ไหม …สร้างญี่ปุ่น (7)
ไหม …สร้างญี่ปุ่น (7)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 13:58
ISBN : -


ไหม …สร้างญี่ปุ่น (7)


1 ใน 5 คน ของนักเรียนที่ญี่ปุ่นส่งไปเรียนอังกฤษ เมื่อ ค.ศ. 1863 นั้นคือ อิโต ฮิโระบุมิ
            อิโต ฮิโระบุมิ ขณะที่ถูกส่งไปเรียนอังกฤษนั้นอายุ 22 ปี …เป็นคนหัวรุนแรงมากค่ะ
            1 ปีก่อนที่อิโต ฮิโระบุมิไปเรียนอังกฤษก็ได้อยู่ในขบวนการคนต่อต้านต่างชาติและร่วมเผาสถานกงสุลอังกฤษในญี่ปุ่น และก่อนหน้านั้นอีกก็เคยลอบสังหารคนญี่ปุ่นที่ตนไม่เห็นด้วยทางการเมือง
            กลับจากอังกฤษมาแล้วจักรพรรดิทรงเลือกให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรี คนแรกของญี่ปุ่นช่วง ค.ศ.1885 -1888 
            เขาเดินหน้าทำ Mission สร้างญี่ปุ่นให้เป็นไปตาม Vision ว่าต้องเป็น Rich Country & Strong Military จริงจัง ญี่ปุ่นต้องไม่ด้อยกว่าชาติตะวันตกในทุกๆ เรื่อง
            ถึงตอนนี้ต้องบอกว่า Mission ของญี่ปุ่นเดินหน้าชัดเจนอย่างยิ่ง
            อิโต ฮิโระบุมิ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต่อมาในวาระต่างกันอีก 3 สมัย มีนโยบายมุ่งมั่นที่จะรวมเกาหลี และญี่ปุ่นก็เริ่มเข้าสู่เหตุการณ์โลกที่มีบทบาทสำคัญอีกชาติหนึ่งทันที แต่ในวาระสุดท้ายเขาจบชีวิตโดยถูกคนเกาหลียิงตาย
            เมื่อเปรียบเทียบกับสยามแล้ว เหตุการณ์ทางการเมืองของสยามหลายด้านไปผูกอยู่กับอังกฤษและฝรั่งเศสที่รุกคืบเข้ามาจะแบ่งเฉือนแผ่นดินกัน และปัญหาใหญ่คือเรามีคนไม่พอใช้ในหลายเรื่อง
             การขาดบุคลากรทำให้สยามต้องจ้างผู้ชำนาญการจากหลายประเทศเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เพราะนักเรียนจากสยามซึ่งส่งไปเรียนยุโรปก็ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะจัดการปัญหาได้ทั้งหมด
            การจ้างฝรั่งเข้ามาทำงานโดยเฉพาะทางด้านการเมืองระหว่างประเทศหนักหนาสาหัสจริงๆ แต่ละคนค่าตัวแพงๆ ทั้งนั้น
            ฝรั่งที่จ้างมาหลายคนก็ได้ช่วยเราอย่างจริงจังจนได้รับการแต่งตั้งให้ได้รับบรรดาศักดิ์ถึงขั้นพระยาฯ เช่น
            พระยาชลยุทธโยธินผู้บัญชาการทหารเรือเป็นคนเดนมาร์ก เป็นผู้ออกแบบป้อมพระจุลฯ และเป็นคนยิงปืนใหญ่สู้กับฝรั่งเศสด้วยตัวเองในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 และท่านยังนำคนเดนมาร์กในสยามออกมาช่วยด้วย ...ใครไปโคเปนเฮเก้นแวะไปเคารพศพท่านบ้างนะคะ
            พระยากัลยาณไมตรี(คนที่ 2) คืออาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นทูตจากอเมริกาในสมัย ร. 6 หลังหมดหน้าที่แล้วสยามได้จ้างให้เจรจากับอังกฤษ ฝรั่งเศส และชาติอื่นทั้งหมดให้ยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตกับสยาม
            ท่านทำได้สำเร็จ...  สยามจึงขอบคุณและรำลึกถึงท่านด้วยการตั้งชื่อถนนสายที่แยกไปจากพระบรมมหาราชวังไปทางข้างกระทรวงกลาโหมไปถึงคลองหลอดราชบพิธให้เป็นเกียรติว่า “ถนนกัลยาณไมตรี” (ขอให้เครดิตไว้นิดหนึ่งว่าอเมริกาเป็นชาติแรกที่ยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตกับสยามตั้งแต่สมัย ร.5 ซึ่งก่อนประเทศใดๆ และตามมาด้วยญี่ปุ่นค่ะ)
            ส่วนญี่ปุ่นที่ถือว่า Restart พร้อมกับสยาม ถูกอเมริกาและอังกฤษเอาเปรียบอยู่มากในเบื้องต้น แต่ญี่ปุ่นก็เร่งสร้างคนและสร้างประเทศให้เจริญให้รับมือได้เร็วโดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจภาคเอกชน จากนั้นญี่ปุ่นก็เล่นบทรุกกลับฝรั่งทันที 
            ประมาณ 30 ปี หลังจากที่ญี่ปุ่นส่งนักเรียนไปเรียนยุโรปกลับญี่ปุ่น พอเข้าต้น ศ. 20 ญี่ปุ่นก็มีศักยภาพเกือบเท่าฝรั่งได้อย่างน่าทึ่ง ...เร็วมากค่ะ
            จากนั้นญี่ปุ่นรุกทุกด้าน รวมทั้งไปรุกพื้นที่ชาวบ้านใกล้เคียงด้วย
            ญี่ปุ่นเริ่มมองและทำอะไรหลายอย่างเป็นมุมกว้างออกไป โดยเฉพาะเรื่องของการเมืองและการแผ่อำนาจซึ่งก็เป็นไปตามวิสัยทัศน์ Rich Country & Strong Military เพื่อไม่ให้เสียเปรียบพวกฝรั่งอีก

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์