นที่หนึ่งว่า Roquefort ในอิตาลีจะเรียก Blue Cheese ในพื้นที่หนึ่งว่า Gorgonzola หรือในอังกฤษจะเรียก Blue Cheese ในพื้นที่หนึ่งว่า Stilton นั่นเป็นการบอกถึงตัวตนของสินค้าได้ดีแท้
     ฝรั่งเศสถือว่าหากเป็น Blue Cheese ที่เป็น Roquefort Cheese ต้องทำจากนมแกะเท่านั้นซึ่งต่างจาก Blue Cheese ที่อื่นซึ่งทำด้วยนมวัว และการบ่ม Cheese ต้องนำเข้าไปบ่มในถ้ำที่เทือกเขาคอมมูน Roquefort-sur-Soulzon ตอนใต้ฝรั่งเศสเท่านั้นจึงจะใช้ชื่อว่า Roquefort Cheese ได้ เพราะเชื้อราสายพันธุ์ที่อยู่ในถ้ำนี้เท่านั้นจึงจะทำให้เกิดกลิ่นและรสเฉพาะตัวของ Roquefort Cheese ได้
        ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับอนุญาติให้ใช้ชื่อ Roquefort Cheese ได้มีเพียง 7 บริษัท  
      ส่วน Cheese ที่ทำด้วยกรรมวิธีนี้แต่ทำจากเขตภูมิศาสตร์อื่นก็ต้องเรียกว่า Blue Cheese
 
            รัฐบาลในทุกประเทศของ EU มีหน่วยงานควบคุมผลิตภัณฑ์อาหารเกษตรเช่นนี้อย่างเข้มงวด  
      นี่แหละค่ะคุณค่าของภูมิศาสตร์สินค้าที่สร้าง ตัวตนสินค้าให้ต่างกันใน EU

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์