Zero error : ปรัชญาการทำงานไม่ให้ผิด (1)
Zero error : ปรัชญาการทำงานไม่ให้ผิด (1)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 07 สิงหาคม 2560 16:28
ISBN : POSTTODAY


Zero error : ปรัชญาการทำงานไม่ให้ผิด (1)


Zero error
...ปรัชญาการทำงานไม่ให้ผิด (1)
หลังจากบทความ One Voice Message (3) ตอน Boomerang Effects นำเสนอออกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนได้ไปบรรยายและสอนหนังสือให้องค์กรมา 3 แห่ง
ผู้บริหารองค์กรใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งได้ร่วมสนทนาด้วยในช่วงรับประทานอาหารกลางวัน ได้พูดกับผู้เขียนว่า...
“ผมอ่านบทความที่อาจารย์เขียน ในPost Today เมื่อวันอังคารที่แล้ว อาจารย์ใช้ตรรกะว่าการทำงานต้องไม่ให้ผิดหรือต้องเป็น Zero Error นั้น อาจารย์ช่วยเขียนขยายความเรื่องการบริหารจัดการให้เป็น Zero Error ให้หน่อยเถอะครับ ผมจะรวบรวมไปให้ผู้บริหารส่วนอื่นๆ ในบริษัทได้นำไปศึกษาและนำมาเป็นแนวทางในการทำงานสำหรับทุกหน่วยงาน และผมจะเสนอให้เรื่อง Zero Error เข้าไปเป็นปรัขญาในการทำงานของพนักงานของบริษัทผมทั้งหมดด้วย”
อึ้งค่ะ... ผู้เขียนฟังแล้วก็ทั้งอึ้งและนิ่ง มีความรู้สึกเหมือนกับลมหนาวพัดวูบผ่านมาตอนหน้าร้อน แต่การได้ยินคำถามนี้ ...ก่อนอื่นผู้เขียนแอบอิ่มใจเล็กน้อย ที่ได้พบกับคนอ่านบทความตัวจริง ท่านหนึ่งแล้ว
ผู้เขียนขอเล่าย้อนกลับไปถึงการนำแนวคิด Zero Error มาผสมอยู่ในบทความที่ผ่านมาสักนิดก่อนว่า... แรกทีเดียวผู้เขียนหยิบเรื่อง Key Message ขึ้นมาเขียน โดยให้เป็นเรื่องต่อเนื่องไปยังเรื่อง One Voice Message ซึ่งสัมพันธ์กัน และในกระบวนการที่เคียงคู่ไปกับการสร้าง One Voice Message  คือการต้องบริหารจัดการการสื่อสารให้เป็น Zero Error
ซึ่งความจริงแล้วการบริหารจัดการให้เป็น Zero Error เป็นตรรกะใหญ่ในการบริหารจัดการที่แทรกอยู่ในกระบวนการบริหารจัดการทุกอย่าง เป็นเรื่องที่ผู้บริหารทุกคนต้องคำนึง เพื่อให้ได้ Maximum Output ทั้ง เชิงปริมาณและ เชิงคุณภาพ  
ผู้เขียนได้นำตรรกะและคิดหาวิธีทำให้เกิด  Zero Error ขึ้นใช้ด้วยตัวเอง เรียนถูกเรียนผิดและพัฒนามาด้วยตนเอง สร้างเป็นรูปแบบขึ้นมาใช้ในการบริหารงานของตนเอง เมื่อเห็นว่าดีก็นำคำนี้มาพูดคุยบ่อยๆ ในวงกว้างขึ้น
ที่ผ่านๆ มาปรัชญาการทำงาน Zero Error ของผู้เขียนนั้นเป็นแนวทางและเป็นสูตรการทำงานที่ตัวเองรู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะทำจนเป็นอัตโนมัติแต่ก็ไม่เคยเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือ เมื่อผู้บริหารท่านนี้ได้เกริ่นมาให้เขียน... ก็จะประมวลขึ้นมาเขียนต่อเนื่องให้อ่านกัน แต่ก็ขอออกตัวกันเสียก่อนว่าตัวแปรในงานแต่ละประเภทก็ไม่เหมือนกัน กรุณาอย่าทึกทักว่าทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นเรื่องตายตัว แต่ก็คิดว่าหากท่านพิจารณาและนำไปประยุกต์กับงานอื่นๆ ก็น่าจะใช้ได้
ในส่วนลึกๆ ในใจของผู้เขียนในระยะหลังมานี้ ผู้เขียนอยากจะช่วยชาติสักอย่างหนึ่ง เพราะผู้เขียนค่อนข้างจะรันทดใจเวลาไปไหนมาไหนในประเทศไทยแล้วเห็นองค์กรต่างๆ ขึ้นป้ายกันละลานตาว่ารับรองโดยมาตรฐาน ISO หรืออะไรทำนองนั้น  แต่พอไปเมืองนอก... เยอรมันนี ฝรั่งเศส เดนมาร์ก ฯลฯ ก็ไม่มีบริษัทใดขึ้นป้ายอวดกันให้เห็นกันสักกะหน่อย  คิดแล้วมันสะท้อนใจ...
บริษัทต่างๆ ที่ใหญ่ๆ มีทุนและมีความพร้อมก็นำมาตรฐานการทำงานของตนเองเข้าไปทำให้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานขององค์กรเหล่านั้น แล้วบริษัทเล็กๆ ที่เป็น SME มีนับแสนๆ รายซึ่งเป็นแกนเศรษฐกิจในประเทศไทยล่ะค่ะ  พวกเขาอาจไม่มีปัญญาหางบประมาณมาจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อให้บริษัทตัวเองผ่านมาตรฐานการทำงานเพื่อนำไปสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานต่างๆ อาจเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาสามารถสร้างมาตรฐานของตนเองในระดับสากลขึ้นมาได้ให้เป็นที่เชื่อถือได้ ไม่แพ้ใคร
ในใจลึกๆ ของผู้เขียนอยากเอาใจช่วยให้ธุรกิจของไทยให้ยืนหยัดได้อย่างผึ่งผาย อยากให้ตราสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยเป็นตรารับประกันที่ใครๆ ในโลกยอมรับและโหยหา
ปรัชญาการทำงาน Zero Error หรือการทำงานไม่ให้สะเพร่าหรือผิดในองค์กรเป็นจุดเริ่มที่สำคัญในการประกันผลผลิต เมื่อเราเขียนหรือตั้งมาตรฐานสินค้าหรือการผลิตใดๆ ขึ้นมาแล้ว หากทำไม่ให้เกิดความผิดพลาดก็จะเป็นการปูทางอันสำคัญที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายแล้วค่ะ
ในการสนทนาระหว่างมื้ออาหาร ผู้บริหารอาวุโสอีกท่านหนึ่งยิงคำถามตรงมายังผู้เขียนปิดท้ายคำถามหนึ่ง ...ซึ่งอาจถือว่าเป็น Key Message / Key Question เป็นคำถามประเภทที่อาจต้องม้วนเสื่อกลับบ้านเลยก็ได้ ...ท่านถามว่า
“การที่อาจารย์นำปรัชญา Zero Error เข้าไปใช้ในการทำงานแล้ว หมายความว่าการทำงานในหน่วยงานของอาจารย์พ้นจากภาวะการทำงานที่ผิดพลาดเลยใช่ไหมครับ“
นักบริหารตัวจริงต้องถามอย่างนี้ค่ะ ถูกต้องค่ะ...ถ้าผู้เขียนเป็นนักบริหารซึ่งนั่งร่วมอยู่ในโต๊ะรับประทานอาหารตอนนั้นก็คิดว่าจะต้องถามคำถามนี้ คือถามให้มันรู้เรื่องไปเลย เป็นคำถามประเภทถามตรง “ใช่หรือไม่ใช่”  เหมือนกับเป็นคำถามในตอนปิดการขายว่า “ซื้อหรือไม่ซื้อ” ทำนองนั้น
ผู้ขียนก็ตอบไปตรงๆ เหมือนกันว่า
“ปรัชญาการทำงาน Zero Error ของผู้เขียนไม่ได้ทำให้การทำงานพ้นจากความสะเพร่าหรือผิดพลาดไปได้ 100% ...แต่ปรัชญาการทำงาน Zero Error ทำให้การทำงานในองค์กรของผู้เขียนเกิดความสะเพร่าและผิดพลาดในเปอร์เซ็นต์ที่ใกล้ 0 ค่ะ ...ไม่มีการทำงานในงานใดๆ ที่ทำงานโดยมนุษย์ที่ไม่มีคำว่าผิดพลาด ถ้าเราไม่นำ ปรัชญาการทำงานให้เป็น Zero Error เพื่อไปสะกัดกั้นและยับยั้งมันไว้ รับรองว่าเละ หรือเละยิ่งกว่าเละค่ะ”
ผู้เขียนเรียนผู้บริหารท่านนั้นต่อไปว่า ...
“ผู้เขียนขอยกคำคมอยู่ชิ้นหนึ่งซึ่งก็จำไม่ได้เมือนกันว่าได้มาจากไหน แต่เป็นคำคมที่มีพลังและช่วยให้บุคคลากรมีจินตนาการและช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าและทำงานให้เป็น Zero Error ได้อย่างดี ท่านลองฟังดูนะคะ”
“หากเราปล่อยยานอวกาศไปยังดาวอังคาร ...แม้จะพลาดจากดาวอังคาร...มันก็ยังไปอยู่ในหมู่ดวงดารา”
ฟังเว่อๆ ตี้สท์ๆ ไปหน่อย แต่มีพลังและมีจินตนาการสุดๆ ผู้เขียนชอบคำคมประเภทนี้ค่ะ
ปรัชญาการทำงานให้เป็น Zero Error ก็เช่นเดียวกัน...  ปรัชญาการทำงานให้เป็น  Zero Error อาจไม่ได้ทำให้องค์กรพ้นจากความสะเพร่าหรือผิดพลาดไปได้ 100% ...แต่ปรัชญาการทำงาน Zero Error ทำให้การทำงานในองค์กรของผู้เขียนเกิดความสะเพร่าและผิดพลาดในเปอร์เซ็นต์ที่ใกล้ 0 ”
            ไม่ได้บังคับให้ใครเชื่อ ...แต่มันเป็นเรื่องจริงคร่า...
            (อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)
 

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์