VIVA BRAZIL : กาแฟในบราซิล (1)  (20)
VIVA BRAZIL : กาแฟในบราซิล (1) (20)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 04 พฤศจิกายน 2558 12:17
ISBN : -


VIVA BRAZIL : กาแฟในบราซิล (1) (20)


หลังกลับมาจากบราซิลแล้ว ก็มีคำถามยอดฮิตให้ได้ยินอยู่เสมอว่า
“แล้วกาแฟบราซิลเป็นไง ?”
บางคนก็ถามเล่นๆ แบบเอาฟีล… ไม่ต้องการคำตอบ
แต่บางคนก็ถามแบบอยากรู้จริงๆ คุยกลับไป 2-3 ประโยคแล้วนึกว่าจบ กลับได้รับการยิงคำถามตามมาอีกติดๆ
เอาเป็นว่าก่อนจะเล่าถึงเรื่องที่อะเมซอน จะขอพูดถึงกาแฟบราซิลให้เป็นเรื่องเป็นราวสักหน่อยนะคะ
สำหรับผู้เขียนนั้น ไม่ได้เป็นคนติดกาแฟ แต่เครื่องดื่มที่โปรดปรานที่สุดคือกาแฟเย็นที่ปากซอยบ้านคุณปั้นหยาที่ถนนรัตนาธิเบศร์ ...อร่อยจริงๆ ค่ะ
ส่วนในการเดินทางไปบราซิลเที่ยวนี้ ก็ได้คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า …หากไปบราซิลแล้วไม่ได้กินกาแฟที่บราซิลหรือไม่ได้ความรู้เรื่องกาแฟติดกลับมาบ้างก็คงอดสูอยู่ไม่น้อย
เมื่อไปถึงบราซิลแล้วจึงกินไปหลายถ้วยเหมือนกันค่ะ
อย่างไรก็ตามในเรื่องความรู้เกี่ยวกับกาแฟ ผู้เขียนก็ต้องพึ่งคุณสามีอีกตามเคย เพราะเขาเป็นคนศึกษาเรื่องกาแฟตัวจริง   ครั้งหนึ่งเขาบินไป Melbourne มีวันว่างก็แอบไปเรียนวิชา Barista มาถึงบ้านก็เอาประกาศนียบัตรที่สอบได้มาโชว์และมีหนังสือเกี่ยวกับกาแฟจากร้านติดมาอีกเต็มกระเป๋า
ตอนที่นั่งกินกาแฟกับเขามื้อเช้าวันหนึ่งที่ Milan เขาสาธิตวิธีใส่และคนน้ำตาลที่ถูกต้องในกาแฟ  Cappuccinoให้ดู
เห็นแล้วก็ทึ่งเลยค่ะ...
จากนั้นผู้เขียนก็ได้นำวิธีใส่น้ำตาลในกาแฟ Cappuccino อย่างถูกต้องเข้าไปในการบรรยายการรับประทานอาหารแบบตะวันตกและบุคลิกภาพเสมอมา และผู้เขียนเห็นว่า… ปัจจุบันนี้กาแฟไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่มที่
“Black as devil, hot as hell, pure as an angel, sweet as love อย่างที่ Talleyrand นักการเมืองฝรั่งเศสสมัยปฏิวัติใหญ่เคยพูดไว้อีกต่อไป
แต่กาแฟได้กลายเป็นวัฒนธรรม และเป็นวิถีชีวิตและวิถีแห่งสังคมไปอย่างสิ้นเชิง
มันได้ลุกลามไปทั่วโลกอย่างบูรณาการจนน่าตกใจ
การกินกาแฟที่บราซิลนั้น กาแฟถ้วยแรกของผู้เขียนทุกวันคือ กาแฟในมื้อเช้าที่โรงแรม ซึ่งถือว่าเป็นการกินกาแฟภาคบังคับ รสชาติก็งั้นๆ เพราะคนกินกาแฟสมัยนี้ยกระดับความคาดหวังว่า การกินกาแฟให้ได้รสจริงๆ ต้องกินกาแฟที่ทำด้วยเครื่องทำกาแฟแบบ Espresso ชนิด Brew กันถ้วยต่อถ้วย ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะได้ Crema เนียนนุ่มลอยคลุมอยู่บนกาแฟ
คนกินกาแฟที่ทำจากเครื่อง Brew กาแฟ Espresso ทุกวันนี้ค่อนข้างดูแคลนการทำกาแฟที่ Brew ใส่เหยือกแก้วแล้ววางแหมะทิ้งไว้บนเตาร้อนนานเป็นชั่วโมง เพราะทั้งรสทั้งกลิ่นหายไปหมด
แต่ในบราซิลซึ่งเป็นประเทศแห่งการผลิตกาแฟตัวจริง ก็เห็นเขาทำกาแฟกินกันทั้ง 2 แบบ
การปลูกกาแฟเพื่ออุตสาหกรรมในบราซิลจริงๆ เริ่มมานานกว่า 200 ปี แล้ว
ขณะนี้บราซิลกลายเป็นผู้ผลิตกาแฟได้มากที่สุดในโลก คือผลิตได้ปีละมากกว่าปีละ 2 ล้านตัน (2 ใน 3 ของโลก) ทั้งพันธุ์ Arabica และ Robusta แม้บราซิลผลิตกาแฟได้มากที่สุดในโลกแต่ผู้คุมตลาดกาแฟในโลกกลับกลายเป็นบริษัทจำหน่ายกาแฟในสหรัฐ  2 บริษัท (ไม่ขอเอ่ยชื่อค่ะ) 
ราว  80% ของกาแฟที่บราซิลผลิตได้เป็นกาแฟพันธุ์ Arabica ส่วนใหญ่ปลูกทางตอนล่างของประเทศในเขตภูเขาที่เป็นต้นแม่น้ำ Parana ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดมวลน้ำให้กับน้ำตก Iguazu ที่เราเพิ่งไปเที่ยวสนุกกันเกือบตายนี่แหละค่ะ ส่วนอีกราว 20% เป็นกาแฟพันธุ์ Robusta ปลูกอยู่ค่อนไปทางตอนบนของประเทศ เพราะมีพื้นที่ระดับต่ำ  
และท่านผู้อ่านขา… เรื่องสนุกอีกอย่างหนึ่งที่ทราบมาจากคุณสามีก็คือ
กาแฟที่ปลูกกันทั่วประเทศบราซิลขณะนี้ไม่ได้เป็นพืชพื้นเมืองของบราซิลค่ะ
    เขาบอกว่าหลังจากที่อุตสาหกรรมการทำน้ำตาลจากอ้อยตกต่ำและการทำเหมืองทองคำก็เริ่มไม่ค่อยคุ้ม
บราซิลก็มองหาตัวช่วยสักอย่างหนึ่งมาทดแทน บราซิลเห็นFrench Guiana เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ติดกันทางตอนเหนือปลูกกาแฟและส่งเมล็ดกาแฟลงเรือไปขายยุโรป ก็อยากได้พันธุ์มาปลูกบ้าง แต่กำลังมีข้อพิพาทเรื่องพรมแดนกันอยู่
บราซิลฉลาดค่ะ เขาคิดเรื่องนี้  2 Shot ควบ คือคิดส่งนักการทูตเข้าไปสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับ French Guiana และให้หาทางนำเมล็ดกาแฟจาก French Guiana กลับมาปลูกที่บราซิล
เป็นงานทางการทูตผสมกับงานจารชน … แสดงว่าบราซิลคิดเรื่องในแนวเจมส์บอนด์ 007 ก่อนที่ Ian Fleming เขียนเรื่อง Casino Royale เป็นเรื่อง 007 เรื่องแรกเมื่อ คศ. 1953 ตั้ง 226 ปี
บราซิลเลือก นาวาตรี Francisco de Melo Palheta ซึ่งเป็นคนหล่อมากและมีปากเป็นเอกเหมือนเสกมนตร์อย่างที่สุนทรภู่ว่าไว้ในพระอภัยมณีเลยค่ะ แล้วมอบภารกิจให้ 2 อย่าง คือไปปรับปรุงสัมพันธภาพกับ French Guiana และหาทางนำเมล็ดกาแฟมาปลูกที่บราซิล
การนำเมล็ดกาแฟออกจาก French Guiana นั้นไม่ง่ายเพราะ French Guiana ปกป้องไร่กาแฟทุกไร่ไว้แน่นหนาและถือว่ากาแฟเป็นพืชคุ้มครองทางการเกษตร
นาวาตรี Francisco หลังจากจบงานปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ด้วยดี จากนั้นก็ต้องทำงานชิ้นที่ 2 คือการนำเมล็ดกาแฟกลับไปปลูกที่บราซิล
เขาทำงานชิ้นนี้โดยการสร้างความสัมพันธ์กับเมียของผู้นำ French Guiana ซึ่งเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 
ไม่มีใครรู้ว่า นาวาตรี Francisco นำของขวัญอะไรจากบราซิลไปมอบให้เธอ แต่ความหล่อเหลาของและปากเป็นเอกของนาวาตรี Francisco ทำให้เธอหลงใหล ...เธอจะมอบของขวัญสักชิ้นให้เขากลับเป็นการตอบแทน
เขามีเสน่ห์และฉลาดเยี่ยมยอด พูดหว่านล้อมให้สุภาพสตรีหมายเลข 1 ทราบว่าเขาไม่ต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน ขอเพียงแต่จัดช่อดอกไม้สักช่อหนึ่งมาให้เขาในวันอำลาก็พอแล้ว และขอให้ประดับช่อดอกไม้ด้วยเมล็ดกาแฟสุกแซมมาด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เขาคลั่งไคล้ที่สุดในชีวิต
เขาทำงานใหญ่เพื่อชาติได้สำเร็จทั้ง  2 อย่าง
เมล็ดกาแฟสุกที่ติดมากับช่อดอกไม้นั้นเองเป็นที่มาของพันธุ์กาแฟบราซิลในเวลาต่อมาโดยได้นำลงปลูกเป็นต้นแรกเมื่อ ค.ศ. 1727
คุณผู้ชายทั้งหลายขา... เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ว่า  หากได้เกิดมาเป็นคนหล่อทั้งที ต้องหล่ออย่างมีคุณค่า
ไม่ควรหล่ออย่างไร้ประโยชน์ค่ะ…

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์