ไหม …สร้างญี่ปุ่น (2)
ไหม …สร้างญี่ปุ่น (2)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 13:49
ISBN : -


ไหม …สร้างญี่ปุ่น (2)


อังกฤษเป็นคู่แข่ง(และคู่กัด)ทางการค้ากับดัตช์(เนเธอร์แลนด์)มาตลอดในสมัยล่าอาณานิคม 

    ดัตช์อยู่ที่ไหนในโลกอังกฤษอยู่นั่น แอฟริกาใต้ อเมริกา เอเชีย ฯลฯ         อังกฤษและดัตช์ชิงไหวชิงพริบและรบกันหลายแห่งในโลก  

    ในความขัดแย้งเพื่อแย่งชิงพื้นที่กับอังกฤษ ดัตช์เสียพื้นที่บางแห่งให้กับอังกฤษไปอย่างไม่น่าเชื่อ บางแห่งแลกกับอังกฤษแล้วดัตช์ก็เสียเปรียบ

    ทวีปออสเตรเลียดัตช์ก็มาพบและสำรวจก่อนอังกฤษด้วซ้ำ แต่ดัตช์มาเห็นฝั่งที่แห้งแล้งก็ไม่สนใจในที่สุดก็กลายเป็นของอังกฤษ

    ที่ดัตช์สูญเสียอย่างมากคือการเสีย New York ให้กับอังกฤษ 

    New York ของอังกฤษนั้นคือเมือง New Amsterdam ของดัตช์แท้ๆ 

    หากเราไป New York ทุกวันนี้จะเห็นชื่อถนนหลายสายยังเป็นภาษาดัตช์ มีร้านอาหารดัตช์รวมทั้งคำว่า Dutch Wife ซึ่งมีความหมายหลายอย่างนอกจากหมอนข้าง ฯลฯ

    ผู้เขียนเห็นว่า... ดัตช์นี่แหละค่ะคือตัวช่วยอีกตัวหนึ่งที่ทำให้พระอาทิตย์ไม่ลับฟ้าไปจากพื้นที่จักรวรรดิอังกฤษ แม้คนชอบพูดว่าเพราะดัตช์ดวงไม่ดี แต่ความผิดพลาดในการทำงานและการตัดสินใจของดัตช์บางครั้งเขาเรียกว่าเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ห่วยแตกที่สุดในประวัติศาสตร์ (The Worst Decisions in History) ทีเดียว

    การตัดสินใจผิดพลาดของดัตช์เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้จักรวรรดิอังกฤษได้ครอบครองพื้นที่ในโลกเพิ่มขึ้น 

    นี่เป็นความเก็บกดของดัตช์หรือเปล่าที่มาเอาคืนด้วยการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับทีมอัศวินเสื้อสีส้มในสนามฟุตบอลทุกวันนี้  อิอิ… 

    แต่ทว่า... มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด 

    การทำงานในรูปแบบของดัตช์ในบางเหตุการณ์บางพื้นที่กลับกลายเป็นผลดีกับดัตช์ เช่นการที่ดัตช์เข้าไปค้าขายที่ญี่ปุ่นโดยไม่ได้นำการเผยแพร่ศาสนาไปคริสต์ไปเป็นกิจกรรมร่วมอย่างโปรตุเกส ทำให้ดัตช์ไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องพวกนี้มากนัก ซึ่งก็ ถูกเรื่อง ถูกที่ ถูกเวลา เพราะญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่เชื่อในวิถีชีวิตของตนอย่างมั่นคง 

    ช่วงที่ญี่ปุ่นปิดประเทศเริ่มจาด .. 1603 อันเนื่องมาจากปัญหาความวุ่นวายที่สืบเนื่องมาจากพวกโปรตุเกส  ญี่ปุ่นอนุญาตให้ดัตช์และจีนเท่านั้นที่เข้าไปค้าขายกับตนได้  

    ชาติอื่นที่จะเข้าไปค้าขายกับญี่ปุ่นก็ต้องเสียเงินนายหน้าและใช้เรือดัตช์และจีน ดัตช์และจีนจึงหากินกับญี่ปุ่นอย่างมีความสุขอยู่ 200 กว่าปี

     ดัตช์ซื้อผ้าไหมจากญี่ปุ่นไปขายในยุโรปได้ราคาดี ทำให้อังกฤษอยากเข้าไปซื้อผ้าไหมในญี่ปุ่นบ้าง แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ให้เข้าประเทศ 

    อเมริกาต้องการมีความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นเพราะเห็นว่าญี่ปุ่นมีถ่านหินอยู่มากจึงต้องการมีท่าเรือที่ญี่ปุ่นไว้เติมถ่านหินให้เรือที่จะเดินทางไปกลับกับแคลิฟอร์เนีย และเป็นท่าเรือไว้สนับสนุนเรือทั้งเรือล่าปลาวาฬและเรืออื่นๆ ของตนที่เข้ามาวิ่งในย่านนี้

    ในเวลาก่อนหน้านั้น... เรือรบอเมริกันลำหนึ่งมาแตกในย่านนอกฝั่งญี่ปุ่น ทหารอเมริกันที่รอดชีวิตถูกกักตัวอยู่ที่ญี่ปุ่น อเมริกาก็ตั้งเป็นเหตุว่า จะนำคนญี่ปุ่นซึ่งเรือแตกเช่นกันซึ่งพวกตนช่วยไว้กลับไปแลกกับทหารของตน และจะนำคณะเผยแพร่ศาสนานิกายโปรเต้สแตนท์มาช่วยกิจกรรมสังคมในญี่ปุ่น โดยเห็นว่าคณะเผยแพร่ศาสนานิกายโปรเต้สแตนท์ต่างจากคณะคาทอลิกซึ่งพวกโปรตุเกสนำมาทำให้เกิดเหตุวุ่นวายในญี่ปุ่น และในการไปครั้งนี้ก็จะถวายพระราชสาส์นเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่าประเทศกับจักรพรรดิญี่ปุ่น

    .. 1853 อเมริกา ก็มาถึงอ่าวเอโดะ ด้วยเรือ 4 ลำ  

    แต่อเมริกาไม่รู้ว่าอำนาจของการปกครองของญี่ปุ่นที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่จักรพรรดิ....

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์