ICC : การคิดเชิงบวก
ICC : การคิดเชิงบวก

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 16:07
ISBN : -


ICC : การคิดเชิงบวก


คุณบุญเกียรติ CEO แห่งบริษัท ICC เป็นนักบริหารครบเครื่องที่นำบริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
     เมื่อผู้เขียนถามว่า เขามีวิธีคิดในการแก้ปัญหาที่เข้ามาทำธุรกิจอย่างไร
     เขาตอบด้วยบุคลิกของคนที่มีอารมณ์ดีว่า
     "ผมเป็นคนที่คิดอะไรเชิงบวก"
     ปัญหาในการทำงานนั้นเป็นธรรมชาติขององค์กร แต่ทุกปัญหาที่ปรากฏขึ้นผมไม่เคยกลัว ไม่เคยย่อท้อกับมัน
      ผมเติบโตมาจากบ้านที่เลี้ยงลูกอย่างมีวินัย หากใครได้อ่านในหนังสือที่ผมเขียนถึงประวัติส่วนตัวของผมตอนเด็กๆ จะเห็นว่าพ่อแม่ผมไม่เคยตามใจ
     "การคิดเชิงบวก" ทำให้ผมเป็นคนคิดอย่างมีระบบส่งผลไปถึงการมองการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และหาที่มาของปัญหาให้ได้ การเข้าไปแก้ได้ตรงจุด ทำให้ไม่สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
      "การคิดเชิงบวก" ทำให้ผมตระหนักว่า... การคิดแก้ปัญหาอาจจะไม่จบในการคิดหรือแก้ในครั้งเดียว
     "การคิดเชิงบวก" ทำให้บางครั้งผมก็ตั้งสมมติฐานใหม่เพื่อจัดการในการทำงาน เพราะในการแก้ปัญหาบางครั้งวิธีการแก้ไขซึ่งเราคิดว่า "ใช่" ในครั้งแรกแต่กลับเป็น "ไม่ใช่" …"การคิดเชิงบวก" จะทำให้หาทางออกที่เหมาะสมกับรูปแบบของแต่ละปัญหา นำเรากลับมาคิดใหม่ในการแก้ปัญหาอย่างเป็นเหตุเป็นผล และทำให้เราไม่ถลำไปกับการทำงานที่ผิดไปไกลออกไป
     "การคิดเชิงบวก" ทำให้ตัวเองไม่น้อยเนื้อต่ำใจ ไม่คิดว่าเสียหน้า หรือกลัวใครว่าโง่ (ข้อนี้ผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่งและยอมรับว่าสำคัญมากค่ะ)
      เมื่อตอนผมเริ่มเข้ามาทำงาน เข้ามาดูแลบริษัทใหม่ๆ พบกับปัญหาจากลูกค้าบางรายแจ้งกับบริษัทว่าส่งของไปให้ไม่ครบจำนวน ผมก็คิดวิธีการแก้ไปเป็นเรื่องใหญ่โต ผมมองกลับไปถึงการแก้ปัญหานั้นแล้วรู้สึกมันเชยมาก แต่ "การคิดเชิงบวก" ทำให้ผมรู้สึกว่าผมได้บทเรียนที่ดีมากไปใช้ในการพัฒนาวิธีคิดในการแก้ปัญหาและการทำงานอื่นในครั้งต่อๆ ไป
     ขอยกตัวอย่างหนึ่งให้ฟัง... ลูกค้าบางรายแจ้งกลับมาทางบริษัทว่าบริษัทส่งสินค้าไปให้ไม่ครบจำนวน แรกเริ่มทีเดียวผมก็มุ่งไปถึงการแก้ไขวิธีการบรรจุสินค้าโดยกำหนดให้มีคนเข้าไปเพิ่มในการตรวจนับสินค้าในการบรรจุเข้าหีบห่อ ให้คนบรรจุทุกคนและคนตรวจสอบเซ็นต์ชื่อหลังปิดหีบห่อไว้ที่หีบห่อหลังปิดเทป ซึ่งเท่ากับเป็นการไปเพิ่มขั้นตอนและกระบวนการทั้งการทำงานและการ Audit ซึ่งมีอยู่แล้วให้เพิ่มมากเข้าไปอีก
     วิธีการเช่นนี้ ขณะนั้นผมคิดว่า "ถูก" และ "ใช่" แต่ทำให้เพิ่มความยุ่งยากในทำงานให้เกิดขึ้นมากมาย แต่เมื่อผมใช้เวลาคิดในช่วงหนึ่งโดยอยู่ในพื้นฐานการใช้ "การคิดเชิงบวก" ผมคิดว่าต้องมีวิธีการแก้ปัญหานี้ที่ดีและง่ายกว่านี้
     "การคิดเชิงบวก" ทำให้ผมคิดออกทันทีว่า มันเป็นปัญหาที่สามารถแก้ได้ง่ายนิดเดียว โดยการใช้งานทางสถิติมาทำงานมันก็จบ เพราะเมื่อมามองทางสถิติจากรายงานเรื่องลูกค้าที่ได้รับของไม่ครบจำนวนแล้วก็พบว่ามีอยู่เพียงบางรายเท่านั้น และพบว่ามักเกิดขึ้นกับรายเดิมซ้ำอยู่เรื่อยๆ ….
     จนผมร้อง "อ๋อ" และก็มองภาพออกและเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น...
     แล้วเราก็เข้าไปแก้ปัญหากับลูกค้าเฉพาะรายได้ตรงตัว ไม่ต้องไปทำให้ระบบการทำงานของคนอีกหลายคนต้องปั่นป่วนกันไปหมด
     "การคิดเชิงบวก" ทำให้ผมดึงการทำงานที่พาเราหลงทางไปกลับมาในเส้นทางที่ถูกต้องของมัน อย่างเช่นในปัญหาที่เล่ามานี้ ทำให้เกิดการมองหาวิธีการแก้ปัญหาใหม่อย่างเป็นเหตุเป็นผล ถ้าเราเต้นไปตามรายงานจากลูกค้าโดยไม่มองหน้ามองหลัง เราคงเพ่งเล็งไปที่พนักงานทุจริตชนิดที่แทบไม่มองโลกอีกด้านไปเลย
     บทเรียนพวกนี้ทำให้ผมยังหัวเราะตัวเองถึงเคยคิดแก้ปัญหาที่มันเชยแหลก แต่ แล้ว "การคิดเชิงบวก" ทำให้ผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นมีค่าต่อความคิดในการทำงานครั้งต่อๆ ไปอย่างมาก และทำให้ไม่ดันทุรังทำอะไรออกไปไกลจนกู่ไม่กลับ
     "การคิดเชิงบวก" เริ่มจากการตั้งสติให้มั่นคงในการทำงาน แล้วเลือกทางแก้ที่ดีที่สุด นุ่มนวลที่สุด เสียเวลาน้อยที่สุด ยุ่งยากน้อยที่สุด ฯลฯ
     "การคิดเชิงบวก" ทำให้เราไม่ตีโพยตีพาย ไม่ไปโทษใครต่อใครให้เปรอะไปหมด หากจะโทษคนที่ผิดก็ต้องแน่ใจว่าคนนั้นผิดจริง อย่าไปโทษคนที่ทำให้คนที่ไม่ผิดต้องเสียอกเสียใจไปด้วย
     "การคิดเชิงบวก" ทำให้นักบริหารตระหนักว่า... ปัญหาเป็นธรรมชาติที่มาคู่กับการทำงาน การแก้ปัญหาจบไปได้ทุกครั้งจะช่วยให้การมองปัญหาครั้งต่อไปของเราจะฉลาดขึ้น และผิดพลาดยากขึ้น...

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์