VIVA BRAZIL : Sugar Loaf (8)
VIVA BRAZIL : Sugar Loaf (8)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 04 พฤศจิกายน 2558 11:32
ISBN : -


VIVA BRAZIL : Sugar Loaf (8)


ช่วงบ่ายใน Rio de Janeiro แดดร้อนเปรี้ยง อย่าว่าแต่พวกเราเลยที่เดินกันอย่างหมดแรง พวกนกพิราบทั้งฝูงยังเลิกบินหันมาชวนกันนั่งเกาะสายไฟเลยค่ะ
พวกเรารอรถเมล์ไป Sugar Loaf ยืนเข้าแถวเพื่อหลบแดดในแนวเงาเสาไฟฟ้าที่ริมทางข้างป้ายรถเมล์
คนที่ Rio de Janeiro ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นปิดร่างกายไม่ค่อยมิด แถมยังเป็นผ้าบางๆ ก็เพื่อจะสู้กับอากาศร้อนนี่แหละค่ะ บรรดาคุณผู้ชายจากประเทศไทยยืนดูไปกลืนน้ำลายไป
พวกเรารอรถเมล์กันเงก หลายคันขับโฉบมาที่ป้ายทำท่าจะจอด พอพวกเราโบกมือขอขึ้นกลับเร่งเครื่องขับผ่านไปดื้อๆ
เอ… นึกว่าพวกเราจะยึดรถเมล์ไปตีกับใครหรือคะ?
ชาวเมืองซึ่งยืนรอรถเมล์อยู่ข้างๆ เรา ซึ่งส่วนใหญ่ช่างมีความอดทนสูง พวกเขายืนรอรถเมล์ที่วิ่งผ่านไปโดยไม่หยุดรับคันแล้วคันเล่าโดยไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียวแม้แต่น้อย
อาจเพราะคนพื้นเมืองเหล่านี้เคยอยู่ในสภาพที่ถูกกดขี่ไม่มีปากมีเสียงมาก่อน และคงเคยชินกับสภาพชีวิตอย่างนี้
หลายนาทีต่อมา… พวกเราก็ขึ้นรถเมล์ได้ รู้สึกว่าดีขึ้น เพราะรถเมลใน Rio ติดแอร์เย็นฉ่ำ แต่พอนั่งรถเมล์ไปสัก 20 นาทีชักงง  เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนใน Rio
จึงชวนกันลงรถเมล์
สนุกดีค่ะ… ถ้าเจออะไรที่ง่ายไปหมดก็คงไม่ใช่เที่ยวแบบ Explore สิคะ
พอลงรถเมล์แล้วก็เริ่มหันหน้าหันหลัง เกิดอาการหวาดๆ ขึ้นมาทันที เพราะสายตาหลายคู่ของคนที่ผ่านมาทางนั้นมองมายังพวกเรา แต่อุ่นใจขึ้นมาหน่อยเมื่อตำรวจขับมอเตอร์ไซค์มา 2 คัน จอดที่ข้างๆ ตำรวจช่วยเรียกแท็กซี่ให้พวกเรา 3 คันต่อไป Sugar Loaf 
Sugar Loaf เป็นภูเขาหินอีกลูกหนึ่งใน Rio de Janeiro ซึ่งวางตัวห่างออกไปเล็กน้อยในทะเลบริเวณปากอ่าว Guanabara ภูเขาหิน Sugar Loaf สูง 396 เมตร เป็นภูเขาทรงระฆังคว่ำ นึกถึงตอนเรียนกราฟขึ้นมาทันทีค่ะ
เขาเรียกภูเขาหรือแท่งหินนี้ว่า Sugar Loaf หรือภาษาโปรตุเกสว่า Pão de Açúcar ความหมายคือ “แท่งน้ำตาล” การเปรียบเทียบภูเขานี้เหมือนกับแท่งน้ำตาลเพราะแต่ก่อนนั้นบราซิลปลูกอ้อยมาก และนำอ้อยไปผลิตเป็นน้ำตาลเพื่อบริโภคและการค้า …ปัจจุบันนี้ก็ยังปลูกมากที่สุดในโลกอยู่ การผลิตน้ำตาลก่อนศตวรรษที่ 19 นั้น เขานำน้ำตาลสดจากพืชที่ให้ความหวานหรือต้นอ้อยมาเคี่ยวและผ่านกรรมวิธีแล้วเทลงไปในเบ้าดินเหนียวที่มีลักษณะอย่างภูเขา Sugar Loaf ซึ่งวางหงายรองรับอยู่
เมื่อผลึกน้ำตาลในเบ้าดินเหนียวแข็งตัวก็จะส่งไปขายทั้งเบ้าหรืออาจเคาะออกจากเบ้าไปขาย แท่งน้ำตาลจะมีขนาดและความสูงขนาดต่างๆ กัน อาจสูง 3-4 นึ้ว ไปจนถึง 1 ฟุต น้ำตาลคุณภาพดีมักจะทำเป็นแท่งเล็ก
แปลกดีค่ะ… ที่บ้านเราทำน้ำตาลจากต้นโตนดเป็นแว่นแต่ที่ตะวันตกเขาทำเป็นแท่ง
ท่านผู้อ่านขา… แต่ Sugar Loaf ที่อยู่ตรงหน้าเรานี้ไม่ธรรมดาค่ะ เพราะ Rio ได้ทำให้ภูเขาทรงก้อนน้ำตาลก้อนเบ้อเร่อก้อนนี้ให้เป็นจุดชมเมืองและชมทิวทัศน์ที่สำคัญคู่ไปกับ Corcovado
Rio บอกนักท่องเที่ยวว่า หากมา Rio นอกจากไปเที่ยวชายหาดแล้วจะต้องขึ้นภูเขา 2 ลูก คือขึ้นรถรางไปยัง Christ the Redeemer ที่ Corcovado แล้วต้องมาขึ้น Cable Car ที่ Sugar Loaf ซึ่งจะถือว่าได้ “ฟีล” ของการมาเที่ยว Rio
ส่วนยอดเขาที่มีสลัม (Favelas) อยู่อีกหลายแห่ง …เขาเงียบ ไม่พูดถึงค่ะ
ถึงตอนนี้แล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่า ทำไม Rio de Janeiro ที่แม้จะน่ากลัวในเรื่องอาชญากรรมแต่นักท่องเที่ยวก็ยังเสี่ยงตายกันมาเยือน? คำตอบเริ่มชัดเจนขึ้น…
เราสัมผัสได้ว่า… Rio ได้เติมแต่งภูมิประเทศของตนให้มีเสน่ห์เพิ่มขึ้น พวกเขาสร้างกิจกรรมหลากหลายแทรกลงไปใน… การพักผ่อน กีฬา อาหาร ชายหาด ภูเขาและเทศกาล Carnival ซึ่งเป็นจุดขายหลัก
เขาสร้าง Cable Car ขึ้นก็เพื่อให้ไปเกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่บน Sugar Loaf ทำให้คนมีงานทำอีกหลายร้อยคนและเป็นหน้าเป็นตาของเมืองควบคู่ไปกับ Corcovado 
ราคาขึ้น Sugar Loaf ไม่ถูกนะคะ ตั๋ว ขึ้น-ลง สำหรับผู้ใหญ่คนละ 53 เรียล (ประมาณ 900บาท) วันนี้ขึ้นภูเขา 2 รายการ โดนไปเคนละเกือบ 2พัน บาทค่ะ
การขึ้นไปให้ถึงยอด Sugar Loaf ต้องขึ้นไป 2 ช่วง ช่วงแรกขึ้นไปยังยอดเนิน Morro da Urca ซึ่งสูง 220 เมตร แค่ตรงนี้ก็เห็นวิวสวยมากแล้ว เห็นเครื่องบินขึ้นลงที่สนามบินข้างล่างด้วย   
ต้องขอชมเชย Rio ว่าเตรียมเรื่องห้องน้ำสำหรับนักท่องเที่ยวไว้ดีมาก เราไปทุกแห่งไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลย ผู้เขียนเห็นการเตรียมอุปกรณ์หลายอย่างไว้บริการคนพิการด้วย ถือว่าคิดกันไว้ครบถ้วน
นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมเมืองก็ให้มาขึ้นที่นี่ได้ เขาเติมกิจกรรมได้ทุกพื้นที่จริงๆ
แต่ใช่ว่า Rio คิดจะหากินกับนักท่องเที่ยวอย่างเดียว Rio สร้างทุกอย่างคู่ขนานไปกับการเอื้อความสุขกับคนที่อาศัยใน Rio ด้วยในขณะเดียวกัน
ที่เนิน Morro da Urca  มีพื้นที่กว้างมากพอ เขาจึงสร้างโรงละครไว้แสดงมหรสพและให้คนมาใช้จัดงานเลี้ยงหรืองานวิวาห์ ตอนปีใหม่ชาวเมืองมีภาพถ่ายการยิงพลุที่หาด Copacabama ซึ่งถ่ายจากที่นี่ สวยงามมาก
คนที่นี่บอกว่าไอศครีมที่บนนี้อร่อยมาก ...กินแน่ค่ะ แต่จะลงมากินตอนขากลับ  ขอขึ้น Cable Car ต่อขึ้นไปเที่ยวที่ยอด Pão de Açúcar หรือ Sugar Loaf อีกทอดหนึ่งเสียก่อน
Cable Car จุคนได้ประมาณ 60 คน เป็น Cable Car ผลิตในอิตาลี ตอนนี้เริ่มสงสัยอยู่นิดๆ ว่า …ทำไม Cable Car หลายแห่งในโลกเขาเลือกใช้ยี่ห้อที่ผลิตในอิตาลี
เบื้องหลังความโด่งดังของ Sugar Loaf ประการหนึ่งที่ทำให้คนรู้จักไปทั่วโลกนั้นคือหนังเรื่อง James Bond 007 ตอน Moonraker ซึ่งออกฉายเมื่อ ค.ศ. 1979 ใครจะมาเที่ยว Rio de Janeiro หากได้ดูหนัง Moonraker สักหน่อยก็จะดี
Moonraker ส่วนหนึ่งถ่ายทำและเป็นเรื่องในบราซิล ทั้งที่สนามบิน ที่ Sugar Loaf ที่น้ำตก Iguazu และที่่ป่า Amazon
True Vision เพิ่งนำ Moonraker มาฉายเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองค่ะ
ฉากเด็ดที่เป็นการต่อสู้กันหวาดเสียวระหว่าง Roger Moore กับ Richard Kiel ทั้งในและบนหลังคา Cable Car ก็คือ Cable Car ที่ Sugar Loaf นี่แหละค่ะ
Cable Car ที่ Sugar Loaf เปิดให้บริการเมื่อ ค.ศ. 1972 และร่ำลือไปทั่วโลก เพราะทำให้เห็นทิวทัศน์ Rio งดงามได้ชัดเจน
หนัง James Bond ชอบหาสถานที่แปลกใหม่สร้างหนังเพื่อเรียกความสนใจจากผู้ชม James Bond ไปถ่ายทำที่ไหนก็เหมือนกับว่าได้ทำ PR ให้กับประเทศนั้นโดยตรง ใครๆ ก็อยากให้ไปสร้างที่ประเทศตัวเอง
Albert R.Broccoli ผู้อำนวยการสร้าง Moonraker หลังจากมาเที่ยว Rio de Janeiro น้ำตก Iguazu และแม่น้ำ Amazon ในประเทศบราซิลแล้วเกิดติดอกติดใจ จึงตัดสินใจสร้าง Moonraker ที่บราซิล คิดว่าที่บราซิลคงจะให้ทุกอย่างเป็นไปได้โดยง่าย
แต่เปล่าค่ะ…
รัฐบาลบราซิลทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองได้อานิสงส์เต็มๆ จาก Moonraker ก็ไม่ได้แสดงอาการดี๊ด๊าเนื้อเต้นประการใด แต่กลับหักมุมเล่นบทโหดเรียกเก็บค่าบริการชนิดแพงหูฉี่อีก จน Moonraker ตกกะใจหงายหลัง เกือบถอดใจอำลาไปสร้างที่อื่น
นี่แหละค่ะ… บราซิลเป็นตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นได้ชัดว่า…
ที่พวกเขาไม่ง้อลูกค้าได้ก็เพราะ เขาทำสินค้าให้ดีและเติมแต่งสินค้าให้กิ๊บเก๋ตลอดเวลานี่แหละค่ะ

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์