ไหม …สร้างญี่ปุ่น (6)
ไหม …สร้างญี่ปุ่น (6)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 13:57
ISBN : -


ไหม …สร้างญี่ปุ่น (6)


คนไทยมักนำช่วงที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนการปกครองจากสมัยโชกุนกลับไปสู่จักรพรรดิมาเปรียบเทียบกับสยามช่วงเริ่มสมัย ร.5 ว่า

    ทั้ง 2 ประเทศมีสถาพบ้านเมืองใกล้เคียงกัน แต่เวลาผ่านไปไม่เท่าไร ญี่ปุ่นก็ทิ้งเราไปแทบไม่เห็นหลัง

    ในทัศนของผู้เขียนเห็นว่า... ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งเป็นเพราะสยามขาดบุคลากรชำนาญการจำนวนมากค่ะ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาสยามจ้างผู้ชำนาญการมาทำงานสำคัญจนชิน เช่นจ้างคนจีนและแขกมาเดินเรือค้าขาย จ้างคนจีนมาดูแลผลประโยชน์ในหลายเรื่อง ฯลฯ นี่แหละค่ะคือผลของจ้างพวก Outsource สยามไม่ได้พัฒนาคนของตนเองให้มีศักยภาพไว้ทำงานเพียงพอ โดยเฉพาะด้านการเมือง การทูต และการค้า    

    ร.5 มีสายพระเนตรยาวไกลก็จริงแต่พระองค์ก็โดดเดี่ยวมาก และความมั่นคงของ ร.5 ในช่วงขึ้นครองราชย์นั้นอึมครึมอย่างยิ่ง และทรงประสบกับปัญหาเรื่องบุคลากรจริงๆ 

    การที่พระองค์ได้เสด็จลงเรือไปทอดพระเนตรความเปลี่ยนแปลงที่ประเทศอื่นด้วยพระองค์เอง ถือว่าได้เป็นการตัดสินพระทัยที่ท้าทายและกล้าหาญมาก ไม่มีกษัตริย์องค์ใดในย่านนี้ทรงคิดและทำอย่างนั้น อาจจะมีมหาราชาในอินเดียบางแคว้นเสด็จไปอังกฤษเช่นกัน แต่ความมุ่งหมายและภารกิจนั้นไม่เหมือนกันค่ะ

    ส่วนที่ญี่ปุ่นคนถูกโชกุนปิดหูปิดตามานาน และช่วงท้ายสมัยโชกุนเกิดความขัดแย้งมีความอัดอั้นมาก เมื่อเวลามาถึง... ก็โลดแล่นออกไปทันที ทำให้เกิดการ Restart Japan ลูกโซ่ของการเปลี่ยนแปลงกระจายคลุมไปทั้ง... การเมือง การทหาร  อุตสาหกรรม การค้า การทูต ฯลฯ 

    พวกเขาไม่รอให้เสียโอกาสแม้แต่น้อย แม้แต่ช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังนัวเนียก่อนจะเปลี่ยนการปกครองนั้น รัฐบาลทหารของโชกุนก็รีบเร่งที่จะตามฝรั่งให้ทันโดยการส่งนักเรียนไปเรียนที่ยุโรป 

    ซึ่งความจริงแล้วสยามได้ส่งนักเรียนไปเรียนที่อังกฤษและที่ฝรั่งเศส ในสมัยปลาย ร. 4 แล้วด้วยซ้ำ

    ญี่ปุ่นมองหาต้นแบบที่ยุโรปมาพัฒนาประเทศ และเห็นว่าประเทศที่ตนคุ้นเคยและไว้ใจที่สุดคือฮอลันดา ซึ่งชำนาญในการเดินเรือและการค้านาวีและเป็นประเทศตะวันตกประเทศเดียวที่ญี่ปุ่นยอมรับให้เข้ามาติดต่อได้ในช่วงที่ปิดประเทศ 200 กว่าปี 

    อีกประเทศที่ญี่ปุ่นเรียนรู้ได้ว่าเป็นประเทศที่นำหน้ากว่าใครในยุโรป โดยสามารถเปลี่ยนโลกให้ไปใช้เทคโนโลยีในทางอุตสาหกรรมก้าวหน้าก่อนใครคือ... อังกฤษ 

    8 ปี หลังจากอเมริกาและอังกฤษเข้ามาทำสัญญาการค้า ญี่ปุ่นก็ได้ส่งนักเรียนไปเรียนที่ยุโรป 

    ค.ศ. 1862 ญี่ปุ่นส่งนักเรียนไปเรียนที่ฮอลแลนด์เป็นรุ่นแรก 8 คน

    ค.ศ. 1863 ญี่ปุ่นส่งนักเรียนไปเรียนอังกฤษ 5 คน (1 ในนั้นคือ อิโต ฮิโระบุมิ ตอนไปอังกฤษอายุ 22 ปี …คนนี้หัวรุนแรงมากค่ะ เคยลอบสังหารคนญี่ปุ่นที่ตนไม่เห็นด้วยทางการเมือง และ 1 ปีก่อนหน้าไปเรียนที่อังกฤษก็ได้อยู่ในขบวนการคนต่อต้านต่างชาติและร่วมเผาสถานกงสุลอังกฤษในญี่ปุ่น …กลับจากอังกฤษมาแล้วจักรพรรดิทรงเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นคนแรก ค.ศ.1885 -1888 และได้เป็นในวาระต่างกันอีก 3 สมัย มีนโยบายมุ่งมั่นที่จะรวมเกาหลี และก็จบชีวิตโดยถูกคนเกาหลียิงตาย )  

    ค.ศ. 1864 หรืออีก 1 ปีถัดมาญี่ปุ่นส่งนักเรียนไปเรียนที่ประเทศอังกฤษอีก 16 คน

    ญี่ปุ่นส่งนักเรียนไปเรียนยุโรปในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับ ร. 5 ทรงส่งนักเรียนไปเรียนที่สิงคโปร์ อังกฤษ เยอรมันนี ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และรัสเชีย 

    ร.5 แห่งสยามทรงพยายามสร้างคนมาช่วยปรับปรุงประเทศเพื่อให้ทันฝรั่งและให้พ้นภัยจากชาติตะวันตก ฝรั่งเห็นสยามไม่พร้อมในหลายเรื่องก็รุกฆาต         เราไม่มีคนครอบคลุมพอไปแก้ปัญหาที่กำลังดาหน้าเข้ามา สยามต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อจ้างชาวตะวันตกมากกว่าร้อยคนทำงานระดับสูงติดต่อกับต่างประเทศเพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านต่างๆ ที่รุมเร้า

    แต่ละคนค่าตัวแพงๆ ทั้งนั้น หลายคนได้รับการแต่งตั้งให้ได้รับบรรดาศักดิ์ถึงขั้นพระยาฯ เช่น พระยาชลยุทธโยธินผู้บัญชาการทหารเรือเป็นคนเดนมาร์ก ที่ออกแบบป้อมพระจุลฯ และเป็นคนยิงปืนใหญ่สู้กับฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 (ท่านยังนำคนเดนมาร์กในสยามออกมาช่วยด้วย…ใครไปโคเป็นเฮเก้นแวะไปเคารพศพท่านบ้างนะคะ)

    สยามเล่นบทรับจากฝรั่งอุตลุต แต่ญี่ปุ่นพอตั้งตัวได้แล้วก็เล่นบทรุกฝรั่งทันที

    ประมาณ 30 ปี หลังจากนักเรียนนอกที่ส่งไปเรียนยุโรปกลับญี่ปุ่น พอเข้าต้น ศ. 20 ญี่ปุ่นก็มีศักยภาพเกือบเท่าฝรั่งได้อย่างน่าทึ่ง …เร็วมากๆ ค่ะ จากนั้นญี่ปุ่นรุกทุกด้าน …รวมทั้งไปรุกพื้นที่ชาวบ้านใกล้เคียงด้วย

    ในความสัมพันธ์กับสยามในสมัย ร.5 ญี่ปุ่นได้เดินหน้าวิถีทางการทูตทั้งด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจกับสยาม 

    โดยเฉพาะการที่สยามตกลงจ้างผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงไหมจากญี่ปุ่นเกือบ 10 คน มาเพื่อแนะนำให้เกิดอุตสาหกรรมไหมขึ้นในประเทศสยาม

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์