Satirical Message : Satirical Cartoon…
Satirical Message : Satirical Cartoon…

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 02 พฤศจิกายน 2558 09:32
ISBN : -


Satirical Message : Satirical Cartoon…


การสร้างมหาวิหาร St.Peter ในต้น ศ. 16 ที่กรุงโรม ทางจิตวิทยาสังคมอาจมองได้ว่าเป็นการนำมาใช้ทำงานสื่อสารมวลชนในแนวทางของการชวนเชื่อ (Propaganda) เพื่อเรียกศรัทธาของคริสตจักร
            แรกทีเดียวนั้นสันตะปาปา Nicholas V ต้องการจะซ่อมวิหาร St.Peter ที่ถูกทิ้งให้ทรุดโทรมหลังจากสันตะปาปาก่อนหน้านั้นไ้ด้ย้ายจาก Vatican ไปพำนักที่เมือง Avigon ในฝรั่งเศสเสีย 118 ปี
            แต่สันตะปาปา Julius II องค์ถัดมาทรงคิดไปไกลกว่านั้น เพราะขณะนั้นได้เกิดยุคฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมขึ้นในคาบสมุทรอิตาลี เกิดรัฐที่มั่งคั่งอย่าง เช่นฟลอเร้นซ์ เวนิส มิลาน ต่างก็มีเมืองสวยงามน่าชม พระองค์ทรงเปลี่ยนจากการบูรณะวิหารเป็นการสร้างมหาวิหารให้ใหญ่กว่า Basilica of Maxentius อาคารมหึมาที่จักรพรรดิ Constantine เคยสร้างไว้ในกรุงโรม เมื่อราว 1200 ปีก่อนหน้านั้น
            พูดง่ายๆ ก็คือ... สร้างงานสถาปัตยกรรมให้ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเองค่ะ
            มหาวิหาร St.Peter เป็น Mega Project สร้างต่อเนื่องกันมาในยุคสันตะปาปาหลายองค์ ใช้เวลา 126 ปี หนึ่งในสถาปนิกเหล่านั้นคือ  Michelangelo
             ท่านผู้อ่านคะ... การที่คนมักพูดกันว่า Michelangelo เป็นผู้สร้างมหาวิหาร St.Peter ฟังแล้วเหมือนกับว่าเขาทำงานนี้อยู่คนเดียวนั้น
            ความจริงแล้วไม่ใช่ค่ะ...
            งานสำคัญในส่วนของ Michelangelo คือเป็นผู้สร้างโดมกลางมหาวิหารที่สถาปนิกคนก่อนปล่อยให้คาราคาซังไว้ และทำงานวาดภาพที่ผนังปูนเปียกบนเพดานห้องสวด Sistine ...ส่วนงานอื่นนั้นใช้ศิลปินอื่นค่ะ
            การสร้างมหาวิหาร St.Peter ให้เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ศาสนจักรต้องระดมทุนหลายวิธี และทำให้คริสตชนบางคนไม่เห็นด้วยกับวิธีการระดมทุน ส่งผลให้เกิดการแยกนิกายทาง      คริสตศาสนา
            ช่วงนั้นอาจจะเรียกว่าเป็นช่วงวิกฤตของศาสนจักรก็ได้  ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่เข้ามาทำให้การต่อต้านแพร่ขยายออกไปได้เร็วขึ้นนั้นคือก่อนหน้านั้นไม่กี่ปี Johannes Gutenberg ชาวเยอรมันได้คิดเทคโนโลยี “การพิมพ์” ขึ้นมาทำงานได้เป็นครั้งแรกในโลก ทำให้ช่วยเพิ่มพลังในการสื่อสารอย่างมาก
            เทคโนโลยีการพิมพ์ทำให้เกิดการพิมพ์ภาพล้อเลียนศาสนจักรในลักษณะ Sartirical Message ขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นการทำภาพล้อเลียนในสิ่งพิมพ์ได้กลายไปเรื่อยๆ เกิดการวาดภาพที่เร็วด่วนเพื่อนำเสนอ เอาแค่วาดภาพโครงเส้นที่สำคัญให้แสดงเรื่องราวได้ แล้วเรียกเทียบเคียงด้วยคำว่า Cartoon ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษา Latin ซึ่งใช้เรียกการวาดภาพร่างก่อนขึ้นรูปจริง
            Cartoon ถูกนำไปใช้ในงานการทำให้เป็นภาพเคลื่อนไหวในวิธีการของ Animation ใช้ในความบันเทิง การสาธิต การปลุกเร้า การแสดงทัศนคติ การสนับสนุนงานขาย ฯลฯ และในมิติหนึ่งได้กลายไปเป็น Satirical Cartoon คือใช้ล้อเลียน ซึ่งจะกินใจขนาดไหนก็อยู่ที่ฝีมือและความคิดของคนนำเสนอ
            การแสดงออกผ่าน Satirical Cartoon ก็สร้างเรื่องราวล้อเลียนสังคมที่สะใจ บางคนก็ชอบ แต่ก็ไปทำให้คนอีกส่วนหนึ่งไม่พอใจ
            กรณีที่เห็นได้ชัดคือ Satirical Cartoon ในหนังสือพิมพ์ Charlie Habdot ที่สร้างความเคียดแค้นให้กับคนกลุ่มหนึ่งทนไม่ไหวถึงกับเข้าไปกราดยิงคนในสำนักพิมพ์ตายไป 12 ศพ
            คนมองเหตุการณ์นี้เป็น 2 แนวคิด เถียงกันไปอย่างไรก็ไม่จบ แต่ที่ไม่จบจริงๆ นั้น เกิดความขัดแย้งไปซ่อนอยู่ในหลายมิติในวงกว้าง
            จึงขอให้สติกับคนทำงานการสื่อสารที่นำ Satirical Message ไปใช้ประโยชน์ว่า ...Satirical Message ดูเหมือนกับ ง่าย สนุก ขำ สะใจ แพร่หลายได้รวดเร็ว และ...เย้...
            แต่บางทีก็ขำไม่ออก ผู้เขียนทำงานในเรื่องการสื่อสารในภาวะวิกฤตซึ่งเป็นปลายเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหลายงาน บางงานนั้นยากและซับซ้อนมากสำหรับการตามแก้ไขหรือจะทำงานอื่นต่อ
            หากท่านเป็นนักสื่อสารมวลชนและตัดสินใจจะสื่อสารเรื่องใดในเชิง Satirical Message โปรดคิดให้ถี่ถ้วนค่ะ...

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์