ไหม …สร้างญี่ปุ่น (10)
ไหม …สร้างญี่ปุ่น (10)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 14:02
ISBN : -


ไหม …สร้างญี่ปุ่น (10)


เมื่อ Strenght ของดัชต์กับญี่ปุ่นมาเจอกันถูกที่ถูกเวลา สินค้าและวัฒนธรรมญี่ปุ่นก็ค่อยๆ เข้าไปอยู่ในจินตนาการของคนยุโรป     

    การมีสินค้าอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องมีการตลาดและการขายสนับสนุนด้วย

    ขณะนั้นในยุโรปก็มีการเลี้ยงไหมแต่ยังมีจำนวนน้อย พ่อค้าดัชต์สร้างคุณค่าให้ผ้าไหมญี่ปุ่นเป็นผ้าจากตะวันออกที่ดูดีมีราคาเป็นสินค้าในจินตนาการที่จะเติมเต็มให้กับชีวิต 

    ฝีมือทางการค้าของดัชต์นั้นต้องนับว่าเหนือชั้น ซึ่งรู้กันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการค้าของดัชต์ส่วนใหญ่เป็นยิวซึ่งอพยพไปจากการถูกฆ่าในสเปนประมาณ 100 ปีก่อนหน้านั้น

    ประเทศที่เข้าไปค้าขายในญี่ปุ่นในสมัยแรกก็มีตั้งหลายประเทศ แต่ประเทศไหนๆ ก็สู้ดัชต์ไม่ได้ อังกฤษเองก็เข้าไปค้าในญี่ปุ่นแต่ไม่ได้กำไรจึงหยุดค้ากับญี่ปุ่นไปเฉยๆ โปรตุเกสซื้อไหมดิบจากมาเก๊าไปให้ญี่ปุ่นแต่ก็ทำตลาดสุดท้ายสู้ดัชต์ไม่ได้ 

    ความสำเร็จของพวกค้าขายและล่าอาณานิคมเช่นพวกดัชต์นั้นว่าตามจริงแล้วไม่ได้ง่ายหรือหอมหวาน เพราะต้องจับตลาดลูกค้าที่มีฐานะให้ได้ เนื่องจากสินค้าจากการเดินเรือโดยทั่วไปยังอยู่ในระดับแพง เพราะมีค่าความเสี่ยงจากการเดินเรือซึ่งกองเรือแต่ละประเทศถือว่าเป็นต้นทุน แต่ดัชต์ประสบความสำเร็จในการจัดการเรื่องราคา

    กองเรือสินค้า East India ที่มาทางเอเชียและ West India ที่ไปทางอเมริกาของดัชต์เป็นที่เลื่องลือไปทั่วยุโรป เรือสินค้าดัชต์ต้องพบกับเหตุการณ์เรือ แตก จม ล่ม คนที่มากับเรือไม่ได้กลับบ้านประมาณครึ่ง ปัจจุบันมีพวกกู้เรืออยู่พวกหนึ่งที่ออกตามรอยเรือดัชต์ที่จมใต้ทะเล โดยเฉพาะในเส้นทาง Silk Route ทางทะเล พบซากเรือดัชต์แตกมีสมบัติค้างเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะในแถบทะเลจีนมีเรือดัชต์ล่มอยู่จำนวนมาก

    ดัชต์เป็นผู้สร้างแบรนด์ให้กับ “ผ้าไหมญี่ปุ่น” ขั้นแรกเริ่มในระดับนานาชาติตัวจริง เพราะเมื่อได้ผ้าไหมจากญี่ปุ่นไปแล้ว ก็ไปโฆษณาที่ยุโรปเพื่อขายสินค้าตัวเอง ซึ่งทำให้เกิดผล 2 ทางคือ

    1 ทำให้ผ้าไหมญี่ปุ่นที่ตนซื้อไปขายได้ราคาดี

    2 ทำให้ “ผ้าไหมญี่ปุ่น” กลายเป็นแบรนด์ที่เข้มแข็งขึ้นมา และกลายเป็นผ้าไหมในตำนานไม่ด้อยไปกว่าผ้าไหมจีน โดยญี่ปุ่นแทบไม่รู้เลยว่าห่างจากบ้านตนเองไปไกลที่ยุโรปนั้น ผ้าไหมของตนจี๊ดจ๊าดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ...ตนเองก้มหน้าก้มตาทอขายลูกเดียว

    การถ่ายเททางวัฒนธรรมระหว่างดัชต์กับญี่ปุ่นยังมีสิ่งตกค้างกันอยู่ใน 2 ประเทศหลายอย่าง 

    ดัชต์กับญี่ปุ่นมีคุณูปการต่อกันมาก ดัชต์เป็นประเทศที่ญี่ปุ่นให้ความเป็นพิเศษมาก ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่ดัชต์ไวต่อความผันผวนทางการเมืองในญี่ปุ่น ...ก็น่าจะเป็นกรณีศึกษาเหมือนกันนะคะ เพราะก่อนหน้านั้นโปรตุเกสเข้าไปค้าขายในญี่ปุ่น แต่ไปพยายามให้คนญี่ปุ่นเข้ารีต ไดเมียวหลายคนก็ยังหันไปเข้ารีต  กิจกรรมทางศาสนาคู่การเมืองและการค้าของโปรตุเกสทำให้คนญี่ปุนแตกแยกและเกิดความวุ่นวาย ที่ฟิลิปปินส์นั้นสเปนไล่โปรตุเกสออกแล้วนำศาสนาคริสต์เข้าไปกับการเมืองแล้วยึดประเทศ โปรตุเกสก็ตั้งเค้าว่าจะทำอย่างนั้นกับญี่ปุ่น

    ค.ศ. 1637 โชกุนมองถึงเรื่องความมั่นคงของประเทศ เพราะคนญี่ปุ่นหันไปเข้ารีตมากถึง 300,000 คน และคนคริสต์เริ่มก่อความขัดแย้งในประเทศ ปล่อยไว้จะเอาไม่อยู่ จึงสั่งจับคนคาธอลิกทั้งที่เป็นโปรตุเกสและญี่ปุ่นระดับหัวแถวมา...

    เผาทั้งเป็น ตัดคอ แขวนคอ ตรึงไม้กางเขน ตายไปหลายร้อย ทำให้ชาวคริสต์ญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งลงเรือหนีมาอยู่อยุธยาบ้านเรานี่แหละค่ะ

    แปลกนะคะ.. ใครบ้านแตกก็ชอบมาอยู่เมืองไทย ดูสิคะ ญวน เขมร ลาว จีน ม้ง มอญ... 

    เอาดิ... แม้แต่ญี่ปุ่นก็ยังมา เมืองไทยเรานี่ร่มเย็นจริงๆ  เรารักเมืองไทยกันให้มากๆ นะคะ

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์