VIVA BRAZIL : รู้จักบราซิลหลายมิติก่อนเข้าสู่ Football World Cup - FIFA 2014 และ Olympic Games – Rio 2016 (13)
VIVA BRAZIL : รู้จักบราซิลหลายมิติก่อนเข้าสู่ Football World Cup - FIFA 2014 และ Olympic Games – Rio 2016 (13)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 04 พฤศจิกายน 2558 11:51
ISBN : -


VIVA BRAZIL : รู้จักบราซิลหลายมิติก่อนเข้าสู่ Football World Cup - FIFA 2014 และ Olympic Games – Rio 2016 (13)


การเดินทางใน Rio ด้วย Metro สะดวกและง่ายมาก หนังสือนำเที่ยวบางเล่มบอกว่าเดินทางด้วย Metro ใน Rio ปลอดภัยที่สุด ถึงอย่างไรพวกเราก็ไม่ค่อยไว้ใจเท่าใดนัก มาลง Metro ก็ยังต้องเกาะกลุ่มกันค่อนข้างเหนียวแน่น 
เพราะถูกขู่ไว้เยอะค่ะ…
คุณสามีบอกว่า Metro ที่นี่ก็ยังมีระบบเล็กกว่าที่ São Paulo
Rio มี Metro สายแรกใช้นับมาถึง ค.ศ. 2012 นี้ก็นานถึง 23 ปีแล้ว ขณะนี้กำลังสร้างสายที่ 4 เพื่อจะเปิดใช้ต้อนรับ Olympics Games - Rio 2016
ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปใช้ Metro ที่หลายเมืองในหลายประเทศ สังเกตุเห็นว่า หลายเมืองใช้สถานี Metro เป็นสื่อในการแสดงอารมณ์ของเมือง เช่นทำผนัง Metro เป็น Wall Art บ้าง หรือนำ City Art ไปประดับไว้ตามสถานี Metro เป็นมูลค่าเพิ่มบ้าง
ที่ Rio ก็เช่นเดียวกัน…
สถานีที่ใกล้หาด Ipanema มีการประดับกระเบื้องสีแสดงภาพชีวิตและความสุขริมทะเล ผู้เขียนและเพื่อนๆ ไปทำท่ายืนทำท่าถ่ายรูปกับรูปอย่างสนุกสนาน …
น่ารักดี…
คุณจักรพันธฺุ์ ซึ่งเป็นทั้งสามี-ช่างภาพ-และไกด์ส่วนตัวผู้เขียน บอกว่าการทำสถานี Metro ให้เกิด มูลค่าเพิ่ม มีมาใกล้จะ 100 ปี แล้ว
เขาเคยพาผู้เขียนไปชมการทำ Propaganda ขั้นเทพของสะตาลินที่สถานี Moscow Metro มากกว่า 10 สถานี พร้อมอธิบายถึงการสื่อสารทางการเมืองของสะตาลินผ่านงานศิลปะที่แต่ละสถานีของ Moscow Metro ให้ฟัง
อึ้งไปเลยค่ะ…
คิดได้ไงคะ?
ที่ Rio แม้ไม่ทำได้เข้มข้นอย่างที่ Moscow Metro แต่ก็ไม่ปล่อยให้ เป็นแค่สถานี Metro ที่มีแต่เรือนร่าง หรือมีแต่ร้านขายของ …แต่ไม่มีวิญญาณเหมือนกับในอีกหลายๆ เมือง
บราซิลเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา สร้างความฉงนฉงายให้กับประเทศต่างๆ ในโลกว่าเป็นมาได้อย่างไร
บราซิลได้กลายเป็นประเทศตัวอย่างที่สร้าง Model ขึ้นมากมายที่หลายประเทศเมียงมอง และกำลังจะเดินตามรอย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองมีข่าวออกมาว่าในช่วงเวลาเพียง 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง (ค.ศ. 2002-2012) 
บราซิลได้ได้ทำให้ประชากร 104 ล้านคนจาก 194 ล้านคน หรือ 53%  กลายเป็นคนชั้นกลางไปได้แล้ว
ขณะนี้คนชั้นสูงใน Brazil มีราว 40 ล้าน คน (20%) ขณะที่คนชั้นล่างในบราซิล มีราว 55 ล้าน คน (28%)
คนชั้นกลางบราซิลคือผู้ที่มีรายได้ต่อหัว 143 - 502 ดอลลาร์สหรัฐ (4,576 - 16,064 บาท) ต่อเดือน
และคาดว่าคนชั้นกลางในบราซิลจะเพิ่มจาก 53%  เป็น 57% ในอีก 10 ปี ข้างหน้า (ค.ศ. 2022)
ช่วงระหว่าง ค.ศ. 2003 – 2010 อดีตประธานาธิบดี Inácio Lula da Silva หรือที่คนบราซิลเรียกกันว่า Lula ได้ดำเนินการทางการเมืองหลายอย่างทำให้คนบราซิลหลุดพ้นจากความยากจนได้ถึง 28 ล้านคน
อดีตประธานาธิบดี Luiz Inácio Lula da Silva ซึ่งถูกเลือกต่อกันมา  2 สมัย ทำให้บราซิลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เขาเติบโตมาจากชีวิตเด็กขัดรองเท้าและขายถั่วตามถนน
แม้แต่ประธานาธิบดี Obama ยังกล่าวถึงประธานาธิบดี Inácio Lula da Silva เมื่อ ค.ศ. 2009 ก่อนจบการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ว่า
“ The most popular politician on earth.”  
แต่ตอนนี้ Inácio Lula da Silva กำลังมีบางคดีถูกเรียกขึ้นศาลอยู่ค่ะ เพราะสงสัยว่าเกี่ยวกับเรื่องซื้อเสียงและนำเงินที่รัฐให้สำหรับการโฆษณาช่วงเลือกตั้งไปเข้าพรรค และมีการเอื้อประโยชน์ในสมัยปกครองให้กับคนบางกลุ่ม
เอ… แล้วมันก็กลายเป็นอย่างนี้ไปด้วยหรือคะ 
แต่ก่อนนั้นคนพื้นเมืองในบราซิลส่วนใหญ่หลังจากพ้นสภาพการเป็นทาสก็กลายเป็นคนยากจนอดๆ อยากๆ อยู่ตามบ้านนอก เมื่อมหานครอย่าง Rio de Janeiro และ São Paulo เติบโตขึ้น คนเหล่านั้นหลายล้านคนก็บ่ายหน้าเข้ามาแออัดกันอยู่ที่นั่น และทำอะไรก็ได้เพื่อให้อยู่รอด…
ยาเสพติด อาวุธเถื่อน อาชญากรรม โสเภณี เจ้าพ่อ ฯลฯ เป็นเรื่องติดตามมา
คุณสามีบอกว่า… ใครจะไปชมฟุตบอลโลก Rio 2014 และโอลิมปิก 2016 ขอให้ดูหนังเรื่อง “The City of God (Cidade de Deus)” เพื่อให้รู้จักที่มาที่ไปในบางมุมของ Rio สักนิดหนึ่งก่อนก็น่าจะดี
 นั่นคือสภาพชีวิตคนบ้านนอกเข้ามาอยู่ในสลัมใน Rio ที่ ต้องดำรงชีวิตในพื้นที่ที่มีอำนาจมืดครอบคลุมอยู่ …คนบางกลุ่มเลือกใช้ชีวิตที่โหดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อการดำรงสถานะตัวเอง …เป็นหนังอารมณ์เดียวกับเรื่อง… “2499 อันธพาลครองเมือง” ที่นักเลงในกรุงเทพฯ อย่าง แดง ไบร์เล่ย์ / ดำ เอสโซ่ …แสดงอิทธิฤทธิ์ในกรุงเทพฯ ในยุค พ.ศ. 2500 อย่างเมามัน
สารภาพว่า… ผู้เขียนนั่งดู The City of God กับคุณสามีได้นิดเดียวแล้วขออำลา…
ม่ายหวายคร่า… เป็นเรื่องจริงสักครึ่งเดียวก็แย่แล้วคร่า…
โอ.. พระเจ้า
นี่คือบทสรุปของมุมมืดใน Rio de Janeiro หรือคะ?
เรารอดมาได้ไงค่ะเนี่ย?
นึกถึงตอนที่ผู้เขียนยืนอยู่ที่ Corcovado ใต้ร่างอนุสาวรีย์พระมหาไถ่นั้น …มองออกไปรอบๆ ยังเห็น Favelas หรือสลัมอยู่ตามชายเขาตามขอบเมืองอยู่ลิบๆ แต่ในเมือง Rio นั้นมีตึกรามทันสมัย ระบบถนนในเมือง พื้นที่สีเขียว ระบบสาธารณูปโภคครบครัน ฯลฯ
ชีวิต 2 ขั้ว ซึ่งมีช่องว่างห่างกันมากยังเผชิญหน้าและดำเนินไปด้วยกันในมหานครแห่งนี้ Rio รู้ปัญหาของตัวเองดี และไม่ได้ปฏิเสธในความเป็นจริงข้อนี้
 Rio ยังเดินหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์