Satirical Message : ในสื่อศิลปะสุดแสบ...
Satirical Message : ในสื่อศิลปะสุดแสบ...

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 12 พฤศจิกายน 2558 10:52
ISBN : -


Satirical Message : ในสื่อศิลปะสุดแสบ...


การทัวร์ไปหาร่องรอยของ Satirical Message ในสังคมยุโรป เราได้พบการสื่อสารนี้ผ่านทางพวกศิลปินชัดเจนมาก
            ในพัฒนาการของการสื่อสาร สมัยก่อนคนรู้หนังสือน้อย ภาพและงานก่อสร้างจากศิลปินได้กลายเป็นสื่อสำคัญ เพราะคนทุกระดับเข้าใจได้ง่าย            
            แม้แต่ที่บ้านเรา ร.1 ก็ทรงให้วาดเรื่องรามเกียรติ์ที่ผนังระเบียงวัดพระแก้วด้วยต้องการจะสอนคนให้รู้ถึงเรื่องกามกิเลสผ่านทางงานของศิลปิน
            และเพราะการสื่อสารด้วยภาพทำให้คนที่ไม่รู้หนังสือก็เข้าใจได้ วัดและวังทุกแห่งในโลกสมัยก่อนจึงต้องพึ่งและเอาใจพวกศิลปินกันสุดๆ ในยุโรปนั้นพวกศิลปินกลายเป็นซัมบาดี้ ไปไหนมาไหนมีแต่คนยกย่อง อยากยกลูกสาวให้ ผู้หญิงอยากไปแก้ผ้าให้วาดรูป ส่วนพวกศิลปินก็หวงวิชา จะถ่ายทอดวิทยาการให้กับลูกหลานและคนในเครือญาติเป็นหลัก ใครอยากไปฝึกวิชาถ้าไม่ถูกชะตากันจริงๆ ก็กลับบ้านไปได้เลย
            ส่วนคนที่ศิลปินรับเข้าไปเป็นลูกมือแล้วก็ต้องไปทำงานระดับล่างก่อน เช่น ขนหินจากเหมืองมาสตูดิโอ ลับสิ่ว ขึงผ้าใบ บดสี ต้มกาว ฯลฯ
            พวกศิลปินเวลาจะไปทำงานที่ไหน เช่นไปสร้างโบสถ์ก็จะขนทีมงานไปตั้งหมู่บ้านตาม Site งาน คนตามไปดูกันราวกับคณะละครสัตว์
            ทำให้ศิลปิน “เว่อ” หนักเข้าไปอีก
            เวลาเราไปเที่ยวตามวิหารใหญ่ๆ หลายแหล่งในยุโรป เราจะเห็นฤทธิ์ของพวกศิลปินซ่อนอยู่เสมอ ถ้าพวกศิลปินเกิดไม่สบอารมณ์กับใครในการทำงานละก็ คอยดูไว้เลยว่า ศิลปินมักไปแอบทำเป็น Satirical Message ไว้ตรงโน้นตรงนี้ ให้กลายเป็นตัวตลกขบขันหัวเราะกันไปทั้งชาติ
            ที่มหาวิหารหลายแห่งในยุโรป พวกศิลปินมักจะมีรูปแกะสลักหน้าคนๆ ในเชิงขบขันติดไว้ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง ที่หนักๆ หน่อยก็ไปทำให้เป็นหน้าตัว Gargoyle ติดอยู่กับรางสำหรับระบายน้ำฝนที่ลงมาจากหลังคา ซึ่งปรกติแล้วหน้าตัว Gargoyle เขาจะทำให้เป็นหน้าตัวที่หาไม่ได้ในโลก นอกจากเอาไว้คายน้ำแล้วยังไว้กันวิญญานชั่วร้ายเหาะมาเข้าวิหารทางหลังคาด้วย
            หน้าตัว Gargoyle บางตัวที่บางวัดนั้นคือใบหน้าจริงของคนบางคนในวันนั้น ซึ่งอาจจะเป็นหน้าบาทหลวงที่ชอบเบี้ยวเงินค่าจ้างพวกศิลปินที่มาสร้างวิหาร หรือเป็นพวกเดนสังคม พวกศิลปินโกรธใครก็เอาไปด่า โดยไปทำหน้าตัวชั่วร้ายแทรกไว้กับรูปปกติอื่น
            นี่แหละค่ะคือ Satirical Message ซึ่งกลายมาเป็นรูปแบบการสื่อสารที่พัฒนาชัดเจนขึ้นในงานของศิลปิน... 
            บางทีศิลปินก็สร้างงานเป็น Satirical Message อัดกันเอง เช่นหากใครไปเที่ยวที่ Piazza Navona กลางกรุงโรม จะเห็นรูปแกะสลักหินที่น้ำพุกลางลานในกลุ่ม The Fountain of The Four Rivers มีรูปสลักผู้ชายคนหนึ่งดึงผ้ามาปิดหน้าเหมือนกับไม่อยากมองภาพด้านหน้า อีกคนหนึ่งก็ทำเป็นคนยกมือขึ้นแสดงความกลัวเหมือนกับอาคารตรงข้ามจะพังมาทับ
             Giacomo Antonio Fancelli เป็นปฏิมากรที่สร้างงานชายดึงผ้าผิดหน้าจากงานต้นแบบของ Bernini เพื่อเหยียดหยันงานสถาปัตยกรรมอาคารที่อยู่เบื้องหน้า นั่นคือ Satirical Message เหมือนกับจะบอกว่า...
            “...งานสถาปัตยกรรมที่อยู่รายรอบรูปงานแกะสลักอันงดงามของข้าพเจ้า ล้วนแต่สร้างขึ้นมาได้ทุเรศสุดๆ ...ทุเรศจนไม่อยากมอง ...อย่าพังมาทับนะวุ้ย” แต่คนอีกกลุ่มก็ไม่เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น เพราะอาคารรอบๆ บางส่วนนั้นสร้างทีหลัง แต่เป็นไปได้ว่าเป็นการสร้างเหยียดหยันไว้ล่วงหน้า
            ตัวอย่าง Satirical Message กลางเมืองที่ว่ามานี้สร้างขึ้นมาราวสี่ร้อยปีก่อนบางชิ้นก็นานกว่านั้น และมันก็จะอยู่อย่างนั้นตลอดไป คนผ่านมากี่คนแล้วมายืนหัวเราะ และจะมีอีกกี่คนจะมาหัวเราะต่อไปอีก
            พวกศิลปินนำ Satirical Message มาไว้ในการสื่อสารผ่านงานของตนได้แสบทรวงจริงๆ
             และ Satirical Message ก็ทำงานในบางวัตถุประสงค์ได้ดีเชียวค่ะ..


Gargoyle Notre-Dame d'Amiens, France

 

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์