Zero error : Aristotle พูดถูกแค่ครึ่งเดียว... (5)
Zero error : Aristotle พูดถูกแค่ครึ่งเดียว... (5)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 07 สิงหาคม 2560 16:32
ISBN : POSTTODAY


Zero error : Aristotle พูดถูกแค่ครึ่งเดียว... (5)


(ผู้เขียนกลับมาจาก Brazil แล้วค่ะ ...แถมได้ข้ามแดนไปใน Argentina นิดหนึ่งด้วย ...ตะลึงกับศักยภาพของประเทศ Brazil มากค่ะ ..วันหลังจะนำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ)
เขียนเรื่องน้องยามและ Titanic คั่นไปพักหนึ่ง  ท่านผู้อ่านคงจำตอนที่ผู้เขียนอารัมภบทใน Zero Error (2) โดยยกคำกล่าวของ Aristotle ขึ้นมาว่า..
“มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผล… Men are Rational” 
แต่ปรัชญาสมัยหลังสมัยนโปเลียน นับตั้งแต่ยุค  Romanticism เป็นต้นมา แย้งว่าที่ Aristotle พูดไว้นั้นถูกไม่หมด หรืออาจผิดด้วยซ้ำ
ที่ถูกควรจะต้องพูดว่า... “มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผลและมีอารมณ์ /Men are Rational & Emotional” ต่างหาก
ใช่ค่ะ...
ยุโรปหลังความบ้าคลั่งของนโปเลียน ทำให้เกิดพวกรักชาติแบบ Romanticism ทั่วไปหมด ต่อมาศิลปินและนักเขียนแห่กันนำเอาคำว่า อารมณ์ / Emotional ไปทำงาน ...มนุษย์ยุคหลังจากนั้นถือว่า อารมณ์ / Emotional เป็นกลไกสำคัญและเป็นพลังของชีวิต
พวกนี้กลับไปมองว่า... แนวคิด “มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผล… Men are Rational” ของ Aristotle นั้นเคว้งคว้างเกินไป ...เมื่อนำมาปรุงแต่งให้คำจำกัดความเสียใหม่ว่า “Men are Rational & Emotional” ก็ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสนุกมีสีสันขึ้นอย่างประหลาด
หลังจากนั้นคนกลุ่มหนึ่งหันไปเน้นว่าจุดเริ่มของงานนั้นอยู่ที่ อารมณ์ / Emotionalการศึกษาของพวกนักจิตวิทยาก็มุ่งเน้นไปที่อารมณ์กันขนานใหญ่ และแล้วโลกของการทำงานก็เริ่มเปลี่ยนรูปแบบไป
Hitler นำคำว่า Emotional ไปทำงานได้ผลเหนือความคาดหมาย
Madonna นำ “อารมณ์” มาก่อรูปก่อร่างสร้างปรัชญาใหม่ให้กับ Material Girl หรือหญิงยุค Wannabe อย่างเธอให้ทะยานออกไปพ้นขอบโลกโดยไม่ต้องไปสนอกสนใจพระเถรเณรชีหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลมากมายนัก
Lady Gaga ถือว่า “อารมณ์” เพียงอย่างเดียว OK แล้ว ...อย่าไปพูดถึงเรื่อง “เหตุผล” มันเลย
ท่านผู้อ่านขา... ผู้เขียนได้เขียนส่วนนี้  เพื่อให้ผู้บริหารเห็นว่าบทบบาทและสีสันของคำว่า “อารมณ์” นั้น ...มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่พูดกันแค่ “สนุก” หรือ “เอามัน” แต่ “อารมณ์” เป็นเรื่องที่เปลี่ยนโลกได้ค่ะ
และที่สำคัญก็คือ “อารมณ์ / Emotional นี่แหละค่ะที่กลายมาเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลทำให้การทำงาน “Zero Error” มีปัญหา
เพราะเมื่อมนุษย์ทำอะไรที่มีเหตุผลแบบที่ Aristotle กล่าวไว้ หรือเป็นไปตามระเบียบกฎเกณฑ์ที่องค์กรวางไว้ ...การทำงานนั้นมักจะไม่ค่อย “ผิดพลาด” หรือ “หลุด” แต่เมื่อใดที่คนมาทำงานกันแบบ “สนุก” หรือ “เอามัน” ตาม “อารมณ์” หรือ “ตี้สท์ๆ” แบบพวก Romanticism ก็เตรียมหายาแก้ไมเกรนเตรียมรอไว้ได้เลย
ในร่างกายเรา... ตั้งแต่เช้ายันดึก ...ในแต่ละวันถูก “อารมณ์ /Emotional” เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต และไปส่งผลถึงการใช้ชีวิตและการตัดสินใจในการทำงานโดยตรงด้วย มันก็ไปควบคุมให้เกิดผลผลิตบวกหรือลบในแต่ละวันที่ไม่เท่ากัน 
นั่นสิคะ... ทำไมบางวันเราทำอะไรก็ดูดีไปหมด แต่บางวันทำอะไรแล้ว “หลุด” ไปหมดอยากกัดมือตัวเอง ...การทำงานที่ถูกและผิดในสัดส่วนที่ไม่คงที่นั้นส่วนหนึ่งมาจากตัวแปรในเรื่องของ “อารมณ์ /Emotional” นี่เองแหละค่ะ
ผู้เขียนมักเปรียบให้ฟังเสมอว่า ...คนเราไม่เหมือนตู้ ATM ค่ะ เพราะคนเวลาเราสั่งงานเปรียบเหมือนการกดเงิน  บางคนเรากดเบิกไป 100 แต่คนรับคำสั่งส่งมาให้ตั้ง 150 ในขณะที่บางคนเรากดเบิกไป  100  นอกจากไม่ได้ร้อยแต่ยังให้บัญชีตัวแดงติดลบอีก 200 แถมมาอีก
ในส่วนของนักบริหารนั้นเราต้องการงานที่ดี  เพื่อให้เกิดผลผลิตที่เป็น Zero Error ต้องการคุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐานให้กับลูกค้า วันไหนที่เรามีอารมณ์เป็นบวกนั้น วันนั้นเราจะทำงานไม่ค่อย “หลุด” หรือพลาด แต่ถ้าวันไหนเรามีอารมณ์เป็นลบ เช่นถูกภรรยาสวดมาตั้งแต่ออกจากบ้าน วันนั้นจะมีปัญหา   
ภรรยาที่ดีต้องหอมแก้มและให้ศีลให้พรสามีก่อนลงจากรถค่ะ ...ไม่ใช่สวดส่งสามีก่อนลงจากรถ
พนักงานในบางอาชีพนั้นเขากำหนดไว้เลยว่า  ถ้าอารมณ์เสียหรือเกิดมีอาการ Emotional ที่เข้าระดับ“เหวี่ยง” เขาห้ามทำงานในวันนั้นเด็ดขาด เช่นนักบิน หรือพนักงาน Customer Service  ...เพราะถ้า “เหวี่ยง” แล้วจะ “หลุด”
และถ้า “หลุด” ไปแล้วก็จะไปกันใหญ่...
Emotional เป็นสิ่งที่นักบริหารต้องการควบคุมให้ได้ ผู้บริหารต้องเป็นนายของอารมณ์ ไม่ใช่ให้อารมณ์เป็นนายของผู้บริหาร
หลักสูตร  MBA และปรัชญาตะวันตกเน้นให้ไปมองและควบคุมคนอื่น  แต่ปรัชญาชีวิตพื้นบ้านแบบตะวันออกนั้นเน้นให้มองและควบคุมตนเอง
มหาตมะคานธี ...พระทิเบต ... Zen ...ท่านพุทธทาส ...ท่านอาจารย์ ว. วชิรเมธี ฯลฯ เน้นให้คนมี “สติ” กลับกลายมาเป็นนายของอารมณ์ได้อีกครั้ง
หลังจากที่ตกเป็นทาสมันไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...
 Be Rational, but, not Emotional... นะคะท่านนักบริหารทั้งหลายขา
ขอให้โชคดีคร่า...

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์