PTTGC… ทำงานได้น่าทึ่ง แต่ทำไมกลายเป็นจำเลยของสังคม
PTTGC… ทำงานได้น่าทึ่ง แต่ทำไมกลายเป็นจำเลยของสังคม

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 30 ตุลาคม 2558 12:58
ISBN : -


PTTGC… ทำงานได้น่าทึ่ง แต่ทำไมกลายเป็นจำเลยของสังคม


วันที่ 27 กรกฎาคม PTTGC ติดต่อเครื่องบินจากสิงคโปร์เพื่อมาช่วยขจัดคราบน้ำมัน  
            วันที่ 28 กรกฎาคม เครื่องบินดังกล่าวบินขึ้นปฏิบัติการสำรวจและโปรยสารขจัดคราบน้ำมันในทะเล 
            จากนั้นมีการเฝ้าดูการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมันที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำในทะเลตลอดเวลา แต่ตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้นในขณะนั้นคือกระแสลมพัดแรงมาก ทุ่นที่กักล้อมคราบน้ำมันต้านไม่อยู่ ทำให้คราบน้ำมันเคลื่อนที่ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ในทิศทางที่เคลื่อนตัวนั้นน่าจะวิ่งเข้าหาฝั่งไปที่เพ จังหวัดระยอง 
            แต่กลับไปขึ้นที่... อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด 
            วันที่ 29 กรกฏาคม ตอนบ่าย  PTTGC ได้ย้ายศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉินจากโรงกลั่นไปตั้งที่ อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด อย่างเต็มรูปแบบ  
            PTTGC ต้องปรับแผนการจัดการในภาวะวิกฤติ (Crisis Management) ที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องใหม่ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมีใครคาดฝันว่าคราบน้ำมันเหล่านั้นจะถูกพัดไปถึงเกาะเสม็ดได้  
            ตอนนี้ Prepared Crisis/Emergency Management ได้เปลี่ยนรูปแบบไปเป็น Unprepared Crisis/Emergency Management  ไปแล้ว  
            มันกลายเป็นงานยากขึ้นไปอีกระดับทันที 
            เมื่อมาศึกษาในการจัดการกับวิกฤตนั้น ผู้เขียนเห็นว่าการปฏิบัติอย่างเอาเป็นเอาตายไม่ได้หลับไม่ได้นอน และความตั้งใจที่จะจัดการกับเหตุการณ์อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ  แต่ควรคำนึงถึงหลักการทำงานต่อไปนี้ 
            1. ต้องออกแบบการสื่อสารในภาวะวิกฤติล่วงหน้าอย่างเข้มข้นที่มีรายละเอียดในการทำงานชัดเจน ซึ่งหมายถึงการสื่อสารทั้งภายนอกและภายในองค์กร   
            Crisis Management ที่ยังไม่จบ คือการทำงานที่มีการปรับแผนการทำงานกันชั่วโมงต่อชั่วโมง ซึ่งรวมถึง Crisis Communications ทั้งภายนอกและภายในองค์กรที่ต้องปรับการทำงานให้สอดคล้องไปด้วย  การปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไม่มีความเคลื่อนไหวในการจัดการออกไปที่ชัดเจน จะยิ่งเร้าให้คนอยากรู้มากขึ้น และในกรณีนี้เพียงแค่เวลาข้ามคืน... ความสนใจเรื่องน้ำมันรั่วได้เพิ่มความสำคัญกลายเป็นเรื่องคนทั่วประเทศต้องการเสพตั้งแต่ตื่นนอนก่อนข่าวอื่นไปแล้ว          
            Crisis Communications มีตัวช่วยที่สำคัญคือการออกแบบแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤตในวงกว้างจนถึงขั้น End Game เอาไว้ และการอออกแบบโดยให้คิดถึงการทำงานระดับเลวร้ายสุดๆ หลายๆ อย่างล่วงหน้าไว้ให้มากๆ จะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ถึงไม่เกิดขึ้นอย่างนั้นแต่ก็ทำให้คนคิดเป็น 
            2.  ต้องตระหนักว่าในภาวะวิกฤตนั้นจะมีกลุ่มที่ต้องการรับข่าวสารจำเพาะอยู่หลายกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกองค์กร แต่ละกลุ่มนั้นอาจต้องการข่าวสารที่เป็นเนื้อหา (Contents) จำเพาะ การออกแบบข่าวสารที่เป็น Contents จำเพาะให้กับบางกลุ่มเป็นสิ่งจำเป็น 
            ในกรณีนี้เห็นได้ชัดว่า.... กลุ่มชุมชนที่อ่าวพร้าวก็ต้องการการสื่อสารที่มี Contents จำเพาะในปัญหาที่ตนเองได้รับ 
            3. Crisis Communications Management จะหวังพึ่งแต่คนในหน่วยงานที่ทำงานการสื่อสารเท่านั้นจะมีบุคลากรไม่พอ ในภาวะวิกฤตหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่อง Crisis Communications Management อาจต้องดึงคนจากหน่วยงานอื่นทั้งในและนอกองค์กรเข้ามาทำงานสมทบด้วย เรื่องนี้เป็น Mission ค่ะ ต้องชัดเจนอยู่ใน Crisis Communications Flow   ที่ออกแบบไว้ล่วงหน้าให้คนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบไว้ล่วงหน้า 
            4. ในภาวะวิกฤต... หน่วยงานที่รับผิดชอบ Crisis Communications จะต้องย้ายมารายงานโดยตรงกับ CEO  เพราะทุกข่าวสาร ทุกเนื้อหา ทุกความเคลื่อนไหว... CEO ต้องรับรู้ทันที 

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์