การบริหาร งานบุคคล ภาคปฏิบัติ (บทที่สอง เจ้าของ สามสไตล์)
การบริหาร งานบุคคล ภาคปฏิบัติ (บทที่สอง เจ้าของ สามสไตล์)

โดย : สุเชาว์ ณ สงขลา กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การเรียนรู้

update : 20 มีนาคม 2558 10:06
ISBN : -


การบริหาร งานบุคคล ภาคปฏิบัติ (บทที่สอง เจ้าของ สามสไตล์)


บทที่สอง เจ้าของสามสไตล์  คุณเป็น……..แล้วหรือยัง

     • ผู้จัดการ   •  ผู้ใหญ่    • ผู้นำ 

     ในฐานะเจ้าของกิจการคุณต้อง ดูแลคน การเงิน ลูกค้า และทรัพย์สินอื่นๆ  คุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับคุณ  ถ้าคุณยังไม่มีก็ต้องสร้างให้มี  คือ 

     •    คุณคือ ผู้จัดการ  คุณกำหนดวิสัยทัศน์ และคุณควบคุมดูแลคนให้ทำงานได้ตามแผน  
     •    คุณคือ ผู้ใหญ่  คุณ มีความมั่นคงในอารมณ์  วางตัวดี  น่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ  
     •    คุณคือ ผู้นำ คุณเข้าใจลูกน้อง มีศิลปะในการใช้คน คุณหลอมรวมทุกคนเดินตามทิศทางที่คุณต้องการ  

     ปกติบทบาททั้งสามด้าน นี้จะซ้อนกันอยู่กับตัวเจ้าของ  และมันจะทำให้คุณมีพลังมากขึ้นเมื่อคุณเป็นผู้ดูแลระบบการบริหารงานบุคคล ด้วยตัวเอง   พนักงานย่อมมีโอกาสสัมผัสลักษณะทั้งสามนี้จากคุณอย่างใกล้ชิด  

ถ้าคุณสร้างได้จะเป็นโอกาสทองที่คุณจะได้พนักงานที่มีคุณภาพ  เพราะเขาจะมีต้นแบบที่สุดยอด  มีตัวตน ไม่ใช่มีแต่ในระเบียบข้อบังคับพนักงานจะเชื่อมั่นและศรัทธาคุณและกิจการของคุณ และพร้อมที่จะร่วมมือกับคุณ .

     1. คุณคือ "นักจัดการ "   คุณต้องทำให้งานสำเร็จ 

            1.1. ผู้จัดการ มีหน้าที่ทำงานให้สำเร็จ  : คุณมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะทำให้งานสำเร็จ  โดยใช้ทรัพยากรรวมทั้งเทคนิคและวิธีการต่างๆ มาสนับสนุนให้งานสำเร็จได้ตามที่ประสงค์  

                 เกือบสามร้อยปีมานี้วิธีการจัดการใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย  เกิดทุกแห่งและทุกขณะที่มีการทำงาน มันจะเกิดมีขึ้นมาอีกมากมายโดยไม่รู้จบ  

                 เมื่อมีทฤษฏีใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทฤษฏีเก่าจะผิด  หรือต้องเลิกใช้   การใช้ทฤษฏีเดียวกันมีทั้งสำเร็จและล้มเหลว  แต่ถ้านักจัดการหมั่นเรียนรู้  นักจัดการจะฉลาดและเก่งขึ้นทุกวัน  

                 ปัจจุบันถือหลักง่ายๆ  ว่าการจัดการงานจะเกิดขึ้นเป็นระบบ  และมีกระบวนการที่ต่อเนื่องเกี่ยวข้องกันเกิดขึ้นเป็นรอบๆ ในแต่ละรอบ   แบ่งการจัดการเป็นสี่ขั้นตอนใหญ่ๆ  คือ 

                 ขั้นตอนการวางแผน ได้แก่ การกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย วางกลยุทธ์ วางแผน


                 ขั้นตอนลงมือทำงาน ได้แก่ การจัดองค์กร จัดคน   แนะนำมอบหมายงาน  ประสานงานกำกับการทำงาน


                 ขั้นตอนประเมิน ตรวจสอบผลงาน ได้แก่ การ เก็บตัวเลข สถิติ ตรวจสอบ ประเมิน วิเคราะห์ หาสาเหตุปัญหา 
                 ขั้นตอนปรับปรุงและพัฒนา ได้แก่การการกำหนดวิธีการพัฒนาการทำงานใหม่  ทำใหม่มององค์รวม แล้ว...........................เริ่มรอบใหม่

           ทุกขั้นตอนต้องเดินหน้าไปสู่วิสัยทัศน์  ถ้าไม่ได้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ ก็ต้องปรับแผน เปลี่ยนคำสั่ง เปลี่ยนคน พัฒนาคน เปลี่ยนเครื่องมือ หรือจัดระบบการทำงานใหม่ 

           วิธีการจัดการที่ผิดพลาดน้อยที่สุดคือ ดูแลงานให้ครอบคลุมทุกระบบ  อย่าลงโทษคนก่อนตรวจสอบระบบ ให้พนักงานมีส่วนร่วม  แก้ไขความผิดพลาดที่ต้นเหตุ ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร  เก็บตัวเลขมาวิเคราะห์เป็นวิทยาศาสตร์
 และ..อย่าลืม...อย่าลืมให้ความ สำคัญกับ คน.


            1.2.  กลยุทธ์การจัดการองค์กรยุคใหม่ 

                  การจัดการคุณภาพแบบองค์รวม เริ่มต้นโดยนักชีววิทยา ต่อเติมโดยนักจัดการด้านต่างๆอีกมากมาย

                  ปัจจุบัน  ยอมรับกันว่าแนวคิด การจัดการแบบองค์รวม  ช่วยทำให้องค์กรสมดุลและยั่งยืน ใช้กันแพร่หลายทุกวงการ เช่นเดียวกับสุขภาพ การเมือง  เศรษฐกิจ การศึกษา ฯลฯ  

                 เจ้าของต้องมั่นใจว่า ได้วางระบบที่สามารถดูแลกระบวนการจัดการได้ครอบคลุมทุกๆด้าน ทุกๆจุด  และทุกๆครั้งที่ให้บริการ หรือผลิตสินค้า  ตั้งแต่ประตูปากทางเข้าโรงงานจนถึงห้องผู้จัดการ 

                  การนำแนวคิดนี้มาใช้เจ้าของจะต้องจัดการให้เป็นแบบเดียวกันทั้งองค์กร ดังนี้  

                       » ให้ความสำคัญกับลูกค้า  :  จัดให้มีการดูแลงานทุกระบบและทุกขั้นตอนให้ลูกค้าพึงพอใจ  สามารถสนองความต้องการของลูกค้า  ให้ได้รับการดูแลตามความคาดหวังหรือเหนือความคาดหวังของลูกค้า 

                       » พัฒนาระบบและกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง  : ให้ความสำคัญกับงานทั้งระบบและทุกกระบวนการทำงาน  ออกแบบระบบงานให้มีขั้นตอนเชื่อมโยงกันได้ง่าย รวดเร็ว  ตรวจสอบปัญหาโดยมองตั้งแต่งานเริ่มต้นจนงานจบ  ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงผลผลิต  นำข้อมูลจากลูกค้า คู่แข่งพนักงาน และการประเมินผลการทำงาน  มาใช้ในการกำหนดแผนการพัฒนา   เป็นแผนระยะสั้นและระยะยาว และพัฒนาคุณภาพแบบองค์รวมตามช่วงเวลาอย่างต่อเนื่อง

                       » แก้ไขกระบวนการทำงานก่อนลงโทษพนักงาน :  ถือว่าพนักงานไม่ได้ตั้งใจทำงานให้เกิดความผิดพลาด  ฉะนั้นก่อนลงโทษพนักงาน  ให้ทบทวนกระบวนวิธีการทำงานให้เกิดความสะดวกก่อน   มีวิธีการตรวจสอบงานหลายแบบ   และพัฒนาฝึกอบรมคนก่อนส่งทำงาน

                       » หาสาเหตุของปัญหาเพื่อป้องกันปัญหา : เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำทำความเสียหายเกิดขึ้นอีก ให้หาข้อมูลเพื่อทราบสาเหตุต้นตอปัญหา  และแก้ไขตั้งแต่รากของปัญหา

                       » ทำงานเป็นทีมจนได้ผลสำเร็จ : เจ้าของจัดจัดกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ  มีเอกภาพและบรรยากาศของความสามัคคีให้พนักงานทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจ เป้าหมายและประสานงานมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน 

                       » ให้ความสำคัญกับการสื่อสารในองค์กร : คือจัดบรรยากาศการสื่อสารสองทาง  ชัดเจน รวดเร็ว  ระหว่างฝ่ายจัดการถึงพนักงาน ระหว่างแผนก  ให้เกิดความเข้าใจ ลดความสูญเปล่า และลดความผิดพลาด 

                       » วิเคราะห์ข้อมูล เป็นวิทยาศาสตร์และตัดสินใจโดยข้อมูล : คือจัดให้มีการบันทึกข้อบกพร่องที่ได้พบ  จัดให้มีการเก็บข้อมูลตัวเลขสถิติของระบบและกระบวนการทำงานต่างๆ  นำข้อมูลมาใช้ในการประเมินตรวจสอบ  ควบคุม  กระตุ้น แนะนำพนักงาน  และตัดสินใจ โดยใช้สถิติและข้อมูล 

                       » ถือว่าคนเป็นทรัพยากรสำคัญขององค์กร : เจ้าของต้องจัดให้มีการพัฒนาคนให้เหมาะกับงาน เปิดโอกาสให้แสดงความสามารถ พนักงานปฏิบัติต่อพนักงานคนอื่นๆโดยให้เกียรติ ยอมรับในศักดิศรี เพื่อพนักงานจะได้ให้สิ่งดีๆแก่ลูกค้าและคนรอบข้าง 


     2. เจ้าของต้องเป็นผู้ใหญ่

           ความเป็นผู้ใหญ่เป็นคุณลักษณะ  ผู้ใหญ่ทำให้องค์กรสงบสุข  พนักงานจะเชื่อถือ และคาดหวังจะได้เห็นความเป็นผู้ใหญ่จากเจ้าของ 

           ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อย ก็มีความเป็นผู้ใหญ่ได้   ไม่ต้องรอจนแก่เฒ่า  ในสังคมไทยพนักงาน มักยกย่องเจ้าของที่มีความเป็นผู้ใหญ่ให้เป็นมากกว่านายจ้าง   บางครั้งพนักงานเรียกเจ้าของว่าพ่อ แม่    ต่อไปนี้คือตัวอย่างของคนที่มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่ 

           ผู้ใหญ่ไม่พูดจาเพ้อเจ้อ  ถ้าจะคุย ควรพูดคุยถึง วิสัยทัศน์ แผนระยะยาว เป้าหมายและทิศทางของกิจการในอนาคต พนักงานจะเห็นอนาคตที่มีความมั่นคง  

           ในช่วงเวลาวิกฤต พนักงานจะขวัญเสีย  ผู้ใหญ่ต้องให้กำลังใจ  ช่วยพนักงานร่วมแก้ปัญหาด้วยความมีสติ 

           ในโอกาสเหมาะสม  เจ้าของควรพูดคุยถึง วิสัยทัศน์ แผนระยะยาว เป้าหมายและทิศทางของกิจการในอนาคต และความก้าวหน้าของกิจการให้พนักงานได้รับทราบ    พนักงานจะรู้สึกว่าคุณมีสายตาไกล พนักงานจะมีอนาคตที่มีความมั่นคง

            พฤติกรรมของผู้ใหญ่มีอิทธิพลต่อการเลียนแบบของพนักงาน  เช่นการตรงต่อเวลา  เมื่อนัดประชุมแล้วไม่ควรขาดประชุม  พยายามเข้าประชุมตรงเวลา  ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด  เช่นใช้กระดาษที่ใช้แล้วด้านเดียวให้เป็นตัวอย่างแก่พนักงาน  เป็นต้น

            ผู้ใหญ่มักเป็นคนที่พนักงานชอบปรึกษา   และประจบสอพลออาจเป็นแหล่งให้ข้อมูลใส่ร้ายระหว่างคนในองค์กร  หรือเมื่อมีความขัดแย้งพนักงานมักคาดหวังให้ผู้ใหญ่เป็นผู้ตัดสินให้ความยุติธรรมผู้ใหญ่จึงต้องมีจิตใจที่มั่นคง ต้องตริตรองอย่างถี่ถ้วนไม่หูเบา

            ญาติพี่น้องและคนรู้จักของเจ้าของย่อมมาร่วมทำงานด้วยญาติและคนในครอบครัวที่มาร่วมทำงานต้องทำตัวตามระเบียบเป็นแบบอย่างแก่พนักงานทั่วไป   ไม่ใช้โอกาสที่พนักงานให้ความเกรงใจไปเอาเปรียบพนักงานก้าวก่ายงาน  หรือสร้างกลุ่มอิทธิพลใช้อภิสิทธิ์ของความเป็นคนในครอบครัวคุณมาทำให้ระบบ งานและระเบียบขาดความศักดิ์สิทธิ์  เมื่อมีพวกเราจะมีพวกเขา เกิดความแตกแยก 

            ในช่วงเวลาที่งานของบริษัทต้องเผชิญความยากลำบากและผิดหวัง  พนักงานจะขวัญเสียมักพึ่งความเป็นผู้ใหญ่ให้กำลังใจคุณจึงต้องเป็นตัวอย่างแก่พนักงานยังสามารถจัดให้ชีวิตมีระเบียบได้ ยังมีทัศนะในทางบวกและสร้างสรรค์  เข้าใจปัญหาในสถานการณ์ที่เป็นจริงช่วยพนักงานร่วมแก้ปัญหาด้วยความมีสติ

            ผู้ใหญ่ควรให้ความคิดและตัวอย่างของการดำรงชีวิตที่ดีให้แก่พนักงาน เช่นให้รู้จักสงวนเวลาและเงินทอง  ไม่ใช้เงินเกินความสามารถ  เช่น พนักงานต้องตระหนักว่าการมีแนวทางดำรงชีวิตแบบพอเพียงเป็นสิ่งต้องทำ  และสามารถทำตามวิธีของเขาได้เองโดยไม่จำเป็นต้องเลียนแบบผู้อื่น   

            พนักงานอาจไม่พอใจหากไม่ได้หยุดงานในวันที่บริษัทต้องเร่งงาน  พนักงานย่อมท้อแท้เมื่อถูกตำหนิ  ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจในความเชื่อและความคิดของพนักงาน  ผ่อนปรนให้พนักงานได้เพลิดเพลินกับสังคมบ้าง  แต่ก็ต้องให้สติแก่พนักงานให้มองโลกในความเป็นจริงว่าไม่มีงานใดทีจะถูกอารมณ์ของเราไปทั้งหมด  ต้องรู้ว่างานที่ไม่ชอบก็เป็นหน้าที่  ต้องหาวิธีทำให้งานน่าเพลิดเพลิน  และตระหนักว่าการเพลิดเพลินตามสบาย ไม่ใช่หนทางนำไปสู่จุดหมาย ที่มีคุณค่าในชีวิต   แม้เจ้าของก็หนีงานที่ไม่ถูกใจไม่พ้น แต่ต้องทำ   

            ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่มักจะต้องการเห็นความเป็นระเบียบ มากกว่าการเป็นคนช่วยให้เกิดความมีระเบียบ  การที่ผู้ใหญ่ทำตัวให้เป็นตัวอย่าง   ให้พนักงานเข้าใจว่าการที่เราต้องเป็นคนมีระเบียบและต้องเคารพกฎเกณฑ์อาจทำ ให้เราไม่สมหวังบ้าง เพราะเราเองก็อาจถูกควบคุม แม้กระทั่งผู้ใหญ่ก็ยังยอมลดความสะดวกลงเพื่อรักษาระเบียบของส่วนรวม 

           ผู้ใหญ่ต้องตระหนักว่าในยามที่คุณมีท่าทางสดชื่นยิ้มแย้มหรือหดหู่เศร้าหมอง   ย่อมมีผลต่ออารมณ์การทำงานของพนักงานในบริษัท  จริงอยู่อารมณ์เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตทำให้มีชีวิตชีวา และชีวิตมีความสมบูรณ์  แต่ผู้ใหญ่ต้องไม่ปล่อยตัวให้เกิดมีอารมณ์บ่อยครั้ง   เมื่อมีอารมณ์ก็ไม่ปล่อยให้รุนแรงไม่คิดเป็นศัตรูหรือแผลงฤทธิ์ใส่พนักงาน 

            ปัญหาสังคมของพนักงานหนุ่มสาวเปลี่ยนแปลงเร็วมาก  หนี้สินของพนักงานย่อมมีผลต่อการทำงานของพนักงาน   คนรุ่นหนุ่มสาวต้องการรายได้สูง รักสนุก ไม่สนใจงาน ทำให้งานเสียหาย ผู้ใหญ่อาจต้องช่วยทำความเข้าใจแก่พนักงานว่าทำงานเพื่อวัตถุประสงค์อะไร  ให้ตระหนักว่าความสำเร็จมิใช่วัดได้ด้วยเงินทองหรือสิ่งของ    ยอมรับว่าทรัพย์สินที่เงินซื้อได้เป็นคุณค่าที่สำคัญในชีวิตของเขา  แต่ บางครั้งถ้าพนักงานยอมอดบ้าง   และออมทรัพย์ไว้เพื่อให้ได้ของทีมีค่ายิ่งกว่า น่าจะทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น   

            ในบางโอกาส ที่พนักงานคิดและทำแตกต่างจากคำสั่งไปบ้างด้วยเจตนาดี   ถ้าเห็นแล้วว่าไม่ได้ทำให้ลูกค้าเดือดร้อน หรือผิดระเบียบ  ผู้ใหญ่อาจต้องทำใจให้ได้ว่ามีหลายทางหลายโอกาสที่จะพบความสำเร็จ   ความแตกต่างเป็นสิ่งช่วยให้กิจการดีขึ้น  สิ่งที่ดีไม่ใช่ต้องถูกใจผู้ใหญ่หรือทำความสุขให้ผู้ใหญ่เสมอไป  ผู้ใหญ่จึงต้องรู้จักระงับอารมณ์  ไม่บ่นพร่ำเพรื่อ  จะทำให้ลูกน้องเกรงใจและพยายามทำงานให้ดีเพื่อชดเชย และทำให้ผู้ใหญ่พอใจ  


     3. เจ้าของต้องเป็นผู้นำ     

            3.1. ภาวะผู้นำสถิตอยู่ในตัวผู้นำ 

                 เจ้าของต้องมีภาวะผู้นำ  จึงจะทำให้การนำประสบความสำเร็จ  
                 ภาวะผู้นำ คือกระบวนการมีอิทธิพลเหนือผู้อื่นเพื่อนำกลุ่มหรือทำกิจกรรมให้งานบรรลุตาม วัตถุประสงค์   
                 ภาวะผู้นำเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการนำองค์กร ไม่มีเรื่องใดในการบริหารจัดการที่จะสำคัญเท่าเรื่องภาวะผู้นำ  

                 การเป็นผู้นำได้ดีต้องมีพื้นฐานของการมีความเป็นผู้ใหญ่  หมายถึงต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์  มีสมาธิ ความมีสติยั้งคิด สามารถควบคุมอารมณ์  เข้าใจในความต้องการของเพื่อนมนุษย์  และห่วงใยทุกข์สุขของพนักงาน จะทำให้พนักงานให้ความไว้วางใจ  เชื่อฟัง และลดการต่อต้าน

                 ในขณะเดียวกันการเป็นผู้นำได้ดีต้องมีพื้นฐานของการเป็นนักจัดการ คุณสามารถนำทำให้ความร่วมมือของทุกคนสำเร็จลงด้วยประสิทธิภาพที่สุดยอด  

            3.2. บทบาทผู้นำ ต่างจากบทบาทผู้จัดการอย่างไร :  เปรียบเทียบบทบาทของผู้จัดการและบทบาทของผู้นำได้ดังนี้ 

                 บทบาทของผู้จัดการ    บทบาทของผู้นำ 
                   - ทำในสิ่งที่กำหนดและมอบหมาย    
                   - ริเริ่มสิ่งใหม่   
                   - รักษามาตรฐานที่กำหนดพัฒนามาตรฐาน
                   - ใช้ทรัพยากรที่มีให้ดีที่สุดคิดหาสิ่งใหม่ 
                   - ทำวันนี้ให้ดีที่สุดมองไปถึงวันข้างหน้าให้ดีที่สุด
                   - ทำที่กำหนดไว้ให้ดีทำใหม่ให้ดี 
                   - ทำให้ถูกต้องตามที่กำหนดทำในสิ่งที่ถูกต้อง 
                   - ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่
                   - เป้าหมายมีไว้เพื่อให้งานสำเร็จเป้าหมายมีไว้เพื่อให้เกิดความพอใจที่ทำสำเร็จ 
                 

            3.3. ผู้นำต้องปรากฏตัวอย่างไร   

                 ผู้นำทำงานได้ง่ายขึ้นเมื่อมีตำแหน่งรองรับ : เจ้าของต้องจัดทำประกาศตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ของผู้นำอย่างเป็นทางการ  เช่นประกาศในแผนภูมิของบริษัท   เป็นประธานกรรมการบริหาร  ประธานกรรมการบริษัท เป็นต้น เจ้าของไม่ควรทำงานลอยๆ โดยไม่ได้มีตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่มีตำแหน่งเป็นทางการ 

                  ผู้นำต้องหมั่นสร้างการยอมรับในหมู่พนักงาน:  ผู้นำควรหาโอกาสพูดเรื่องงานในบริษัทที่พนักงานยังไม่รู้ให้พนักงานฟัง    

                  ผู้นำต้องมีส่วนร่วมในความสำเร็จ  โดยการวางระบบให้เป็นผู้อนุมัติ  เป็นผู้รับฟังรายงาน จะทำให้เจ้าของและมีส่วนร่วมในความสำเร็จของงาน   

                  เจ้าของจึงควรเข้าร่วมกิจกรรมกับพนักงานบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานเสมอไป  เช่นงานสังคม งานทำบุญ 

                   เจ้าของต้องสร้างคุณลักษณะผู้นำ : คุณลักษณะผู้นำเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ ทำให้เกิดความศรัทธาแก่พนักงาน เช่น

                      » มุ่งมั่นและพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้งานสำเร็จ  สามารถนำองค์กรไปถึงเป้าหมาย  ทำงานเร็ว ไม่เฉื่อยเฉย ไม่เก็บดองเรื่องไว้นานๆ 

                      » กระตือรือร้นในการ ชักจูงใจหรือใช้วิธีอื่นๆ เพื่อให้พนักงานสนับสนุนเป้าหมายของบริษัท 

                      » ซื่อสัตย์ไม่โกหกพนักงาน    พูดเหมือนทำ ทำเหมือนพูด  รักษาคำพูดและมีสัจจะต่อคนอื่น 

                      »  มั่นใจในตัวเอง ที่จะการทำงานให้สำเร็จ มั่นใจในความสามารถของตัวเอง มันใจในการตัดสินใจในโครงการต่างๆ มั่นใจในสิ่งทีติดต่อกับคนอื่นๆ  

                      » สามารถในการ เก็บข้อมูล สังเคราะห์ข้อมูล  สามารถอธิบายให้คนเข้าใจ และมีข้อมูลมากกว่าคนอื่น 

                      » เข้าใจองค์กรดีที่สุด พูดถึงส่วนไหนก็เข้าใจ รู้เรื่อง และมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับงานในจุดต่างๆ จะทำให้พนักงานพอใจที่เจ้าของเข้าใจเขา และให้ความสนใจงานของเขา เป็นต้น 

            3.4. ผู้นำต้องให้ความสำคัญกับการใช้อำนาจ :  บทบาทผู้นำเกิดเมื่อใช้อำนาจ อำนาจเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้นำ  แม้เจ้าของจะเป็นผู้นำโดยสถานะ  แต่ถ้าเจ้าของไม่ใช้อำนาจ   ตำแหน่งผู่นำก็หมดความหมาย  ผู้นำจึงต้องสนใจการใช้อำนาจ และสร้างปัจจัยสนับสนุนการใช้อำนาจอยู่เสมอ    

                 แนวทางใช้อำนาจทำได้หลายทาง และต้องใช้ทันทีเมื่อเป็นช่วงเวลาและสถานการณ์ที่ต้องแก้ไขด้วยอำนาจ การใช้อำนาจมีหลายช่องทาง เช่น 

                 ใช้อำนาจตอบแทนการทำความดีแก่พนักงานที่ทำงานดี ถ้าผู้นำให้รางวัลตอบแทนคนทำสิ่งดีๆ   พนักงานจะทำดีต่อไปเรื่อยๆเพราะเชื่อว่าผู้นำจะให้รางวัล  แต่ถ้าพนักงานรู้ว่าเจ้าของไม่มีอำนาจให้รางวัล หรือไม่มีรางวัลก็จะไม่ทุ่มเททำงานดีๆให้อีก

                 ใช้อำนาจในการบังคับบัญชา  พนักงานมีความเชื่อว่าถ้าไม่ทำ  หรือทำไม่ได้ตามคำสั่งจะถูกลงโทษ   ฉะนั้นผู้ที่ไม่ทำ หรือผู้ที่ทำไม่ได้ จะต้องถูกดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง   แต่ถ้าผู้นำไม่ใช้อำนาจนี้  ปล่อยให้ผ่านไป พนักงานจะไม่ให้ความเชื่อถืออีก 

                 ใช้อำนาจตามกฏระเบียบ  พนักงานจะยอมรับอำนาจของคุณเพราะเชื่อว่าคุณมีอำนาจ   แต่ถ้ามีการโต้แย้งอำนาจของคุณ  เช่นพนักงานต่อต้าน หรือคนในครอบครัวของผู้ใหญ่ปฏิเสธไม่ยอมรับอำนาจ  หรือผู้นำถูกฟ้องเพราะใช้อำนาจ  ถ้าคุณไม่ยืนยันการใช้อำนาจให้เข้มแข็งความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจของผู้นำก็ จะหมดไป

                 สร้างอำนาจได้จากความเชี่ยวชาญ  พนักงานจะยอมรับความเก่ง หรือเชี่ยวชาญของผู้นำ  พนักงานจะให้ความเชื่อถือ รู้สึกอบอุ่นใจ ว่างานของเขาจะประสบความสำเร็จเพราะความสามารถของผู้นำ

                 ใช้อำนาจแต่พอดี  ไม่ใช้อำนาจในการกลั่นแกล้ง  เช่นตั้งเป้าหมายของงานไว้ให้ชัดเจน ให้พนักงานเข้าใจ  ให้พนักงานสามารถที่จะทำตามเป้าหมายได้ มีการสอนหรืออบรมให้ทำจนมั่นใจ  และช่วยประสานงานให้ทำได้สะดวก

                 คุณควรให้อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่งแก่พนักงานให้มีความเหมาะ สมกัน มีเพียงพอทีจะทำงานได้สะดวกและได้รับความร่วมมือจากคนอื่น  พนักงานจะให้ความยอมรับอำนาจและตอบแทนงานที่ดีให้แก่คุณ

                 ผู้นำต้องแสดงความสนใจห่วงใยต่อสิ่งต่างๆในบริษัท : อำนาจของคุณได้มาจากการแสดงความห่วงใยพนักงาน และห่วงใยงานที่พนักงานทำ  

                 พฤติกรรมของผู้นำที่สร้างความศรัทธาให้เกิดแก่พนักงาน  คือการให้ความเป็นมิตร ห่วงใยพนักงานในเรื่องส่วนตัวบ้าง และช่วยเหลือพนักงานในโอกาสที่สมควร

                 การแสดงความห่วงใยงาน ทำได้โดยการเดินตรวจดูการทำงาน  ทดลองหยิบผลงานมาพิจารณา   ถามความเห็นของพนักงาน ของลูกค้า ทดลองนำผลิตภัณฑ์มาใช้เอง  แต่ไม่ใช้อำนาจในการจับผิดพนักงาน  

                 ถ้าพบข้อผิดพลาดต้องแก้ไขดำเนินการไปตามกระบวนการที่วางไว้โดยเร็ว

                 ผู้นำควรสั่งงานให้เหมาะสมกับกลุ่มพนักงาน เช่น  
                    - บอกให้ทำ:  บอกอย่างละเอียด  เมื่อพนักงานยังใหม่  หรือเพิ่งได้รับแต่งตั้ง 
                    - ให้ความเห็น:  เมื่อพนักงานเข้าใจงานและรู้เป้าหมายของงานดี  ควรให้ความเห็นกับพนักงานเป็นกลุ่ม
                    - ร่วมตัดสินใจ : ให้ความช่วยเหลือให้ความคิด วิธีนี้จะได้ผลดีเมื่อผู้เข้าร่วมตัดสินใจกำลังถูกครอบงำโดยคนอื่น

                มอบหมายงานให้รับผิดชอบ  เมื่อมีความเชื่อใจได้ว่าคนที่รับผิดชอบงานจะทำงานได้ดี  และเชื่อว่าพนักงานจะมุ่งมั่นทำให้สมกับที่ไว้วางใจ  

                ผู้นำควรเลือกรูปแบบการตัดสินใจที่เหมาะสม:  เช่น 

                   - ใช้อำนาจตัดสินใจ  ควรใช้เมื่อพนักงานไม่สามารถหาข้อมูลให้ได้  
                   - ตัดสินใจโดยการปรึกษา  เมื่อพนักงานเป็นผู้ให้ข้อมูล  แต่อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ผู้นำ 
                   - ตัดสินใจโดยกลุ่ม   ทำเมื่อกลุ่มเข้าประชุมร่วมกัน  ทุกคนในกลุ่มออกความเห็น  และเสนอทางเลือกตัดสินใจตามความเห็นของกลุ่ม  
                   - ตัดสินใจโดยการกระจายอำนาจ  คุณควรมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ และมีแนวทางการทำงานไว้แล้ว สามารถให้ผู้รับผิดชอบงานเป็นคนตัดสินใจเองได้ 
       
                ผู้นำต้องมีบทบาทในการนำการเปลี่ยนแปลง :

                 ในโอกาสที่จำเป็น องค์กรต้องเปลี่ยนแปลง  หรือนำสิ่งใหม่ๆเข้ามาในบริษัท   ถ้าผู้นำไม่ให้ความสำคัญ    ไม่รับฟัง  ให้พนักงานทำกันเอง   การเปลี่ยนแปลงก็เกิดได้ยาก  

                  ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์มองเห็นว่าเกิดประโยชน์เสียก่อน  จากนั้นจึงต้องพบปะพนักงาน   ให้ความสนใจความเห็นของพนักงาน   เปลี่ยนแปลงโดยมีความยืดหยุ่นบ้าง   แต่ต้องไม่แสร้งทำ  และพร้อมที่จะรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น 

                 ในกรณีเหล่านี้ถ้าพนักงานไม่เชื่อว่าผู้นำมีความห่วงใยเขาจริง  พนักงานจะไม่ให้ความร่วมมือกับการเปลี่ยนแปลง  ลังเลที่จะเดินตามวิสัยทัศน์ของผู้นำ

                  กลยุทธ์ผู้นำ ต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร :  เพื่อให้การเป็นผู้นำในองค์กรที่ใช้กลยุทธ์แบบองค์รวม  ผู้นำควรดำเนินการ ห้าประการคือ  โฟกัสที่ลูกค้า    บริหารงานตามกระบวนการที่วางไว้    ทำงานเป็นทีม     ส่งเสริมการสื่อสารระหว่างพนักงาน     ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล และ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุกๆการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง


            3.5. สิ่งที่ทำลายภาวะผู้นำ
                 คุณต้องระมัดระวังไม่ให้พฤติกรรมใดๆมาทำลายอำนาจ และความสง่างามของผู้นำ  เพราะอาจมีผลถึงความสำเร็จของงานที่รับผิดชอบ  หากเกิดสิ่งที่ทำลายภาวะผู้นำขึ้น   ผู้นำต้องแก้ไขปรับปรุงโดยเร็ว โดยคุณต้องหมั่นหาข้อมูลเพื่อประเมินสถานะของตัวคุณเองอยู่เสมอ  ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสิ่งที่ทำลายภาวะผู้นำ 

                 - ปล่อยให้คนในครอบครัว เช่นภรรยา  หรือลูก ญาติพี่น้อง ครอบงำอำนาจหน้าที่ของผู้นำ  
                 - นินทาพนักงานให้พนักงานคนอื่นฟัง  
                 - ใช้อำนาจเผด็จการ 
                 - ไม่ยืดหยุ่น ยึดมั่นในหลักเกณฑ์ เหนือเหตุผล  
                 - ระแวงพนักงานเพราะรู้สึกว่าขาดอำนาจ
                 - ขี้บ่น มีความรู้สึกเหมือนกับถูกรบกวน ไม่มีความสุข  
                 - ไม่มีความซื่อสัตย์   
                 - จู้จี้ คิดเล็กคิดน้อยกับพนักงาน
                 - ทำงานโดยนึกถึงงานด้านเดียว ไม่ให้ความสำคัญกับคน
                 - วางอำนาจบีบคั้นพนักงาน
                 - ไม่เปิดโอกาสให้คนในกลุ่มเสนอแนะข้อคิดเห็น
                 - ไม่ให้ข้อมูลหรือให้ความรู้ที่ควรให้แก่พนักงาน
                 - ใช้ความกลัวเป็นสิ่งกระตุ้น ขู่เข็ญให้พนักงานปฏิบัติตามมินั้นจะได้รับโทษหรือไม่ให้รางวัล
                 - ไม่ไว้วางใจลูกน้อง ไม่ให้อำนาจ  ไม่มอบงาน .


หากองค์กรใด ประสงค์จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถ เยี่ยมชม Website ได้ที่
website: http://www.imagepoolwise.com
tel: 02-967-0110-2
mobile: 08-1829-3648
email: contact@imagepoolwise.com

Download:12_20100829145411_53.pdf

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์