ไปปากีสถาน (11) :สิ่งทอปากีสถาน …เรื่องของแขกขายผ้า (3)
ไปปากีสถาน (11) :สิ่งทอปากีสถาน …เรื่องของแขกขายผ้า (3)

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 28 ตุลาคม 2558 17:49
ISBN : -


ไปปากีสถาน (11) :สิ่งทอปากีสถาน …เรื่องของแขกขายผ้า (3)


“ผ้า” ที่ผลิตจากโรงงานที่แมนเชสเตอร์เป็นสินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรมอย่างแรกของอังกฤษที่ส่งออกขายต่างประเทศ 
      แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มากอีกอย่างหนึ่งของโลกที่ต่อเนื่องมาจากอุตสาหกรรมการผลิตผ้าของอังกฤษคือการเปลี่ยนแปลงทางสังคม  
      ซึ่งนำไปสู่การเกิดระบบเศรษฐกิจและการเมืองในโลกใหม่ ทำให้โลกปั่นป่วนเป็นการใหญ่ในเวลาต่อมา 
      เมื่อฝ้ายที่ปลูกจาก British India ในขณะนั้น... คือปากีสถานและอินเดียในปัจจุบันนี้ ได้ถูกล่องเรือมายังแมนเชสเตอร์ได้กลายเป็นวัตถุดิบมาเพิ่มสัดส่วนแทนขนแกะ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่แมนเชสเตอร์เคยทอกันตามบ้านแล้วส่งออกขายในยุโรปไม่น้อยกว่า 200 ปีก่อนหน้านั้น  
      การนำเข้าฝ้ายจาก British India ในระยะแรกถูกต่อต้านจากพวกเลี้ยงแกะในอังกฤษ เพราะทำให้รายได้จากการขายขนแกะของพวกนั้นลดวูบลง สภาต้องออกกฎหมายคุ้มครองปริมาณนำฝ้ายจาก British India อยู่ตั้ง 30 ปี แต่หลังจากตลาดต่างประเทศโตมากขึ้นกฎหมายนี้ก็ยกเลิกไป 
      ฝ้ายจาก British India ทำให้โรงงานปั่นด้ายและทอผ้าในแมนเชสเตอร์เพิ่มขึ้นมากมาย แต่เนื่องจากอังกฤษได้ประกาศเลิกทาสไปตั้งแต่ ค.ศ. 1833 ทำให้ขาดแคลนแรงงาน คนบ้านนอกอพยพเข้ามาหางานทำที่โรงงาน เกิดสลัมเต็มเมือง  
      คนอยู่กันอย่างไร้สุขอนามัย น้ำเน่า ขยะ โรคระบาด อหิวาต์(อีโบล่ายังไม่มา) ฯลฯ  
      ครอบครัวอุ้มเด็กตัวเล็กๆ เข้าไปร่วมทำงานในโรงงาน  
      อาจารย์ของผู้เขียนที่นิเทศ จุฬาฯ เคยบอกว่า... ใครอยากเห็นบรรยากาศและเรื่องราวของสังคมอังกฤษยุคนั้นจริงๆ ให้ไปอ่านวรรณกรรม Charles Dickens …ยังไม่ได้อ่านค่ะ แต่เพื่อนติวให้ฟังก่อนเข้าห้องสอบ …แฮ่   
      นั่นเป็นเรื่องในมุมมืด แต่แมนเชสเตอร์ในอังกฤษก็ยังเป็นเมืองอันโชติช่วงชัชวาลย์ที่ยุโรปทั้งหมดหันมามอง  
      หลายคนจากต่างประเทศหอบเงินมาลงทุน มาถือหุ้น และมาตั้งกิจการทอผ้าที่แมนเชสเตอร์... เพราะทุกอย่างในการลงทุนที่แมนเชสเตอร์มันงดงามจริงๆ 
      เครื่องจักร ถ่านหิน วัตถุดิบ Logistics..รถไฟ..เรือ..ท่าเรือ แรงงาน ตลาดรับสินค้า ฯลฯ 
      โอ พระเจ้า… อะไรๆ มันดูดีไปหมด 
      จะเห็นว่าหลังจากอังกฤษจัดการจักรพรรดิ์นโปเลียนได้แล้วอังกฤษเก่งขึ้นมากผิดตา พอมาถึงสมัยพระนางเจ้า Victoria อังกฤษพิสูจน์ให้เห็นถึงฝีมือที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก  
      เพราะคนอังกฤษทำงานอย่างมีจินตนาการค่ะ 
      แต่ท่านผู้อ่านคะ... ขณะที่แมนเชสเตอร์กำลังหอมกรุ่นอยู่ในกลิ่นอวลของการลงทุนและกำไร เหตุการณ์ที่แมนเชสเตอร์ที่สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นต้นธารที่นำไปสู่การสะเทือนโลกอีกอย่างหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น... 
      นักลงทุนชาวเยอรมันครอบครัวหนึ่ง... มาตั้งโรงงานทอผ้าที่แมนเชสเตอร์ และพยายามให้ลูกชายคนหนึ่งเข้าดูแลกิจการนี้  
     แต่ลูกชายที่ครอบครัวนั้นส่งมาดูแลกิจการเมื่อได้เห็นสภาพของการใช้แรงงานทั้งที่โรงงานของพ่อตนเองและโรงงานในแมนเชสเตอร์แล้วถอดใจ       “พ่อครับ... ทำไมมัน(โคตร)เลวร้ายอย่างนี้... พ้ม ม่าย เข้า จาย จิง จิง…” 
      ลูกชายเจ้าของโรงงานนั้นชื่อ Friedrich Engels ค่ะ…  
      เขาคนนี้แหละคือผู้หนึ่งที่จะมาสร้างเรื่องเขย่าโลกหลังสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมที่แมนเชสเตอร์ 
      บางท่านอาจยังงงๆ หรืออาจไม่คุ้นกับชื่อ Friedrich Engels ว่าเป็นใครและจะมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคมต่อไปอย่างไร  
      แต่หากผู้เขียนจะเปิดเผยชื่อเพื่อนคู่ซี้ของเขาให้ฟังอีกคนแล้วท่านผู้อ่านต้องร้อง “อ๋อ” แน่นอนค่ะ  
      ก็ Karl Marx ไงละคะ...  
      เขียนเรื่องแขกขายผ้า แต่จะขอนำผู้อ่านแวะมาหาคู่ซี้... Duo 2 คนนี้ซะหน่อย อย่าเพิ่งไปไหนกันนะคะ... ตอนหน้าหนุกค่ะ... 

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์