เกาหลี หรือ ญี่ปุ่น ?
เกาหลี หรือ ญี่ปุ่น ?

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 02 พฤศจิกายน 2558 09:17
ISBN : -


เกาหลี หรือ ญี่ปุ่น ?


เกาหลีทำ PR เก่งกว่าญี่ปุ่น  ....
     คนไปเกาหลีและญี่ปุ่นก็อดไม่ได้ที่จะนำ 2 ประเทศนี้มาเปรียบเทียบกัน และต่อมาก็กลายเป็นว่า มีกลุ่มคนชอบเกาหลีบ้าง กลุ่มคนชอบญี่ปุ่นบ้าง  
     หลัง ๆ มานี้ก็เกิดกระแสชอบเกาหลีกันขนานใหญ่ จนทำให้คนที่ชอบญี่ปุ่นรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรผิดจากชาวบ้านไปหรือเปล่า
     หากมองเชิงเปรียบเทียบระหว่างสินค้าเกาหลีกับญี่ปุ่นที่ผ่านมา จะเห็นว่าแรกทีเดียวสินค้าเกาหลีเดินตามรอยสินค้าญี่ปุ่นแบบวัดรอยเท้ากันมา
     สิ่งทอ เครื่องอุปรณ์ไฟฟ้า เครื่องสำอาง ศัลยกรรมความงาม รถยนตร์ บรรจุภัณฑ์สินค้า ฯลฯ ต่อมาก็รวมไปถึงนักร้อง
     นั่นเป็นความสำเร็จของญี่ปุ่นมาก่อนทั้งนั้น แต่ต่อมาพอเกาหลีก็ทำได้สำเร็จ บ้าง ความสำเร็จของเกาหลีก็กระหึ่มไปทั่วโลก และดูเหมือนจะดังกว่าความสำเร็จของญี่ปุ่น
     นั่นเป็นฝีมือของงาน PR ล้วน ๆ
     กระแสเกาหลีแรงไม่ตก นักท่องเที่ยวไทยรุ่นใหม่ที่ติดวัฒนธรรม K-Pop กลายเป็นคนเบิกทางที่ทำให้เห็นว่าอะไร ๆ ของเกาหลีนั้นดีล้ำเลิศ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวไทยอีกส่วนหนึ่งที่รสนิยมคลาสสิกจะไม่ชอบเกาหลีเอาเสียเลย
     บอกว่า... ไปครั้งเดียวเลิก คนเกาหลีไม่สุภาพ พูดจาไม่นุ่ม เดินกระแทก อาหารก็งั้น ๆ ข้างถนนยังมีคนขากถุย ฯลฯ
     เดาได้เลยว่านักท่องเที่ยวกลุ่มที่พูดอย่างนี้จะต้องชอบญี่ปุ่น เพราะลักษณะของญี่ปุ่นจะ อ่อนโยน เงียบ นิ่ง และขี้เกรงใจ ฯลฯ ซึ่งตรงข้ามกับเกาหลี
     แต่คนที่หยวน ๆ จะบอกว่า ... 2 ประเทศนี้ก็เหมือน ๆ กัน
     ไม่เหมือนกันค่ะ รากวัฒนธรรมที่สำคัญของ เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นวัฒนธรรมส่วนใหญ่ที่ร่วมรากมาจากจีน แต่เมื่อแยกกันอยู่คนละพื้นที่ก็กลายพันธุ์ไปคนละอย่าง
     เขียนตัวอักษรต่างกัน ใช้ตะเกียบคนละอย่างกัน วิธีกินอาหารก็ต่างกัน
     เกาหลีดั้งเดิมนั้นลำบากมาก ถูกจีนข่มเห็งมาช้านาน ญี่ปุ่นก็ล่องเรือมาจะกินแดนอยู่นานแล้ว ในที่สุดก็เข้ายึดไว้ช่วง ค.ศ. 1940-1945 ทิ้งวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้เจือปนอยู่ในวัฒนธรรมเกาหลีมากมาย ถ้าญี่ปุ่นชนะสงครามป่านนี้คงไม่มีวัฒนธรรม K-pop มากระโดดโลดเต้นและอาหารที่คนเกาหลีกินจะหายไปหลายอย่าง
     ญี่ปุ่นรุกเข้ามาในเกาหลีแล้วได้ทิ้งความเป็นญี่ปุ่นไว้ในเกาหลี
เยอะแยะ เกาหลีก็กล้ำกลืนเก็บความเป็นญี่ปุ่นไว้ แต่อยู่มาเกาหลีก็เห็นคุณค่าสิ่งที่ญี่ปุ่นทิ้งไว้นั้นดี แล้ววันหนึ่งวัฒนธรรมหลายอย่างของญี่ปุ่นกลายมาอยู่ในวัฒนธรรมเกาหลีไปแล้ว โดยเฉพาะวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นหลายชนิดได้มาตกอยู่บนโต๊ะอาหารของคนเกาหลี และบัดนี้ก็กลายเป็นอาหารเกาหลีไปอย่างถาวร
     “ทงคัทสึ” หรือหมูชุบเกล็ดขนมปังทอดของญี่ปุ่น ได้กลายไปเป็น “จินคัทสึ” ...ของเกาหลีที่มีวิธีการปรุงทำนองเดียวกัน
     “ซูชิ” หรือข้าวห่อด้วยแผ่นสาหร่ายของญี่ปุ่นโดยแท้ กลายมาเป็น “คิมบับ”
     “โอเด้ง” แปรรูปมาจากเนื้อปลาหรือเต้าหู้นำมา ต้ม ทอด ลวก หลากรูปของญี่ปุ่น ไว้กินยามว่าง เกาหลีนำมาปรุงอย่างเดียวกันแล้วเรียกว่า “โอเดงกุก”
     “เทมปุระ” ที่คนญี่ปุ่นนำกุ้งหรือผักมาชุบแป้งทอด เกาหลีก็ทำอย่างนั้นแหละแล้วเรียกเป็น “ทวิกิม”
     ฯลฯ
     เกาหลีแปลงอาหารในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาเป็นของตนเบ็ดเสร็จ
     ญี่ปุ่นนั้นเมื่อเข้ามายึดเกาหลีก็ได้นำวัฒนธรรมอาหารบางอย่างของเกาหลีกลับไปกินที่บ้านเหมือนกัน และซาอินิชิคือคนเกาหลีที่ตกค้างอยู่ในญี่ปุ่นก็ทำอาหารเกาหลีไปกินปนกับอาหารญี่ปุ่นทำให้คนญี่ปุ่นหันมากินจนชอบกันไปแล้วหลายอย่าง     ที่เห็นได้ชัดคือ... กิมจิ และ อาหารปิ้งย่าง 
     ในซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นมีกิมจิขายกันทั่วไป ส่วนเนื้อหมูและเนื้อวัวย่างนั้นว่าตามจริงแล้วเป็นวัฒนธรรมที่แปลก เพราะคนญี่ปุ่นดั้งเดิมนั้นชอบกินปลา และเริ่มหันมากินเนื้อจริง ๆ หล้งอเมริกาเอาเรือปืนมาบังคับให้เปิดประเทศ
     วัฒนธรรมกินเนื้อของเกาหลีเป็นตัวช่วยทำให้คนญี่ปุ่นหันมากินเนื้อกันมากขึ้น จากนั้นญี่ปุ่นก็บำรุงพันธุ์วัวพื้นบ้านของตนที่บรรพบุรุษใช้ทำไร่ทำนามาทำให้ได้เนื้อลายหินอ่อนที่นุ่มแทบละลายในปาก ขายกันในราคาที่แพงโหด
     ญี่ปุ่นโดนเกาหลีเอาวัฒนธรรมอาหารไปฟอกย้อมให้กลายเป็นอาหารเกาหลีหลายอย่าง ญี่ปุ่นได้วัฒนธรรมปิ้งย่างของเกาหลีกลับคืนมาทำ “ยากินิกุ” และทำได้อร่อยกว่าเกาหลีเสียอีก
     ถามว่าดังไหม ดังค่ะ... แต่ไม่ได้ดังเว่ออย่างที่เกาหลีทำ PR เพราะคงไม่ใช่นิสัยช่างคุย  ของดี... เดี๋ยวก็ถามหากันเอง
     แต่เกาหลีน่ะ... อาหารญี่ปุ่นที่ว่ามา ตอนนี้อยู่ในหนังสือ The Encyclopedia of Korean Culture หมดแล้ว เวลาเขียนก็ไม่ได้บอกเลยว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร หรือไปเอาของใครเขามา
      ซื้อมาเปิดอ่านไปอ่านมาก็งงกับเกาหลีมาก นึกถึงประเทศจะเอาต้มยำกุ้งของเราไปแบบเนียน ๆ ... ประมาณนั้นแหละค่ะ

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์