ไปปากีสถาน (16) : สิ่งทอปากีสถาน …เรื่องของแขกขายผ้า (8)
ไปปากีสถาน (16) : สิ่งทอปากีสถาน …เรื่องของแขกขายผ้า (8)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 28 ตุลาคม 2558 17:59
ISBN : -


ไปปากีสถาน (16) : สิ่งทอปากีสถาน …เรื่องของแขกขายผ้า (8)


ใน 3-4 ช่วงอายุคนมานี้ คนปากีสถาน(รวมทั้งอินเดีย) ส่วนหนึ่งเกิดมาคู่กับ... ฝ้าย การทอผ้า การผลิตผ้า และการขายผ้า... อันเกี่ยวเนื่องการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ Manchester และอุตสาหกรรมผ้าของอังกฤษ 
      ทักษะทั้งหมดในวงจรของการค้า “ผ้า” ได้ซึมลึกเข้ามาอยู่ใน DNA และจิตวิญญาณของคนทั้ง 2 ประเทศนี้อย่างติดแน่นแล้ว 
      เมื่อคนทั้ง 2 ประเทศนี้ได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปเริ่มต้นโอกาสในชีวิตใหม่ในพื้นที่หลายแห่งในโลก คนอินเดียและปากีสถานมากมายได้ไปเปิดร้านขายผ้า ซึ่งเป็นธุรกิจแรกๆ ที่พวกเขาทำอย่างเชื่อมันและมีกำไร  
      ท่านผู้อ่านคะ... ก่อนที่ผู้เขียนจะเขียนต่อไป ผู้เขียนขอวกกลับไปเขียนเรื่องหนึ่งซึ่งอยากจะเขียนและเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในสมัยที่ British India เข้าไปวุ่นๆ อยู่กับการปลูกผ้ายส่งกลับไปทอที่อังกฤษนั้น อังกฤษก็ได้หาประโยชน์ในอินเดียอีกมากมายหลายเรื่อง 
      อังกฤษที่เข้ามาเพื่อหาประโยชน์จากพื้นที่ในอินเดีย เช่น นำเพชรพลอยจากอินเดียกลับบ้าน นำคนอินเดียไปรบกับพวกซูลูในอัฟริกาใต้  เอาคนอินเดียมาใช้เป็นทาสกรีดยางในมลายู ฯลฯ 
ในบางแง่มุมนั้นช่างโหดร้ายและน่าชิงชังแต่บางอย่างที่ส่งผลต่อมาได้กลายเป็นการสร้างศักยภาพอย่างเข้มเแข็งในหลายด้านให้กับประเทศอินเดีย ในบางมุมเล็กๆ เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนขอเล่าไว้ในฐานะที่เป็นผู้หญิงหัวอกเดียวกับผู้หญิงใน British India คือการช่วยเลิกประเพณี “สัตตี” ซึ่งภรรยาของคนฮินดูที่ต้องเผาตัวเองตายตามสามีในกรณีที่สามีตายลงก่อน 
      การกระโดดเข้ากองไฟเพื่อเผาตัวเองนั้นบางคนก็ไม่อยากตายหรอกค่ะและบางคนก็กลัว ความจริงการที่สามีตายลงก่อนก็เป็นชีวิตที่แย่อยู่แล้ว  คือต้องโกนหัว นุ่งห่มขาว ใช้ชีวิตอย่างวิเวก ฯลฯ 
      หญิงหม้ายคนหนึ่งได้กระโดดเข้าไปในกองไฟตอนเผาสามีแล้วกลายเป็นที่ร่ำลือเชิดชูยกย่อง จนทำให้หญิงหม้ายรายต่อไปกลัวจะน้อยหน้า ก็กระโดดเข้ากองไฟตามบ้าง ต่อมาก็กลายเป็นการกระทำภาคบังคับทางสังคม  
      ผู้หญิงฮินดูจึงกลายเป็นฟืนเผาสามีไปนับล้านคนมาประมาณ …1500  ปี 
      ผู้หญิงบางคนไม่อยากตาย ก็ต้องกินเหล้าให้เมาแล้วให้คนช่วยผลักเข้ากองไฟ คนที่ยืนข้างกองไฟช่วยกันเอาไม้ตีให้เธอตายก่อนถูกไฟไหม้ซึ่งจะทรมาณน้อยกว่าถูกไฟไหม้ตาย 
      หญิงหม้ายบางคนที่หนีก็ถูกนำมามัดกับศพแล้วเผาพร้อมกัน ฯลฯ 
      ค.ศ. 1827 Lord Bentinck ข้าหลวงที่เข้ามาดูแล British India ทนไม่ได้ …จึงสั่งเลิกพิธี “สัตตี” เด็ดขาด 
      เรื่องอย่างนี้ต้องยอมรับว่าคนใน British India ก็ได้รับอานิสงฆ์จากอังกฤษมาก ซึ่งก็นอกเหนือจากเข้ามาช่วยปูทางให้อินเดียกลายเป็นแหล่งผลิตผ้าและนักค้าผ้าที่สำคัญของโลกแล้ว... 
      หลายประเทศที่เห็นว่าการค้าผ้าไม่มีวันที่จะอับจน เพราะมนุษย์ต้องการใช้ผ้านอกจากไว้ปกปิดร่างกายเพื่อความอบอุ่นแล้ว ผ้ายังมีบทบาทอีกมากมาย ลองดูรอบๆ สิคะ... ผ้าม่าน ผ้าคลุมเตียง ผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดมือ ฯลฯ 
      หันไปทางไหนบ้างค่ะที่เราไม่เห็น “ผ้า” 
      เมื่อ Homo Sapiens เดินทางออกจากทวีปแอฟริกาไปหาแหล่งอาหารและที่อยู่ใหม่เข้าไปในยุโรป พวกเขาได้ทิ้งร่องรอยของเครื่องมือที่การทอผ้าที่เก่าแก่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็คไว้ตั้งแต่ 27,000 ปี ที่แล้ว  
      การทอผ้าคือเทคโนโลยีต้นๆ ที่มนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ค้นพบหลังจากการทำที่พัก อุปกรณ์ล่าสัตว์ และอุปกรณ์หาอาหาร  
      “ผ้า” ไม่ใช่อาหาร แต่มนุษย์ก็ขาดผ้าไม่ได้ หลายประเทศได้พัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอตาม Manchester และกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหากรรมการทอในเวลาต่อมา เยอรมันนี อิตาลี อินเดีย ปากีสถาน ญี่ปุ่น จีน… 
       “ผ้า” จะเป็นสินค้าคู่โลกที่สำคัญตลอดไป

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์