WOW! SERVICE : หน้าต่างปรับแสง (Dimmable Windows) มีส่วนทำให้ Boeing 787 Dreamliner เป็น Wow! Aircraft (17)
WOW! SERVICE : หน้าต่างปรับแสง (Dimmable Windows) มีส่วนทำให้ Boeing 787 Dreamliner เป็น Wow! Aircraft (17)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 26 มกราคม 2560 09:44
ISBN : -


WOW! SERVICE : หน้าต่างปรับแสง (Dimmable Windows) มีส่วนทำให้ Boeing 787 Dreamliner เป็น Wow! Aircraft (17)


บริษัทสร้างเครื่องบินโดยสารต่างก็คิดวิธีการปิดหน้าต่างเครื่องบินจากส่วนแผงควบคุมส่วนกลางมานานแล้ว แต่ก็คิดไม่ออก ปัญหานี้เป็นปัญหาที่คาเครื่องบินมารุ่นแล้วรุ่นเล่า
เมื่อเครื่องบินออกมาใหม่รุ่นหนึ่งพวกที่ทำงานบริการในเครื่องบินก็หวังว่าจะมีปรากฎการณ์แปลกใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้
แต่ก็เหลวทุกที...
สายการบินเถือว่าปัญหาการปิดหน้าต่างเครื่องบินโดยสารเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความพึงพอผู้โดยสารของตนโดยตรง เพราะด้วยเรื่องซึ่งเห็นว่าเล็กน้อยนี้ส่งผลให้ผู้โดยสารไม่พอใจพนักงานฯ ที่ไปขอให้ปิดหน้าต่างขณะที่ตนเองกำลังหลับสนิท หรือไม่ก็ผู้โดยสารที่โดนแสงแดดส่องเข้าหน้าหรือนอนไม่หลับลุกขึ้นไปวิวาทกับผู้โดยสารที่ไม่ยอมปิดหน้าต่าง
สายการบินที่มีความอ่อนไหวกับความรู้สึกผู้โดยสารเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ได้แจ้งปัญหานี้ไปยังผู้ผลิตเครื่องบินให้ทราบตลอดมา ทางสายการบินก็ทราบและให้ทาง R&D หาทางแก้ไขปัญหานี้ตลอดมาโดยมิได้เพิกเฉย
เพราะรู้ว่าอะไรที่ลูกค้าต้องการมากหรือต้องการอย่างยิ่ง ...หากทำได้จะกลายเป็นจุดขายทันที
และในที่สุดเครื่องบิน Boeing 787  Dreamliner เป็นเครื่องบินแบบแรกที่แก้ไขปัญหานี้ได้
Boeing 787  Dreamliner นำเรื่องนวัตกรรมของหน้าต่างมาเป็นจุดขายอย่างครึกโครม โดยเรียกระบบหน้าต่างของตนว่าเป็น Dimmable Windows กล่าวกันว่าระบบนี้เป็นระบบคล้ายกับ Smart Glass ที่บรรดารถ VIP ใช้อยู่
                  Dimmable Windows จะทำให้เครื่องบินไม่ต้องติดตั้งม่านหน้าต่างหรือแผ่นเลื่อนปิดหน้าต่างเพื่อกั้นแสงสว่างไม่ให้เข้ามาในเครื่องบินอย่างที่เครื่องบินทั่วไปกำลังใช้อยู่อีกต่อไป ถือว่า Boeing 787  Dreamliner เกิดมาพร้อมกับการทิ้งระบบการปิดหน้าต่างแบบเก่าให้เป็นตำนานไปทันที
            ก่อนอื่นขอเรียนว่าหน้าต่างห้องโดยสารของเครื่องบินไม่ได้ทำจากกระจก แต่เป็นวัสดุใส ทนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดีมาก และมีความเหนียวมาก  ไม่มีคำว่าแตกเด็ดขาด
เทคโนโลยีของ Dimmable Windows คือใช้แผ่นวัสดุใส 2 แผ่น ประกบแผ่น Gel ที่อยู่ตรงกลาง และแผ่น Gel ได้เชื่อมไปยังแผงควบคุมให้ Gel เกิดความใสหรือทึบได้
ด้วยเทคโนโลยีนี้เองทำให้หน้าต่างห้องโดยสารของเครื่องบิน Boeing 787  Dreamliner จึงไม่ต้องมีแผ่นเลื่อนปิดหน้าต่าง แต่จะใช้การกดสวิทซ์ควบคุมให้ Gel ที่ถูกแผ่นใสประกบอยู่ให้สว่างหรือมืดทึบแทน
นี่เป็นเรื่องที่ Wow! จริงๆ ค่ะ ท่านผู้อ่านขา
พวกพนักงานบริการบนเครื่องบินคงจะโล่งอก ไม่ต้องมากังวลใจในการพยายามข้ามผู้โดยสารที่นั่งหรือนอนอยู่ 3 ท่าน เพื่อเอื้อมเข้าไปปิดหน้าต่างอีกต่อไป
สวิทซ์ปิดหน้าต่างของ Boeing 787  Dreamliner ติดตั้งอยู่ที่ริมหน้าต่างให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างกดให้สว่างหรือมืดได้ หรือหากผู้โดยสารตรงริมหน้าต่างนอนหลับโดยทิ้งหน้าต่างให้ใสทำให้พระอาทิตย์ส่องแสงเข้ามาในห้องโดยสารสว่างโร่ พนักงานบริการฯ อาจใช้ปฏิบัติการผ่านทางแผงควบคุมส่วนกลางไปยังหน้าต่างบานใดๆ ในครื่องบินก็ได้
การปิดหน้าต่างในเครื่อบินทั้งลำในยุคต่อไปนี้ จะทำให้ง่ายราวกับร่ายมนตร์หรือเสกคาถา ไม่ต้องตระเวนไปขอให้ผู้โดยสารช่วยกันปิดเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
เรื่องหน้าต่างของ Boeing 787  Dreamliner ไม่ได้เก๋ไก๋เพียงแค่นั้นค่ะท่านผู้อ่านขา แต่ขอให้ทราบกันทั่วไปว่าขนาดหน้าต่างของ Boeing 787  Dreamliner มีขนาดใหญ่กว่าหน้าต่างของเครื่องบินโดยสารรุ่นที่เรากำลังใช้กันอยู่ถึง 60 % หรือใหญ่ขึ้นไปประมาณครึ่งเท่าของหน้าต่างเครื่องบินสมัยนี้เลยแหละค่ะ
ถามว่าเกิดอะไรขึ้น Boeing 787  Dreamliner จึงทำหน้าต่างเครื่องบินได้ใหญ่ขนาดนั้น ?
คำตอบก็คือวัสดุที่ใช้ทำลำตัว Boeing 787  Dreamliner เป็นวัสดุ Composite หรือวัสดุร่วม ซึ่งมีความแข็งแรงกว่าวัสดุซึ่งเคยใช้สร้างลำตัวเครื่องบินกันมา
ในตอนที่แล้วผู้เขียนได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุ Composite ว่ามีคุณสมบัติที่เบากว่าพวกอัลลอยด์มาก ทำให้ Boeing 787  Dreamliner มีน้ำหนักเบาซึ่งจะช่วยให้เครื่องบินใช้เชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนน้อยลง ในขณะเดียวกัน วัสดุ Composite ยังมีความแข็งแรงมาก ทำให้ลำตัว Boeing 787  Dreamliner มีความแข็งแรงกว่าเครื่องบินรุ่นที่พวกเรากำลังใช้งานกันอยู่
การเจาะผิวเครื่องบินเพื่อทำหน้าต่างนั้นโดยความเป็นจริงแล้วทำให้เครื่องบินต้องสูญเสียความแกร่งไป เมื่อวัสดุที่ใช้สร้างลำตัวเครื่องบินที่ผ่านมามีความแกร่งอยู่ในระดับหนึ่ง เขาไม่อาจสร้างขนาดหน้าต่างเครื่องบินให้ใหญ่กว่านั้นได้ เพราะจะทำให้ลำตัวเครื่องบินแตกด้วยแรงต่างๆ ที่มามีผลกับเครื่องบิน
การนำวัสดุ Composite มาสร้าง Boeing 787  Dreamliner ทำให้ลำตัวเครื่องบินแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา ทำให้สามารถสร้างหน้าต่างห้องโดยสารเครื่องบินให้ใหญ่กว่าเดิมได้ และในทางจิตวิทยาแล้วการเดินทางโดยเครื่องบินนั้นเป็นการที่ผู้โดยสารถูกบังคับให้อยู่ในภาวะอึดอัด การออกแบบหน้าต่างให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศที่รู้สึกอัดในห้องโดยสารได้อย่างมาก
สำหรับรูปโฉมของห้องโดยสารส่วนอื่นของ Boeing 787  Dreamliner ไม่ได้เปลี่ยนไปจาก Boeing 777  เท่าใดนัก โดยเฉพาะในเรื่องของเพดานห้องโดยสารนั้นถือว่า Boeing 777  ได้พัฒนาไปไกลพอสมควร ในการที่ใช้แนวคิดออกแบบให้ที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะถูกดึงขึ้นไปเก็บในระดับเพดาน ซึ่งช่วยให้ห้องโดยสารดูโล่ง คลายความอึดอัดไปได้มาก
สิ่งที่ทำให้แปลกตาอีกอย่างหนึ่งคือ Boeing 787  Dreamliner ได้พัฒนาการให้แสงและสีในห้องโดยสารต่อจาก Boeing 777    เพราะหลังจากที่ได้ติดตั้งการเปลี่ยนแสงและสีไฟในห้องโดยสารให้กับ Boeing 777  แล้ว ได้รับความชื่นชมและ Wow! กันอย่างมาก แต่ก็ทำได้จำกัดเพียงไม่กี่สี
Boeing 787  Dreamliner ได้พัฒนาเรื่องนี้ต่อไป โดยให้ระบบการเปลี่ยนสีไฟในห้องโดยสารได้สีมากขึ้น อาจเรียกได้ว่าครบทุกสีในสเป็คตรัมเลยทีเดียว
สำหรับบางคนซึ่งเป็นโรคที่อยู่ในที่แคบๆ ไม่ได้ ซึ่งในทางจิตวิทยาเรียกว่า stenophobia  ผู้เขียนคิดว่า Boeing 787  Dreamliner อาจทำให้ท่านเหล่านั้นเดินทางได้อย่างเป็นสุขและผ่อนคลายขึ้นได้มากขึ้น ในความเป็นจริงแล้วท่านที่มีความวิตกอย่างรุนแรงถึงขั้นที่เรียกว่า Phobia ยังมีอีกหลายอย่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าเห็นใจอย่างมาก ถ้าไม่จำเป็นแล้วพวกเขาจะไม่เดินทางด้วยเครื่องบินเด็ดขาด
เคยได้ยินลูกชายพูดให้ฟังว่า Dennis Bergkamp นักฟุตบอลอดีตศูนย์หน้าของทีม Arsenal กลัวการเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างยิ่ง ไปแข่งที่ไหนๆ เพื่อนๆ ในทีมนั่งเครื่องบิน แต่ Dennis Bergkamp ต้องนั่งรถยนต์ไปล่วงหน้าทุกที
คนที่วิตกกับการเดินทางด้วยเครื่องบินยังอาจมีอาการโรคกลัวเมฆ (Nephophobia), โรคกลัวความเร็ว (Tachophobia), โรคกลัวเทคโนโลยี (Technophobia) หรือโรคกลัวการบิน (Pteromerhanophobia)   
น่าเสียดายค่ะ หากการเป็นโรคที่มีอาการกลัวอย่างรุนแรงที่ว่ามาทำให้บางท่านไม่กล้าเดินทางกับ Boeing 787  Dreamliner
ซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นการขาดโอกาสอันงดงามของชีวิตไปเลยทีเดียว 

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์