VIVA BRAZIL : Favelas... อีกความจริงใน Rio (3)
VIVA BRAZIL : Favelas... อีกความจริงใน Rio (3)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 04 พฤศจิกายน 2558 11:12
ISBN : -


VIVA BRAZIL : Favelas... อีกความจริงใน Rio (3)


การเดินทางจากท่าอากาศยาน Galeão เข้าเมือง Rio de Janeiro ที่สะดวกที่สุดคือการใช้แท็กซี่ค่ะ
ที่สนามินจะมีคิวแท็กซี่อยู่  2 ประเภท คือ แท็กซี่สนามบินกับแท็กซี่ทั่วไป
แน่นอนว่าแท็กซี่สนามบินเป็นแท็กซี่ีบริษัทสังกัดในการให้บริการผู้โดยสารเข้าเมืองโดยเฉพาะ
ซึ่งก็ต้องแพงกว่าเป็นธรรมดา
ใครต้องการเดินทางเข้าเมืองด้วยแท็กซี่ที่ราคาถูกกว่า หลังจากเดินออกมาข้างนอกสนามบินแล้ว จะเห็นว่ามีคิวแท็กซี่อยู่ 2 คิว ก็ให้เลือกถามราคาเอาได้ค่ะ
ถูกกว่าเยอะเหมือนกันนะคะ …เกือบครึ่งน่ะค่ะ
ผู้เขียนใช้มาแล้วทั้ง 2 แบบ
เลือกใช้แบบธรรมดาก็ OK ค่ะ
แท็กซี่ธรรมดาบางคันใจดีสุดๆ จอดให้ถ่ายรูปที่ข้างทางด้วย แต่บางคันก็บอกว่ารถเสียกลางทางให้ไปขึ้นคันอื่นต่อ
เดาไม่ค่อยถูก… ก็สนุกตรงนี้แหละค่ะ
ในการเดินทาเที่ยวนี้เราพบว่าค่าโดยสารแท็กซี่ในบราซิลราคาไม่แพง ยวดยานต่างๆ ในบราซิลส่วนใหญ่โดยเฉพาะรถบัสและแท้กซี่ใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิง
ขณะนี้บราซิลพัฒนาให้เครื่องยนตร์ในยวดยานสาธารณะสามาถใช้เอทานอลได้ 100% แล้ว โดยพัฒนาให้เป็นยานยนตร์รุ่นใหม่ที่เรียกว่า FFV(Flexible Fuel Vehicles) คือมีเครื่องยนตร์ที่สามารถใช้ตั้งแต่น้ำมันเบนซินธรรมดา และใช้แกสโซฮอลในระดับต่างๆ ไปจนถึงสามารถใช้แกสโซฮอล E100 หรือใช้เอทานอล 100%   
เรื่องนี้ต้องชมวิสัยทัศน์ของรัฐบาลบราซิลเริ่มมาตั้งแต่ควาพยายามในการแก้ปัญหาราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นในช่วง พ.ศ. 2517-2518 ซึ่งขณะนั้นบราซิลลำบากมาก เพราะต้องนำเข้าน้ำมันถึง 80%
…หากศึกษาให้ดีจะเห็นว่าหลายประเทศได้ตื่นตัวในการหาพลังงานทดแทน ต่างก็หาวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ กันไป เช่น…ประเทศดนมาร์กก็เริ่มต้นศึกษาและพัฒนาพลังงานลม และกลายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ก้าวหน้าก่อนใครอื่นในโลก
รัฐบาลบราซิลได้จัดตั้งหน่วยงานชื่อ PROALCOOL เพื่อสนับสนุนการผลิตเอทานอลทดแทนการใช้น้ำมัน
บราซิลพัฒนาเรื่องการใช้พลังงานจากเอทานอลอย่างก้าวหน้าและต่อเนื่อง
สาเหตุที่บราซิลเลือกพัฒนาการใช้พลังงานจากเอทานอลก็เนื่องจากว่า บราซิลเป็นประเทศที่ผลิตอ้อยจำนวนมาก และผลิตได้เป็นอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาหลายปี  บราซิลจึงได้เลือกทำการศึกษาการนำอ้อยมาผลิตเอทานอล
เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาต่ำกว่าเบนซิน และเป็นพลังงานที่สะอาดกว่า ลดมลพิษในเมืองลงได้มาก
ประเทศไทยเราขณะนี้ก็พัฒนาเกี่ยวกับการใช้พลังงานเอทานอลไปได้มากเหมือนกัน เราก็มาไกลถึงที่ระดับ E85 ซึ่งหมายถึงนำเอทานอล 85% ผสมกับเบนซิน 15% (ประเทศไทยเราผลิตอ้อยได้เป็นอันดับสี่ของโลก เอทานอลของประเทศไทยได้มาจากอ้อยและมันสำปะหลัง)
จากนั้นมาบราซิลเป็นประเทศที่เป็นผู้นำด้านแกสโซฮอลและส่งเสริมการใช้อย่างจริงจัง และควบคู่กันไปนั้นคือการพัฒนาเครื่องยนตร์ของรถยนต์ให้เป็นรถยนต์แบบ FFV
ปีที่แล้วประเทศบราซิลผลิตรถยนต์มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นรถยนต์แบบ FFV 
ความจริงแล้วปัจจุบันบราซิลสามารถผลิตน้ำมันได้มากพอใช้ภายในประเทศ และบราซิลก็ยังเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่ยังส่งออกน้ำมันด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าสักวันหนึ่งน้ำมันต้องหมดไปจากโลก บราซิลจึงหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานจากเอทานอลอย่างมาก  
บราซิลเป็นประเทศที่มทรัพยากรธรรมชาติที่มั่งคั่ง…
มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ถัดจาก รัสเซีย แคนาดา อเมริกา จีน และมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า  3 ใน 4 บราซิลเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้
ทรัพยากรธรรมชาติในแผ่นดินบราซิลมีล้นเหลือ  สามารถสร้างผลิตผลทั้งการเกษตรและอุตสาหกรรมได้อย่างมั่งคั่ง ที่นี่มีทั้ง ผลิตผลจากป่าไม้ ทุ่งเกษตรกรรม และปศุสัตว์ และอาหารจากเขตแม่น้ำอะเมซอน
บราซิลมีทรัพยากรธรรมชาติมากและมีแรงงานเหลือเฟือ ทำให้เป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูงสุดในทวีปอเมริกาใต้ …และสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก
บราซิลเป็นตัวอย่างประเทศที่ทำให้เรามองเห็นว่าประเทศเกษตรอุตสาหกรรมอย่างบราซิลมีความคล่องตัวสูง และเห็นได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ประเทศที่มีอาหารและพื้นที่เพาะปลูกจะเป็นพื้นที่ที่มีค่ามากกว่าพื้นที่ที่เคยมีแต่ทรายกับน้ำมัน และจะเป็นประเทศที่ไม่มีวันอดตาย
เรานั่งแท็กซี่เข้าไปยังที่พักในตัวเมือง Rio de Janeiro คนขับรถพูดภาษาโปรตุเกส คุณสามีผู้เขียนพยายามถามโน่นถามนี่ เขาก็พยายามจะอธิบายเป็นภาษาโปรตุเกส ที่มีรากศัพท์ภาษา Latin
เพราะบราซิลเป็นประเทศในกลุ่ม Latin America
บางคำที่มีรากศัพท์ภาษาละตินง่ายๆ ที่คุณสามีพอฟังรู้เรื่อง
รถแท็กซี่ขับมาถึงจุดหนึ่งที่พอจะมองเห็นสลัมที่อยู่บนไหล่เขาขนาดใหญ่ คุณสามีผู้เขียนถามว่า
“Favelas ?…” นั่นเป็น Favelas (สลัม)ใช่หรือไม่
เขาบอกว่า “ใช่”
กลุ่มเที่ยวคณะนี้ของคุณสามีเป็นพวกที่เที่ยวแบบ The Explorer ค่ะ …พวกที่ชอบไปค้นหา (เรื่อง) โน่นนี่ไปเรื่อยๆ …บ่นมาตั้งแต่กรุงเทพแล้วว่า …อยากไปเที่ยวในสลัมที่ Rio
เลยทำท่าถามแท็กซี่ต่อไปว่า…
“จะไปที่ Favelas ได้ไหม” โดยทั้งออกเสียงทำท่าให้พาไปหน่อย
แท็กซี่ตอบมาดังลั่นรถ เป็นภาษาอังกฤษว่า
“No” แล้วทำท่าเป็นเสียงปืน “Bang ….Bang”
ก็เลยเงียบไปค่ะ…
Favelas เติบโตขึ้นในเมืองใหญ่ๆ อย่าง Rio และ San Paolo เมื่อราว 100 ปีที่แล้ว เพราะคนบ้านนอกมุ่งเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่เพื่อต้องการชีวิตที่ดีกว่า ปัจจุบันมี  Favelas หลายแหล่งใน Rio
มีคนจนอยู่ใน Favelas ของ Rio ประมาณ 1 ล้านคน ขณะที่มีประชากรอยู่ใน Rio ทั้งหมด 6 ล้านกว่าคน  
Favelas ที่ใหญ่ที่สุดใน Rio มีอยู่กันถึง 60,000 กว่าคน
อยากเข้าไปหรือคะ?
เป็นพวกรนหาที่ค่ะ… อย่าว่าแต่นักท่องเที่ยวเลย แม้แต่คนที่อยู่ในเมือง Rio เขาก็ไม่กล้าเข้าไป ตำรวจก็แทบไม่เข้าไปด้วยซ้ำ เพราะ Favelas เป็นที่สุมรวมกันของบรรดาพวกค้ายาเสพติด และพวกที่เข้ามาทำอาชญากรรมใน Rio
ในที่สุดเราก็เริ่มเข้ามาใกล้คำตอบแล้วล่ะค่ะว่า ต้นตอของพวกที่มาสร้างความหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยวนั้นก็คือพวกที่มาจาก Favelas นี่เอง
แต่คุณสามีบอกว่ามีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเข้าไปใน Favelas แล้วออกมาเขียนว่า… Favelas ว่าไม่ได้อันตรายเหมือนที่คิด
….ที่นั่นยากจนกันถ้วนหน้า ไม่มีใครเคารพกฎหมาย แต่คนที่นั่นก็ต้องการจะบอกให้โลกภายนอกรู้เหมือนกันว่า พวกเขาอยู่กันอย่างไร และทำไมพวกเขาจึงต้องอยู่กันลำบากยากจน
ความจริงแล้วคนจาก Favelas ส่วนหนึ่งก็เป็นคนขายแรงงาน เป็นกรรมกร และทำอะไรให้หลายอย่างสำหรับคนใน Rio
คนเหล่านี้เป็นปัญหาที่สั่งสมมานานแล้วตั้งแต่คนขาวหรือคนโปรตุเกสตั้งแต่ 500 ปีที่แล้วไปเอาคนจากท้องถิ่นและคนจากที่อื่นมาทำงานในเหมืองทองคำและไร่อ้อย  
คนขาวร่ำรวยขึ้นขณะที่คนระดับล่างยังอยู่ในสภาพนั้น

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์