ไหม …สร้างญี่ปุ่น (1)
ไหม …สร้างญี่ปุ่น (1)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 13:48
ISBN : -


ไหม …สร้างญี่ปุ่น (1)


ข้ามมากว่า 1 ศตวรรษ หลังจากเกิดอุตสาหกรรมโรงงานผลิตผ้าที่ Manchester อังกฤษผู้ผลิตผ้าและนักค้าผ้ารายสำคัญกำลังมองข้ามปากีสถานและอินเดียไปหาวัตถุดิบใหม่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอซึ่งคุ้นชินกับการใช้ ฝ้าย ขนแกะ ลินิน…  
      อังกฤษรู้ว่าหากเดินทางเลย British India ไปถึงจีน ญี่ปุ่น …ที่นั่นมีวัตถุดิบอีกอย่างที่น่าสนใจคือ …ผ้าไหม ซึ่งเรือสินค้าบริษัทอีสท์อินเดียของดัตช์(เนเธอร์แลนด์)ไปขนมาขายที่ยุโรปจำนวนมาก 
      พื้นที่ทางตะวันออกของเอเชีย หมายถึงจีน ญี่ปุ่น เกาหลี … เป็นเขตผลิตผ้าที่สำคัญแห่งภาคพื้นทวีปนี้มานานกว่า 2000 ปีมาแล้ว 
      ถนนการค้าจากเมืองริมทะเลทราย Taklamakan ในจีนไปถึงเมืองคอนสแตนติโนเปิลริมฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียนทำให้พวกโรมันงงงวยกับผ้าชนิดหนึ่งที่ทำมาจาก “ไหม” โรมันส่งคนเดินทางย้อนรอยเส้นทางพวกพ่อค้าเข้ามาในเส้นทางสายนี้เพื่อจะหาพื้นที่ทำผ้าไหม แต่ก็ต้องกลับไปเพราะไม่สามารถหาต้นตอได้ เนื่องจากผ้าไหมได้ขายเปลี่ยนมือกันมาหลายทอด 
      ถนนสายนี้ไม่เคยมีชื่อว่า “Silk Road” หรือ “ถนนสายไหม” แต่ก็เพิ่งเรียกว่า “Silk Road”  
      Silk Road เป็นเส้นทางจากขอบทะเลเมดิเตอเรเนียนมาผ่านอัฟกานิสถานเข้าตอนบนของปากีสถานและข้ามเทือกเขา Karakoram เข้าไปในจีน ซึ่งผู้เขียนก็ได้เดินทางเข้าไปในบางช่วงของถนนสายไหมไปจนถึงรอยต่อของถนนสายนี้ตรงเส้นแบ่งพรมแดน ปากีสถาน - จีน ซึ่งเป็นพรมแดนที่สูงที่สุดในโลก      
      Silk Road ในปากีสถานและจีนเพิ่งถูกปรับปรุงใหม่ ส่วนหนึ่งมีชื่อว่าถนน KKH หรือ Karakoram Highway มันกำลังจะกลับมามีบทบาททาง Logistics ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจการค้าของจีนลงไปยังย่านทะเลอาหรับ ซึ่งผู้เขียนอาจนำมาจะเขียนในช่วงต่อๆ ไป 
      “ไหม” เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตผ้าในเอเชียตะวันออกนอกจากฝ้าย ซึ่งปลูกกันทั่วไปในจีนและญี่ปุ่น 
      ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรือสินค้าของดัตช์และเรือสินค้าของชาวโอกินาวาล่องมาซื้อสินค้าสำคัญอย่างหนึ่งจากอยุธยาประจำคือ “ไม้ฝาง” นำไปส่งขายในญี่ปุ่นบ้างในจีนบ้าง เพื่อนำไปขายต่อให้พวกทำสีผ้อมผ้าไหม “ไม้ฝาง” จะให้สีเหลืองอมส้มเป็นสีของเสื้อผ้าสำหรับพวกขุนนางและคนชั้นสูงในจีนและญี่ปุ่น  
      โชคดีว่า “ไม้ฝาง” ของเรามีเยอะจึงยังพอมีเหลือให้เห็นทุกวันนี้ แต่สินค้ายอดนิยมอีกอย่างที่ญี่ปุ่นต้องการอย่างมาก ทำให้คนสยามไล่ฆ่าเอาหนังขายญี่ปุ่นลดจำนวนลงไปตั้งแต่สมัยอยุธยาจนเพิ่งมาสูญพันธุ์นั้นคือ... เนื้อสมัน 
      ญี่ปุ่นก็ปิดประเทศไปตั้งแต่ ค.ศ. 1603 เพราะโปรตุเกสนำศาสนาคริสต์เข้าไปเผยแพร่ทำให้คนญี่ปุ่นส่วนหนึ่งหันมานับถือศาสนาคริสต์และคนที่นับถือศาสนาคริสต์ถูกข่มเหงจนเกิดการต่อสู้กันถึงขั้นจราจล 
      ญี่ปุ่นก็ขับพวกโปรตุเกสออกนอกประเทศยกเว้นพวกดัตช์กับจีน เพราะ 2 ชาตินี้ไม่สร้างความวุ่นวาย โดยเฉพาะดัตช์นั้นเป็นผู้ขายปืนให้ญี่ปุ่นและดัตช์ก็ไม่ถูกกับพวกโปรตุเกส   
      พวกดัตช์เป็นพ่อค้าไฮโซค่ะ...  
      ดัตช์ค้าแต่ของแพงๆ เช่น เครื่องเทศจากสุลาเวสี โดยเฉพาะลูกจันทน์เทศที่ดัตช์เอาไปทำให้คนยุโรปเชื่อว่ามีสรรพคุณเทียบเท่าไวอากร้า  
      ดัตช์ไม่ได้วิ่งเรือจากอัมสเตอร์ดัมมาค้าที่นางาซากิอย่างเดียว แต่ดัตช์ก็รับสินค้าจากท่าหนึ่งไปขายยังอีกท่าหนึ่งตั้งแต่แอฟริกาเรื่อยมาถึงญี่ปุ่นทั้งไปและกลับ 
       และการค้าอีกอย่างหนึ่งที่ทำกำไรให้พวกดัตช์มากคือการซื้อผ้าไหมจากญี่ปุ่นไปขายยุโรปค่ะ...

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์