VIVA BRAZIL : บ้าบอลกันทั้งเมืองจริงๆ ค่ะ (5)
VIVA BRAZIL : บ้าบอลกันทั้งเมืองจริงๆ ค่ะ (5)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 04 พฤศจิกายน 2558 11:18
ISBN : -


VIVA BRAZIL : บ้าบอลกันทั้งเมืองจริงๆ ค่ะ (5)


เครื่องดื่ม Caipirinha Cocktail ขายที่หาด Ipanema  ขายราคาแก้วละ 5 Realหรือ 75บาท(Realละ 15 บาท) …คุณสามีซื้อมาแก้วหนึ่งแล้วแบ่งกันซดคนละอึก
ตอนที่คนขายกำลังนำน้ำแข็งตำกับมะนาวโครมๆ อยู่นั้น คุณสามีสนใจมากยืนดูเขาทำและถ่ายวิดีโดไว้ด้วย…
แล้วมาบอกว่า “ทำไม่ยากหรอก… แค่นำน้ำแข็งบดมาตำๆๆ กับมะนาวครึ่งลูก พอให้ได้รสเปลือกมะนาว จากนั้นเทเหล้ารัมใส่ลงไป แล้วแต่งรสด้วยเกลือกับน้ำตาลทรายเล็กน้อย… เทใส่แก้วดื่มได้ทันที”
ต้องใช้ Lime หรือมะนาวเปลือกเขียวลูกเล็กๆ แบบบ้านเรานะ …ไม่ใช้ Lemon หรือมะนาวเปลือกสีเหลืองลูกใหญ่ของฝรั่ง
Caipirinha Cocktail ถือเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของที่นี่
ที่ชายหาด Ipanema ตอนหัวค่ำ พวกที่มาเล่นน้ำทยอยกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือแต่พวกที่นั่งพรอดรักและเดินสัมผัสบรรยากาศยามแสงแดดอำลาขอบฟ้า
อากาศเปลี่ยนเร็วค่ะ…  จากเมื่อตอนเย็นค่อนข้างร้อนกลายเป็นอากาศเริ่มเย็นในชั่วโมงต่อมา
โรแมนติกค่ะ แม้แต่คนขายขนมมันสำปะหลังกวน หยุดขายขนมชั่วครู่ค่ะ เพราะหันไปจูบกับแฟน คนซื้อก็ยืนถอนหายใจรอว่าเมื่อไหร่จะจูบกันเสร็จ
จะได้ซื้อขนมซะที …เฮ้อ …เซ็ง
บราซิลมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในภูมิอากาศคล้ายกับประเทศไทย พืชผลท้องถิ่นหลายอย่างจึงเหมือนๆ กับประเทศไทย เช่น มะพร้าว มันสำปะหลัง สัปรด มะนาวเปลือกเขียว กล้วยน้ำว้า ที่ชายหาด Ipanema มีต้นหูกวางอยู่หลายต้น
 
การ์ดชายหาดขับรถลุยทรายชายหาดไปทั่วๆ ดูแลความปลอดภัย   เกือบ  2 ทุ่ม พวกเราก็เดินกลับโรงแรม
ตอนเดินกลับโรงแรมผ่านร้านเหล้า มีรถเข็นขายของกระจุกกระจิก เช่น ลูกอม และขนมขบเคี้ยว 
เราเดินย่านร้านเหล้า เพิ่งรู้ว่าพวกที่ถอนตัวออกมาจากชายหาดนั้น ไม่ได้กลับบ้านหรอกค่ะ แต่มาดื่มต่อกันที่นี่ ในร้านเหล้ามีจอทีวีขนาดใหญ่เปิดการแข่งขันฟุตบอลให้ลูกค้าดู
ฟุตบอลคือชีวิตและวิญญานของคนบราซิลจริงๆ
ตอนเรานั่งรถจากสนามบินมาโรงแรมเมื่อตอนเย็นนี้ ในรถแท็กซี่มีทีวีเล็กๆ ติดอยู่ข้างมิเตอร์ให้ผู้โดยสารดูด้วย ตัวคนขับนั้นขับรถไปและชำเลืองดูฟุตบอลในทีวีไปตลอดทาง
หวาดเสียวมากค่ะ…
คุณสามีบอกว่าเป็นแม็ทช์แข่งกับที่อื่นไม่ใช่ในบราซิล เพิ่งรู้ภายหลังว่า… แท็กซี่หลายคันทีวีในรถไว้บริการลูกค้า เพราะลูกค้าคนที่ชอบฟุตบอล จะเลือกขึ้นแท็กซี่คันที่ติดทีวี
แท็กซี่คันที่ขับพาเรามาจากสนามบินเป็นตัวอย่างของคนบราซิลซึ่งหายใจเป็นฟุตบอลที่เราสัมผัสได้จริงๆ
ขณะที่แท็กซี่มาได้สักเกือบครึ่งทาง คุณสามีมองไปทางขวามือเห็นสนามฟุตบอลแห่งหนึ่งอยู่ไกลๆ ขณะที่คุณสามีกำลังมองสนามฟุตบอลอย่างสงสัยอยู่นั้นคนขับก็หันมาบอกพวกเราเสียงดังลั่นรถว่า
“Estádio do Maracanã”
กำลังเคลิ้มๆ ง่วงๆ ตกกะใจเลยค่ะ… ความจริงแล้วการบริการอย่างนี้เป็นเรื่อง
“Service beyond expectation หรือ การให้บริการที่เหนือความคาดหมาย” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เขียน ฝึกอบรมในวิชาเทคนิคการให้บริการ แต่ต้องไม่มาแรงแบบตกกะใจจนช็อคลูกค้าอย่างนี้ค่ะ
    คุณสามีพอเห็นแท็กซี่ชี้ให้ดูสนามฟุตบอล Estádio do Maracanã เขาก็หันมาให้ข้อมูลกับเพื่อนๆ ว่า
    “นั่นไง… ผมอยากให้เราไปที่นั่น”
จากนั้นข้อมูลอีกมากมายพรั่งพรูออกมา… ผู้เขียนหยิบปากกาคว้ากระดาษมาจดทันทีค่ะ
    …คำว่า Maracanã หมายถึงชื่อที่ใช้เรียกชื่อนกแก้ว Macaw ซึ่งเป็นนกพื้นเมืองในถิ่นอเมริกาใต้พันธุ์ที่มีขนไหล่สีแดง ถือเป็นนกคู่บ้านคู่เมืองของคนในแถบอะเมซอน เปรียบได้กับอีแร้งหรือ Condor ตอนที่เราไปเที่ยวเปรู
    เขาร่ายยาวไปอีกว่า…
    สนามฟุตบอล Maracanã สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1950 ปัจจุบันมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก …ส่วนอันดับ 1 คือ Stadio Azteca ที่ Mexico City ใน Mexico 
Maracanã สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการแข่งฟุตบอลโลก 1950 และได้ใช้สนามนี้ในการแข่งชิงชนะเลิศซึ่งเป็นคู่ชิงระหว่างบราซิลกับอุรุกวัย บราซิลแพ้ไป 2-1
Maracanã จะเป็นที่แข่งขันฟุตบอลโลกอีกครั้งใน ค.ศ. 2014
และอีก 2 ปีหลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 บราซิลจะได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016
Maracanã ที่ Rio de Janeiro จะใช้เป็นที่จัดพิธิเปิดและปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 อีกครั้ง
ตอนนี้ Maracanã กำลังปิดซ่อมใหญ่ ใช้เงินไปประมาณ 150 ล้านดอลล่าร์
ซ่อมใหญ่ครั้งนี้ครั้งเดียวจะได้ใช้  2 งานรวด
ทีแรกคุณสามีให้คุณต๋องใส่รายการทัวร์  Maracanã  ไว้ในรายการด้วย แต่ตอนหลังพอทราบว่า …ขณะนี้เขางดใช้สนามก็เลยตัดออก
เขาเล่าย้อนไปอีกว่า…
ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก เมื่อ ค.ศ. 1950 ระหว่างและบราซิลกับอุรุกวัยซึ่งบราซิลพ่ายไป            2-1 นั้น มีคนเข้าไปเบียดชมกันในสนามถึง  210,000 คน ทั้งๆ ที่สนามสร้างยังไม่เสร็จเรียบร้อย
อุแม่เจ้า… ไม่พังหรือคะเนี่ย…
แต่ปัจจุบัน Maracanã จุคนได้ 95,000 คน
Maracanã ยังเป็นสนามฟุตบอลในตำนานของอดีตราชาลูกหนังชื่อ “เปเล่” จากเด็กขัดรองเท้าถูกเลือกมาเป็นผู้เล่นฟุตบอลทีมชาติบราซิลในวัย 16 ปี เขายิงประตูได้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันในระดับนานาชาติที่นี่ในครั้งนั้น เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 1957 (ซึ่งในการแข่งขันครั้งนั้นบราซิลแพ้ 2-1)
ช้าๆ หน่อยค่ะคุณจักรพันธุ์ …ไปเตรียมข้อมูลมาบานเบอะจากไหน คุณอ้อยภรรยาจดไม่ทันค่ะ….
และอีกครั้งค่ะ… ในวันที่ 19 พ.ย. 1969 เปเล่ยิงลูกโทษเข้าประตูทีม Vasco da Gama ซึ่งกลายเป็นประตูที่ 1000 ในการเล่นฟุตบอลอาชีพของเขา ก็ที่สนาม Maracanã แห่งนี้อีกเช่นกัน
ในการที่เปเล่ยิ่งประตูที่ 1000 ให้กับตนเองครั้งนั้น ทำให้เกิดโกลาหลขึ้นตามมา เพราะคนดูนับร้อยวิ่งจาก                   อัฒจรรย์กรูลงไปในสนามไชโยโห่ร้องให้กับเปเล่และทีม Santos ทำให้การแข่งขันต้องหยุดลงกระทันหัน เปเล่แทบเอาชีวิตไม่รอด
ผู้เขียนยอมรับเลยค่ะว่าคนบราซิลบ้าฟุตบอลจริงๆ เพราะเมื่อมาถึงโรงแรม เดินเข้ามาเช็คอิน ก็เห็นทีวีในล็อบบี้เปิดการแข่งฟุตบอลดูอีก ยิ่งอยู่ในบราซิลหลายวัน เวลาเราผ่านบ้านหรือร้านค้าหรือร้านอาหารที่ริมหาดต่อมา ก็เห็นคน เปิดทีวีดูกันแต่ช่องฟุตบอล
เออ…คนเมืองนี้เขาไม่สนใจอะไรอื่นนอกจากฟุตบอลเลยหรือนี่
ของจริงค่ะ…บ้าบอลกันทั้งเมืองจริงๆ ค่ะ
ว่าแต่พวกเรานั้นมาเที่ยวนี้ คุณสามีผู้เขียนกับพรรคพวกบางคน หมายมั่นจะมาดูฟุตบอลในสนามที่บราซิลให้ได้หมือนกัน
พอเช็คอินเสร็จเขาถามพนักงานที่เคาเตอร์ว่า
มีคู่แข่งขันน่าสนใจอะไรบ้าง?
ราคาตั๋วเท่าไหร่?
สนามฟุตบอลอยู่ตรงไหน?
ไปสนามบอลยังไง?
ฯลฯ
รู้สึกว่า… มีคนไทยคน 2-3 คน ออกอาการคล้ายๆ จะเป็นคนบราซิลไปแล้วแฮะ

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์