ไหม …สร้างญี่ปุ่น (11)
ไหม …สร้างญี่ปุ่น (11)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 14:04
ISBN : -


ไหม …สร้างญี่ปุ่น (11)


การที่ดัชต์เข้าไปค้าขายในญี่ปุ่นนั้น ดัชต์วางตัวเหนือชั้นกว่าชาติอื่นมาก ดัชต์มุ่งหวังค้าขายเป็นหลักและอีกประการหนึ่งดัชต์เป็นโปรเตสแต้นท์ ไม่ได้เป็นคาธอลิกอย่างสเปนและโปรตุเกสและพยายามทำให้ตนเป็นประเทศที่ไม่ถูกครอบงำทางการเมืองจากสเปนและโปรตุเกสซึ่งเคยมีอิทธิพลทางการเมืองกับตนอยู่
            ดัชต์เล่นเกมส์ลับ... โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่สนับสนุนโชกุนอย่างใกล้ชิดเพื่อจัดการกับพวกมาค้าขายจากตะวันตกชาติอื่นโดยเฉพาะโปรตุเกส
            ดัชต์จัดหาอาวุธให้กับกองทัพของโชกุน ขอให้ญี่ปุ่นบอกมาอย่างเดียวว่าต้องการอะไร ไม่ว่าจะเป็นปืนผาหน้าไม้และดินดำ ...ดัชต์จัดให้หมด
            ดัชต์ไม่ถูกกับโปรตุเกสเนื่องจากแข่งขันการค้าและอีกหลายเรื่อง ดัชต์จึงเอาใจญี่ปุ่นและผสมโรงไปไล่ยึดเรือโปรตุเกสแถวสุมาตรามาส่งให้ญี่ปุ่นด้วย นี่เป็นเหตุผลใหญ่ที่หลังจากญี่ปุ่นกำราบพวกก่อความวุ่นวายเสร็จแล้ว ญี่ปุ่นปิดประตูประเทศไปราว 250 ปี ดัชต์จึงเป็นฝรั่งตะวันตกประเทศเดียวที่ค้าขายและเข้าประเทศญี่ปุ่นได้
            ญี่ปุ่นโอนท่าเรือของโปรตุเกสที่นางาซากิให้ดัชต์ใช้ การสนิทแนบแน่นกับญี่ปุ่นทำให้ญี่ปุ่นมีมรดกทางวัฒนธรรมของดัชท์ตกอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมากมาย 
            ไม่ว่าบ้านแบบดัชต์ ศิลปะดัชต์ หรือสะพานยกแบบดัชต์(เหมือนสะพานหันที่ ร.5 ทรงนำแบบจากชวามาสร้าง) คนญี่ปุ่นชอบอะไรที่เป็นดัชต์ๆ ค่ะ  เห็นไหมคะ... ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นจะเห็นมีแปลงปลูกทิวลิปแบบดัชต์และมีหมู่บ้านแบบดัชต์อยู่ด้วยตั้งหลายแห่ง
            ซึ่งอาจถือว่าเป็นวัฒนธรรมและเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับการที่ดัชต์นำ “ผ้าไหม” และสินค้าญี่ปุ่นไปขายในยุโรปก็ได้ค่ะ
            ดัชต์นำความเป็นญี่ปุ่นออกไปแพร่หลายในยุโรปหลายอย่างโดยเฉพาะ Japanese Arts
            ใน ศ. 18-19 นั้น แหล่งเพาะศิลปะญี่ปุ่นในยุโรปที่สำคัญคือดัชท์หรือ Holland นี่เอง
            คุณสามีเคยพาผู้เขียนไปดูงานวาดภาพของ Vincent van Gogh ที่พิพิธภัณฑ์ในเมือง Amsterdam ภาพเขียนหลายชิ้นที่เขาวาดเมื่อยังอยู่ใน Holland ก่อนจะไปฆ่าตัวตายในฝรั่งเศสเป็นภาพชีวิตคนในไร่มันฝรั่งสีดำๆ ทึมๆ เหมือนกับภาพพิมพ์หมึกแบบ Woodcut ของญี่ปุ่น ใช่เลย... นั่นคืออิทธิพลศิลปะที่ได้มาจากญี่ปุ่นค่ะ ...มันชัดเจนมาก
            ญี่ปุ่นปิดประเทศไม่ค้าขายกับชาติตะวันตกก็จริงแต่ก็ไม่ได้ปิดหูปิดตาหมด ญี่ปุ่นรู้ความเคลื่อนไหวภายนอกประเทศตลอดเวลา โดยเฉพาะจากพวกดัชต์ที่ไปซื้อ “ผ้าไหม” ญี่ปุ่นอยู่เรื่อยๆ ทำให้ญี่ปุ่นรู้ว่าจีนกำลังจะถูกอังกฤษกินเมือง
            250 ปี ที่เหมือนกับดัชต์เข้ามาผูกขาดการค้ากับญี่ปุ่น ทำให้ “ผ้าไหมญี่ปุ่น” กลายเป็นสินค้าติดตรึงอยู่ในความรู้สึกคนยุโรป “ผ้าไหมญี่ปุ่น” เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ได้ด้อยกว่าผ้าไหมจากจีนซึ่งเป็นตำนานแห่งผ้าไหม
            ก่อนที่จะเกิดโรงทอผ้าขึ้นมากมายขึ้นที่อังกฤษนั้น อังกฤษก็อยากจะเข้าไปเอาไหมดิบจากญี่ปุ่นออกมาขายแบบดัชท์บ้าง แต่ญี่ปุ่นก็ไม้ให้เข้าประเทศ
            หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมและเกิดโรงทอผ้ามากมายขึ้นที่เมืองแมนเชสเตอร์ในประเทศอังกฤษ อังกฤษก็มุ่งหน้าไปเอาไหมในจีนมาป้อนโรงงานอุตสาหกรรม แต่อังกฤษก็กลับเขวไปกับการหาประโยชน์ในเรื่องอื่น เช่นการไปเอาฝิ่นจากอินเดียเข้าไปขายในจีนเพื่อทำลายคนจีนแล้วจะยึดจีน
            อังกฤษไม่นึกว่า... สงครามฝิ่นที่คนก่อขึ้นในจีนกลับกลายไปทำลายพื้นที่ผลิตไหมในจีนที่ตนต้องการโดยตรง
            อีกหลายประเทศที่เข้าไปค้าขายในจีนต่างก็จะซื้อไหมจากจีน แต่ก็ไม่มีชาติใดที่ซื้อไหมจากจีนได้ไหมจำนวนที่มากๆ ได้เท่ากับที่ดัชต์ไปซื้อจากญี่ปุ่น ...เพราะดัชต์เหมือนกับเป็นคนผูกขาดไหมจากญี่ปุ่นอยู่เพียงรายเดียว

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์