VIVA BRAZIL : วิสัยทัศน์และการจัดการประเทศบราซิลในหลายมิติ (15)
VIVA BRAZIL : วิสัยทัศน์และการจัดการประเทศบราซิลในหลายมิติ (15)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 04 พฤศจิกายน 2558 11:56
ISBN : -


VIVA BRAZIL : วิสัยทัศน์และการจัดการประเทศบราซิลในหลายมิติ (15)


บราซิลมีวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงการศึกษากับการสร้างประเทศที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
บราซิลได้สำรวจตัวเองแล้วเห็นว่า ที่ประเทศบราซิลสามารถยืนอยู่ได้อย่างเข้มแข็งขณะนี้ ได้รับอานิสงฆ์มาจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ในการผลิตสินค้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บราซิลยังไปไม่ถึงไหน
สาเหตุเนื่องมาจากนักศึกษาในบราซิลได้คะแนนทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่ำมาก และบราซิลหันไปมองว่า ตัวเลขนักศึกษาของตนเองที่ออกไปเรียนในสถาบันการศึกษานอกประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่นก็ต่ำมากด้วยเช่นกัน
นักศึกษาบราซิลมีอยู่ในสหรัฐเพียง 9,000 คน แต่นักศึกษาจีนมีอยู่ถึง 120,000 คน อินเดียมี 100,000 คน เกาหลีใต้มี 72,000 คน
บราซิลรู้ว่า… นั่นแหละคือเหตุผลที่ ทำไมนวัตกรรมในปัจจุบันนี้ไปเริ่มบานสะพรั่งขึ้นที่เอเชีย เช่น ผลิตภัณฑ์ของ Samsung, LG…..
ว่าแล้วรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบราซิลประกาศจะสร้าง “คนบราซิลสายพันธุ์ใหม่” เพื่อการพัฒนาประเทศ
เริ่มด้วยการ   ประกาศโครงการให้ทุนส่งนักศึกษาบราซิลไปศึกษาในยุโรปและอเมริกา จำนวน 75,000 คน โดยเน้นทางด้าน  คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม อวกาศ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยเฉพาะ
ขอเน้นว่า… “75,000 คน” ค่ะ…
บราซิลรู้ว่าการส่งนักเรียนทุนไปเรียนเพียง 10-20 คน กลับมาแล้วสร้างพลังทางการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศได้น้อยมาก
แต่การส่งนักศึกษาทุน 75,000 คน ไปในโครงการนี้จะกระจายไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยดังๆ ของโลก เช่น ฮาร์วาร์ด สแตนฟอร์ด อ็อกซ์ฟอร์ด ฯลฯ กลับมาแล้วจะมีผลในการ “รื้อ” ประเทศกันเลยค่ะ
ผลพลอยได้ที่บราซิลจะได้ตามมาไม่กี่ปีข้างหน้าคือเรื่องของ Connections  
เพราะนักศึกษาจำนวนมากที่ส่งออกไปเรียนจะได้รู้จักกับนักศึกษาชั้นหัวกะทิในประเทศต่างๆ มีโอกาสไปมีบทบาทความร่วมมือทางงานวิทยาศาสตร์ ธุรกิจ การเมือง ฯลฯ กับนานาชาติได้ง่าย ซึ่งจะส่งผลดีต่อบราซิลในอีกหลายมิติ
ท่านผู้อ่านขา… คอยดูห้ามกระพริบตาค่ะว่า
บราซิลซึ่งมีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลกในปัจจุบัน
…ในอนาคตไม่นานจากนี้ เมื่อนักศึกษาทุน 75,000 คน ได้กลายไปเป็นคนบราซิลสายพันธุ์ใหม่เข้าสู่ภาคการทำงานและการเมือง บราซิลจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปเป็นอย่างไร
       ผู้รับผิดชอบทางการศึกษาในประเทศที่ปล่อยการศึกษาให้คลั่งอยู่กับการกวดวิชา เพียงไปเพื่อสอบติดคณะดังๆ ในมหาวิทยาลัย แต่จบออกมาแล้วก็ไม่ได้สร้างพลังให้กับประเทศอย่างแท้จริง  โปรดหันไปดูแนวคิดการสร้างคนสายพันธุ์ใหม่ของบราซิลบ้างเถอะค่ะ
 
เครื่องบิน A320 ของสายการบิน TAM พาเรามาลงที่ท่าอากาศยาน Iguazu ในช่วงบ่าย อากาศอ้าวเหมือนกับว่าฝนกำลังจะตก เราเดินลงบันไดเครื่องบินแล้วตรงไปยังอาคารขาเข้าเพื่อรับสัมภาระ
ขณะนั้นพวกเราก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปเที่ยวน้ำตก Iguazu กันอย่างไร  แต่ก็รู้อยู่ว่าการไปกันเองมันคงไม่สะดวกและง่ายนัก เพราะต้องจัดการเรื่องเวลา และการจะข้ามแดนเข้าไปยังประเทศอาร์เจนตินา
หลังจากรับสัมภาระเราเห็นบริษัททัวร์บริษัทหนึ่งก็ลองเข้าไปคุยกันอยู่พักหนึ่งก็เห็นว่าเขาสามารถจัดทัวร์ให้เรา 2 วันในราคาที่พอรับได้ 
วันนี้เขาจะพาเราไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมน้ำตก Iguazu จากทางอากาศ จากนั้นพาไปเที่ยวในเขตอุทยานฝั่งบราซิล พรุ่งนี้จะเข้าไปเที่ยวน้ำตกในฝั่งอาร์เจนตินา
พอตกลงกันเสร็จสรรพ… พวกเราก็ขนสัมภาระขึ้นรถไปยังโรงแรมที่จองมาจากกรุงเทพฯ
ในตัวเมือง Iguazu เงียบ บรรยากาศคล้ายๆ กับเมืองที่อยู่ใกล้น้ำตก Niagara ที่แคนาดาและอเมริกา  คนเข้ามาในตัวเมืองก็เพียงเพื่อมาแวะนอนค้างสัก               1-2 คืนเพื่อจะไปเที่ยวน้ำตก  ไม่ได้มาทำธุรกิจกันอย่างที่ Rio
โรงแรมในตัวเมือง Iguazu ที่เราเข้าพักคุณภาพดีมาก กิจการโรงแรมน่าจะดีเพราะกำลังต่อเติมกันอยู่
ก็น่าจะดีอยู่หรอกค่ะ…
คุณจักรพันธุ์ …ไกด์ส่วนตัว บอกว่ามีคนมาเที่ยวน้ำตก Iguazu (จากฝั่งบราซิล) ขณะนี้ปีละประมาณ 1 ล้าน 3 แสนคน เป็นคนบราซิลเอง 700,000 คน อีก 600,000 เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
คิดคร่าวๆ ว่า… หากนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 600,000 คนใช้เงินเฉพาะเที่ยวที่ Iguazu เฉลี่ยคนละกว่า 1 หมื่นบาทอย่างพวกเรา ปีหนึ่งบราซิลก็ได้เงินเข้าประเทศมากกว่า 6,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว
Iguazu ทำเงินให้ประเทศบราซิลปีละมหาศาล มันเป็นสมบัติชิ้นใหญ่ของบราซิลและอาร์เจนตินาอย่างแท้จริง
รถ Microbus รีบพาพวกเราออกเดินทางจากโรงแรมประมาณ 20 นาทีก็มาถึงสถานที่จอดเฮลิคอปเตอร์
คนมาใช้บริการทัวร์เฮลิคอปเตอร์บินพาไปชมเหนือน้ำตกกันหลายคัน เขาคิดค่าบริการคนละ 100 US$ ก็ราว 3,300 บาท
เฮลิคอปเตอร์บินพาชมน้ำตก Iguazu ใช้เวลาทั้งหมด 10 กว่านาที …แป๊บเดียวเท่านั้นค่ะ   
สำหรับพวกเราทุกคนในเที่ยวนี้ตั้งใจจะมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมน้ำตก Iguazu … ไว้แล้ว
       แพงเท่าไหร่ก็จ่ายค่ะ…
เฮลิคอปเตอร์บิน  ไป… กลับ… ไม่ได้หยุดพัก
พวกช่างกล้องของบริษัทเฮลิคอปเตอร์ถ่ายภาพนิ่งและถ่าย Video คนที่จะขึ้นโดยสารทุกคน ตามไปถ่ายกันจนประตูเฮลิคอปเตอร์ปิด เพื่อเอาไปทำเป็น Video ไว้ขายตอนขากลับลงมา ชุดละ 20 US$
เขาหาเงินจากนักท่องเที่ยวกันหลากหลายวิธีจริงๆ
เพื่อนเราที่บินกลับลงมายกหัวแม่โป้งให้ว่า
.....เยี่ยม..
ถึงคิวเรามั่ง…
ซึ่งก็เหลือ 4 คนสุดท้าย คนหนึ่งนั่งคู่กับคนขับ ส่วนอีก 3 คน นั่งข้างหลัง ผู้เขียนนั่งตรงกลางที่ข้างหลังจะลำบากหน่อยที่อาจเห็นน้ำตกได้ไม่สะดวกนัก
พนักงานมาตรวจรัดเข็มขัดให้ทุกคนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ร่วงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์แน่ จากนั้นก็เลื่อนประตูเฮลิคอปเตอร์มาปิดล็อก…
พนักงานที่ลานจอดส่งสัญญานยกหัวแม่โป้งให้คนขับทราบว่า OK… Go!
ใบพัดเฮลิคอปเตอร์หมุนจี๋ ดึงเราขึ้นไปในอากาศ และบินมุ่งหน้าไปยังน้ำตก Iguazu …

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์