Zero error : “Cabin crew arm the door and cross check.”(ต่อ)  (11)
Zero error : “Cabin crew arm the door and cross check.”(ต่อ) (11)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 07 สิงหาคม 2560 16:30
ISBN : POSTTODAY


Zero error : “Cabin crew arm the door and cross check.”(ต่อ) (11)


ผู้เขียนขอเขียนเรื่องแนวคิดและการใช้ประตูเครื่องบินในมุมกว้างสักเล็กน้อย  หากเรามองลงไปในรายละเอียดแล้ว จะเห็นว่ากระบวนการสร้าง Zero Error ในการปฏิบัติการเกี่ยวกับประตูเครื่องบินทั้งในการออกแบบ และการใช้งานปกติกับการใช้งานในภาวะฉุกเฉินนั้นได้ซ่อนตรรกะไว้หลายเรื่อง ซึ่งท่านอาจจะนำไปประยุกต์หรือเป็นแนวคิดในการสร้าง Zero Error กับบางส่วนในองค์กรของท่านได้ค่ะ
ใครเพิ่งเริ่มอ่านตอนนี้ หากได้ย้อนไปอ่านตอนที่ผ่านมาเมื่ออังคารที่แล้วก็น่าจะได้เนื้อหาเต็มที่  มากกว่าอ่านตอนนี้ตอนเดียวค่ะ
และเมื่ออ่านจบเรื่องนี้แล้วอาจต้องกลับไปย้ายประตูหน้าต่างหรือเจาะประตูบ้านเพิ่มขึ้นหรือเปล่าก็สุดแท้แต่นะคะ…
ประตูเครื่องบินนั้นเป็นทางรอดของชีวิตของทุกคนที่อยู่ในเครื่องบินในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งหมายรวมทั้งพวกลูกเรือที่ปฏิบัติการบินและผู้โดยสาร
หากเราพิจารณาโครงสร้างของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นการดูจากภายนอกตัวเครื่องบิน หรือนั่งดูภายในเครื่องบิน เราจะเห็นว่าเครื่องบินแต่ละลำมีประตูอยู่มากมาย ทั้งด้านซ้ายด้านขวา
เครื่องบินลำใหญ่จุผู้โดยสารมาก ก็จะมีจำนวนประตูมากกว่าเครื่องบินลำเล็ก เครื่องบินที่มี 2 ชั้น อย่าง B747 และ A380 ยังมีประตูไว้ที่ชั้นบนทั้งด้านซ้ายและด้านขวาด้วย
ในการใช้งานปกติ เขาไม่ได้เปิดใช้ประตูทุกบานหรอกค่ะ
เขาจะเปิดประตูเพียง 1หรือ 2 ประตู ด้านซ้ายเครื่องบินเท่านั้น
ส่วนใหญ่จะเป็น 2 ประตูด้านหน้าซ้ายเครื่องบิน
แต่บางครั้งก็เปิด 1 ประตูด้านหน้าเครื่องบิน และ 1 ประตูท้ายด้านซ้ายของเครื่องบิน
ส่วนประตูทางด้านขวาของเครื่องบิน เขาจะใช้ในการนำอาหารขึ้นไปส่งให้ลูกเรือบริการผู้โดยสาร ซึ่งมักจะเป็น ประตู 1และประตู 2 ด้านขวา
เอ… แล้วประตูที่เหลืออยู่อีกมากมายเขาไว้ทำอะไรคะ?
เขามีไว้ให้ผู้โดยสารหนีออกจากเครื่องบินในกรณีฉุกเฉินค่ะ
การปฏิบัติการบิน นักบินต้องนำเครื่องบิน ขึ้นและลงให้ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งก็ถือว่าได้สร้าง Zero Error ทางการบินในเที่ยวบินนั้นๆ ได้แล้ว
แต่เรื่องอุบัติเหตุนั้นเป็นเรื่องที่ัเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา สมมติว่า อุปกรณ์บังคับการบินบางชิ้นไม่ตอบสนองต่อการบังคับเครื่องบินในช่วงวิ่งขึ้น นักบินตัดสินใจหยุดเครื่องบินในช่วงที่กำลังวิ่งขึ้นกระทันหัน ทำให้เครื่องบินไปหยุดอยู่นอกทางวิ่ง แล้วเกิดไฟไหม้เครื่องยนตร์ที่ปีกขวาของเครื่องบิน
ทำให้กัปตันสั่งให้ลูกเรืออพยพผู้โดยสารออกจากเครื่องบินทันที
ถึงตอนนั้นแหละค่ะ เราจะเห็นว่าทำไมเขาจึงติดตั้งประตูไว้มากมายที่เครื่องบิน
เมื่อ Zero Error เกี่ยวกับอุปกรณ์ในการวิ่งขึ้นล้มเหลว   เขาก็ต้องสร้าง Zero Error ในการอพยพผู้โดยสารออกจากเครื่องบิน ซึ่งก็หมายถึงประตูที่เหลืออยู่ต้องมีเพียงพอให้ผู้โดยสารอพยพออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัยเป็นประการแรก และระบบการจัดการให้ผู้โดยสารหนีออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัยเป็นประการต่อมา
ย้อนกลับไปเมื่อก่อนเครื่องบินจะถอยออกมาตั้งลำ ก่อนจะเคลื่อนตัวไปยังทางวิ่งได้นั้น   หลังจากลูกเรือได้ปิดประตูสุดท้ายของเครื่องบิน แล้วหัวหน้าลูกเรือหรือนักบินสั่งว่า
“Cabin crew arm the door and cross check.” 
ซึ่งหมายถึงให้ลูกเรือซึ่งรับผิดชอบแต่ละประตูติดไกการทำงานเข้าสู่การทำงานในระบบ Automatic และ Slide ที่แต่ละประตูให้พร้อมทำงานในเปิดประตูครื่องบินกรณีฉุกเฉิน
ในกรณีตัวอย่างข้างบนนี้ ประตูที่ได้ติดไกการทำงานหลังจากเปิดออกไปในระบบ Automatic และยังทำให้ Slide ซึ่งติดยู่ที่ประตูกางออก  
Slide รุ่นใหม่ ใช้เวลาเพียง 6 วินาที ก็จะพองลมเต็มพร้อมให้ผู้โดยสารกระโดดหนีออกจากเครื่องบิน
จากนั้นเราอาจจะได้ยินเสียงพนักงานซึ่งอยู่ที่ประตูตะโกนประโยคเหล่านี้
“Form one line.”
“Come this way.”
“Jump and slide, Jump and slide,
 Hurry…Jump, Jump,
 Jump and slide.”
ผู้โดยสารจะต้องรีบไปกระโดดหนีออกจากเครื่องบินที่ประตูซึ่งใช้งานได้ ออกไปให้เร็วที่สุด
ครูกิตติบอกว่าใครไปยืนลังเลอยู่ที่ประตูแล้วเกิดเปลี่ยนใจไม่อยากกระโดดไม่ได้นะคะ พนักงานจะดันเอวให้กระโดดลงไปค่ะ
คนที่กระโดดลงไปแล้วครูกิตติก็บอกว่าอย่าไปยืนอ้อยอิ่งรอเพื่อนที่ยังไม่กระโดดลงมาหรือยืนเสียดายกระเป๋าราคาแพงที่ยังอยู่บนเครื่องบิน
ท่านต้องวิ่งไปให้ไกลทางเหนือลมสัก 200 เมตรเป็นอย่างน้อย เพราะเป็นระยะห่างพอที่พ้นจากอันตรายจากชิ้นส่วนที่ลอยมาจากการระเบิดของเครื่องบินและปลอดภัยจากควันพิษจากการเผาไหม้ที่เครื่องบิน
ตรงนี้แหละค่ะเราจะมองกลับไป ตอนที่หลังจากลูกเรือสั่งปิดประตูแล้วเขาสั่งว่า
“Cabin crew arm the door and cross check.”
เนื้อความในคำสั่งหากพิจารณาแล้วมี Key Message อยู่ 2 ส่วน 
ส่วนแรกคือ “Arm the door”
และอีกส่วนนั้นคือ “Cross Check”
“Arm the door” ก็คือการติดไกทำงานให้กับ Slide พร้อมทำงาน
แล้วทำไมต้องมีคำว่า “Cross Check” อีกล่ะคะ
ที่มี “Cross Check” เพื่อให้เกิด Zero Error หรือเพื่อไม่ให้เกิดความบกพร่องในการติดไก Slide ให้กับประตูค่ะ
ลูกเรือซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่นั่งอยู่ติดกัน รวมทั้งลูกเรือซึ่งรับผิดชอบประตูฝั่งตรงข้ามต้องร่วมกันทำ Cross Check คือได้ร่วมกันเช็คด้วยว่า ลูกเรือที่รับผิดชอบประตูตรงข้ามได้ Arm หรือติดไกประตูให้พร้อมทำงานในกรณีฉุกเฉินแล้วยัง หากเขายังไม่ทำก็ถือเป็นความบกพร่อง(Error) เพื่อไม่ให้เกิดความบกพร่อง คนที่อยู่ประตูอีกฝั่งหนึ่งด้านตรงข้ามก็ต้องไปติดไกประตูให้ (เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมาก็อาจถูกหักเงินดือนด้วยกัน)
ทำอย่างนี้ก็เพื่อให้เกิด Zero Error ขึ้น
Cross Check ช่วยทำให้เกิด Zero Error ค่ะ
ที่ทำงานขององค์กรใดหากมีตรงจุดที่มีโอกาสพลาดหรือเกิดความบกพร่องทางสถิติที่สูงหรือเกิด Error บ่อยครั้ง
โดยเฉพาะเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง เราต้องไม่ปล่อยให้มีการทำงานเดี่ยวค่ะ
และในตรรกะการทำงานในเครื่องบินเขาจะออกแบบให้มีผู้ร่วมกันรับผิดชอบ 2 คนเป็นอย่างน้อย และมีระบบ Cross Check ควบคู่กันไปตลอด
แต่การให้คนร่วมรับผิดชอบกัน ก็ใช่ว่าจะทำให้เกิด Zero Error ได้ 100% ก็ยังมีโอกาสพลาดอยู่อีกค่ะ
เอ… ถ้างั้นจะทำไงคะ

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์