ไหม …สร้างญี่ปุ่น (4)
ไหม …สร้างญี่ปุ่น (4)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 13:53
ISBN : -


ไหม …สร้างญี่ปุ่น (4)


ไหม… สร้างญี่ปุ่น (4)

 

    การมาของ Mathew Perry ทำให้การบริหารประเทศของโชกุนปั่นป่วน

    Mathew Perry ทำงานทางจิตวิทยาเต็มรูปแบบ เรืออเมริกาทั้ง 4 ลำ ทาสีดำมะเมื่อมให้ดูน่าเกรงขาม คนญี่ปุ่นมองออกไปนอกฝั่งเห็นเรือสีดำ 4 ลำ จอดพ่นควันโขมงแล้วก็เกิดการพูดกันไปว่า... มันเหมือนมังกร 4 ตัวกำลังพ่นควัน

     ช่วงที่ Mathew Perry ขอเจรจากับญี่ปุ่น เรือสีดำ 4 ลำของอเมริกาก็ยิงปืนใหญ่ให้ญี่ปุ่นตกใจเล่นเป็นระยะๆ

    เมื่ออำลาญี่ปุ่น Mathew Perry ได้ขู่ญี่ปุ่นว่า จะกลับมาเอาคำตอบในปีหน้าด้วยเรือปืนมากกว่านี้เท่าตัว         

    เที่ยวนี้เอาเรือทาสีดำมะเมื่อมมา 4 ลำ ยังเล่นเอาญี่ปุ่นมึน ปีหน้าจะเอามา 8 ลำ ถ้าญี่ปุ่นไม่ยอมอาจโดนจัดเต็มแน่

    ก่อนอำลาจากอ่าวเอโดะ Mathew Perry ก็สั่งให้กองเรือสีดำของตนยิงปืนใหญ่ขู่ญี่ปุ่นหูดับตับไหม้

    เรื่องสงครามจิตวิทยา ….อเมริกาเก่งจริงๆ …ขอบอก

    ความจริงแล้วญี่ปุ่นนั้นก็มีปืนใหญ่ป้องกันตัวเองอยู่ที่ปากอ่าวเอโดะ ซึ่งเป็นอาวุธที่ได้เรียนรู้มาจากพวกตะวันตก แต่ก็ไม่ยิงใส่เรืออเมริกาสักนัดเดียว ญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีทำปืนอย่างยุโรปได้ เพราะได้ก้อปปี้มาจากปืนพวกโปรตุเกส สำหรับปืนประจำกายนั้นซามูไรญี่ปุ่นสมัยก่อนหน้านี้เทียบสัดส่วนกันแล้วมีใช้มากกว่าพวกทหารในยุโรปเสียอีก 

    เมื่อญี่ปุ่นไล่พวกโปรตุเกสออกนอกประเทศ ญี่ปุ่นก็เลิกใช้ปืนประจำกายกันหมด เพราะโชกุนสั่งให้หันมาใช้ดาบแทนปืนซึ่งถือว่าเป็นอาวุธที่มีเกียรติของเหล่าบูชิโด 

    คนญี่ปุ่นอยู่อย่างทรนงจริงๆ ค่ะ...

    การที่อเมริกาเข้ามาขอเจรจาให้เปิดประเทศและเหตุการณ์รายรอบญี่ปุ่นขณะนั้นทำให้ญี่ปุ่นต้องหันมาพิจารณานโยบายต่างประเทศของตนใหม่ แล้วพบว่าจักรวรดินิยมตะวันตกเข้ามาสั่นคลอนความมั่นคงในภูมิภาคนี้มากขึ้น ที่เห็นได้ชัดมีอยู่ 2 กรณีคือ

    1 อังกฤษเข้าไปทำให้จีนปั่นป่วนและพยายามจะเข้ามาติดต่อกับตน 

    2 รัสเซียสร้างทางรถไฟ Trans-Siberia มุ่งมายังฝั่งแปซิฟิก และเรือรบรัสเซียเข้ามาในพื้นที่ญี่ปุ่นแถวฮอกไกโด 

    ญี่ปุ่นต้องปรับเปลี่ยนท่าทีทางการเมืองเสียแล้ว ญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่...

    สิ่งที่เปลี่ยนแปลงทีไม่เคยทำมาก่อนคือ คณะรัฐบาลทหาร “บะกุฟุ” เห็นว่าเรื่องนี้ต้องกราบทูลให้จักรพรรดิทรงร่วมวินิจฉัยด้วย 

    ซึ่งที่ผ่านๆ มานั้นโชกุนและคณะ “บะกุฟุ” ไม่เคยทำ …และไม่เคยคิดจะทำ

    ปีต่อมา Mathew Perry เดินทางกลับมาญี่ปุ่นตามคำที่ได้กล่าวไว้ ญี่ปุ่นกับอเมริกาเปิดเจรจากันหลายสัปดาห์ แล้วก็บรรลุผล  

    อเมริกาและญี่ปุ่นได้เซ็นสัญญาร่วมกันเมื่อ 31 มี.ค. 1854

    ในเนื้อความหลักๆ นั้น ญี่ปุ่นจะเปิดท่าเรือให้อเมริกาใช้ 2 แห่งคือท่าเรือ ชิโมดะ ซึ่งก็อยู่นอกฝั่งอ่าวเอโดะหรืออ่าวโตเกียว และอีกแห่งหนึ่งคือ ท่าเรือ ฮะโกดาเตะ อยู่ตอนใต้ของเกาะฮอกไกโดซึ่งมีมีถ่านหินอยู่มากอเมริกาต้องการไว้เติมถ่านหินให้กับเรือ 

    ในสัญญานั้นญี่ปุ่นยังต้องช่วยพวกอเมริกันที่เรือแตก และยินยอมให้เรืออเมริกาเติมน้ำ อาหาร และซ่อมเรือที่ญี่ปุ่นได้ ฯลฯ 

    ในที่สุด Mathew Perry ก็ทำงานให้อเมริกาสำเร็จ ญี่ปุ่นยอมเปิดประเทศอีกครั้งหลังจากที่ปิดไป 200 กว่าปี

    ที่เขต คานะกะวะ ในเวิ้งอ่าวเอโดะ ได้มีพิธีการเปิดประเทศให้อเมริกาเข้ามีสัมพันธ์กับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ 

    ในปีเดียวกันนั้นอังกฤษก็ได้เข้ามาเซ็นสัญญามีสัมพันธ์กับญี่ปุ่น ปีถัดไปก็คือรัสเซีย และอีกปีถัดไปก็คือฝรั่งเศส 

    ญี่ปุ่นมีแขกมาขอเข้าบ้านต่อๆ กันชนิดที่หัวกระไดไม่แห้งเลย

    ญี่ปุ่นจึงสร้างท่าเรือขึ้นที่เขต คะนะกะวะ ไม่ไกลจากหมูบ้านชาวประมง อูรางะ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายมาเป็นท่าเรือแห่งแรกของญี่ปุ่นที่เปิดติดต่อกับโลกภายนอก และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 2 มิ.ย.1859

    ท่าเรือที่ คะนะกะวะ ได้กลายเป็นท่าเรือใหญ่ในเวลาต่อมาคือ 

    Yokohama…

    เป็นท่าเรือที่ญี่ปุ่นส่งสินค้าออกไปทั่วโลก 

    รวมทั้งสินค้าที่เรียกว่า... ไหม… และผ้าไหม

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์