สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (10) : กำหนดอายุการใช้งาน Uniform และข้อคิดในการบริจาค Uniform ที่เลิกใช้แล้ว
สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (10) : กำหนดอายุการใช้งาน Uniform และข้อคิดในการบริจาค Uniform ที่เลิกใช้แล้ว

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

update : 28 ตุลาคม 2558 15:24
ISBN : -


สิ่งที่ทำให้องค์กรให้ดูดี (10) : กำหนดอายุการใช้งาน Uniform และข้อคิดในการบริจาค Uniform ที่เลิกใช้แล้ว


องค์กรที่มีการใช้ Uniform จะต้องกำหนดอายุการใช้งานให้กับ Uniform ด้วย เพราะอะไรก็ตามที่มีการใช้งานย่อมมีอายุขัยหรือวันสุดท้ายของมัน
Uniform  ก็ไม่ได้ต่างจากธรรมชาติของสิ่งที่เราใช้สอยอย่างอื่น  ซึ่งเมื่อเราใช้ไปนานๆ ก็จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา Uniform ที่เคยมีสีสันสดใสก็จะกลายไปเป็นสีอื่น เนื้อวัสดุมันวาวก็จะยุ่ยหม่นหมองไม่งามเหมือนเดิม หากปล่อยให้พนักงานใช้ต่อไปอีก Uniform ซึ่งเคยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพนักงานและองค์กรจะกลับกลายมาทำลายภาพลักษณ์องค์กรเสียเอง
โดยทั่วไปแล้วองค์กรมักกำหนดว่าเมื่อครบ 1 ปี 2 ปี พนักงานต้องได้รับ Uniform ใหม่อะไรบ้าง ต้องมีเสื้อกี่ตัว กางเกง/กระโปรงกี่ตัว เข้มขัดฯลฯหรือบางแห่งให้ รองเท้าด้วย สิ่งของบางส่วนของ Uniform อาจจะให้ใช้ยาวนานกว่า 1 หรือ 2 ปีก็ได้ แต่ต้องกำหนดไว้ในคู่มือให้ชัดเจน การกำหนดอย่างนี้นอกจากจะทำให้พนักงานได้รับ Uniform ใหม่ทดแทนของเก่าที่เสื่อมสภาพตามวาระแล้ว ทางองค์กรสามารถตั้งงบประมาณเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายขององค์กรสำหรับปีถัดไปได้ถูกต้องด้วย
แต่ก่อนนั้นมักคิดกันว่า Uniform เป็น Identity คือเป็นแค่เพียงอัตลักษณ์องค์กร แต่ขณะนี้บางสำนักให้เป็นเรื่อง Symbology บ้าง  บางสำนักก็นำไปสร้างเป็นภาพที่ติดไปกับ Brand Ambassador ด้วย ฯลฯ ซึ่งให้ความหมายในเชิงกว้างออกไปอีก แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็เป็นเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวม ซึ่งส่งผลไปให้เกิดความรู้สึกทางสาธารณะว่า... งาม  สวย  เหมาะ ใช่ น่าเชื่อถือ ฯลฯ  
เมื่อเป็นดังนี้แล้วต้องลงไปดูว่าหลังจากที่พนักงานได้นำ Uniform ไปแต่งกันแล้วได้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กรตามเจตนารมณ์หรือไม่  แน่นอนว่าการเปลี่ยน Uniform ใหม่ตามวาระแทนของเก่าที่เสื่อมสภาพย่อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร
แต่ก็มีความจริงอีกส่วนหนึ่งว่าพนักงานบางคนเมื่อได้รับ Uniform ใหม่ไปแล้ว กลับนำไปเก็บ อาจเป็นเพราะเผลอ หรือเพื่อวัตถุประสงค์อย่างไรก็แล้วแต่  แล้วก็ทู่ซี้ใช้ของเสื่อมสภาพต่อไป ซึ่งก็เท่ากับว่าพนักงานเหล่านั้นกำลังนำอัตลักษณ์ที่โทรมๆ ขององค์กรไปใส่อวดชาวบ้านชาวเมืองต่อไป
พนักงานมีแนวคิดในการทู่ซี้ใช้ Uniform เก่าแทน Uniform ที่ได้มาใหม่ถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของการใช้ Uniform ขององค์กร เพราะภาพลักษณ์จาก Uniform เก่าที่ปรากฎต่อสาธารณะจะกลายเป็นภาพลักษณ์เชิงลบกับองค์กรไปทันที และอาจมีเสียงสะท้อนอยู่ในใจผู้พบเห็นว่า ...
“บริษัทนี้ยากจนสาหัสขนาดปล่อยให้พนักงานต้องใช้เสื้อผ้าเกือบจะเป็นผ้าขี้ริ้วแล้วเชียวหรือ?”
“ปีนี้ค่าหุ้นบริษัทนี้ท่าจะแย่ ขนาดว่ายังไม่มีเงินเปลี่ยน Uniform ใหม่ให้พนักงานเลย”
ฯลฯ
Oh! เจ็บค่ะเจ็บ... คำตำหนิลอยมานิดเดียวแต่ฝ่ายสื่อสารองค์กรต้องทำงานหนักค่ะท่านขา และต้องมาปวดหัวกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แทนที่จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น องค์กรทนไม่ได้แน่นอนสำหรับคำที่สะท้อนมาอย่างนั้น เรื่องนี้องค์กรต้องไปแก้กันที่ต้นเหตุค่ะ ต้องให้แต่ละหน่วยงานช่วยดูแลว่าพนักงานได้ดูแลตัวเองในเรื่องนี้อย่างถูกต้องแล้ว ต้องชี้แจงเหตุผลให้พนักงานเห็นว่า การละเลยในการไม่เปลี่ยน Uniform ใหม่แทนของเดิมซึ่งหมดอายุแล้วเป็นการเพิกเฉยต่อการร่วมดูแลภาพลักษณ์องค์กรที่ตนเองมีส่วนร่วมรับผิดชอบอยู่ ต้องเรียกมาทำความเข้าใจกันค่ะ เพราะน้องๆ บางคนอาจไม่เข้าใจถึงตรรกะที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ของการใช้ Uniform   
เมื่อมีการเปลี่ยนใช้ Uniform ใหม่แทนของที่เสื่อมสภาพ ก็ต้องถามต่อกันว่า “แล้วจะให้พวกหนูทำอย่างไรกับ Uniform ที่หมดอายุและเลิกใช้งานแล้วล่ะคะ?”
องค์กรก็คงไม่อยากเรียกคืนหรอกค่ะ เพราะคงไม่มีผู้บริหารคนไหนอยากให้สร้างโกดังเก็บของและต้องไปเสียเงินจ้างให้คนมาจัดการกับ Uniform ที่เลิกใช้แล้วซึ่งมีค่าทางบัญชีเป็นศูนย์ไปแล้ว
แต่พนักงานองค์กรใจบุญอีกหลายคนก็คิดถึงไปว่า Uniform ที่เลิกใช้แล้วเหล่านี้อาจยังมีค่าหากนำไปบริจาคให้กับคนยากไร้ หรือให้กับผู้ประสบภัยพิบัติ  เมื่อถึงเหตุการณ์ น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือนำไปให้กับชาวเขาใส่ตอนหน้าหนาว ฯลฯ
ซึ่งก็นับว่าเป็นความคิดต่อสาธารณะที่ดี แต่ในทางปฏิบัตินั้นต้องไม่ลืมว่า ของเมื่อพ้นจากมือพนักงานออกไปภายนอกแล้วจะไม่สามารถควบคุมได้อีก Uniform ที่บริจาคอาจถูกเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ และในที่สุดวันหนึ่ง Uniform ที่ใช้แล้วอาจไปอยู่กับคนที่นำเอาไปใส่ปล้นธนาคาร หรือเอาไปปลอมตัวเป็นพนักงานขององค์กรนั้นแล้วไปเรียกเงินใต้โต๊ะ หรือเอาไปใส่จีบสาว ฯลฯ ภาพเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในเรื่องร้ายๆ อย่างใดอย่างหนึ่งที่คิดไม่ถึงในสภาพบ้านเมืองปัจจุบัน
ครั้งหนึ่งสายการบินแห่งหนึ่งเคยได้รับแจ้งว่า ...เมื่อขับรถผ่านไปต่างจังหวัดแห่งหนึ่งเห็นผู้หญิงทำนาหลายคนใส่ชุดพนักงานสายการบินนั้นดำนาอยู่ ก็นึกไปว่าสายการบินนั้นได้ไปทำนาเป็นกิจการสมทบ แต่ในที่สุดก็ไม่ใช่ และก็หาสาเหตุกันว่าชุดพนักงานสายการบินนั้นไปอยู่ที่กลางทุ่งนาต่างจังหวัดได้อย่างไร เมื่อเจาะลึกเข้าไปก็ทราบว่า มีคนนำไข่ไก่มาแลกเสื้อผ้าใช้แล้วที่ประตูบ้าน ชุดพนักงานสายการบินจึงเดินทางไปกลายเป็นชุดใส่ดำนาที่ต่างจังหวัดในที่สุด...
ก็เอาเป็นว่า หากพนักงานองค์กรคนใดอยากจะบริจาค Uniform ที่ใช้แล้ว ต้องทำลายเอกลักษณ์องค์กรออกให้หมด ให้ดูไม่รู้ว่าเป็น Uniform ขององค์กรนั้นอีกต่อไป ...หรือองค์กรอาจจะร่วมกับสถาบันการศึกษา หรือองค์กรภาครัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานวิจัยต่างๆ  คิดกิจกรรมการแข่งขันหา วิธีการแปรสภาพ Uniform ที่เลิกใช้ไปทำประโยชน์อย่างอื่น หากทำได้จะช่วยทั้งป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับองค์กร และช่วยสร้างมูลค่าจากขยะได้ด้วย....พูดง่ายแต่อาจทำยาก แต่ก็น่าจะหาทางทำค่ะ  หากทำได้องค์กรอาจนำไปทำเป็นหัวข้อกิจกรรม CSR ได้ด้วย
ผู้เขียนขอจบเรื่อง “Uniform สิ่งหนึ่งที่ทำให้องค์กรดูดี”  ไว้แค่นี้ค่ะ ซึ่งเขียนมาครบ 10 ตอน พอดี  ผู้อ่านสามารถอ่านทุกตอนย้อนหลังได้ที่ www.imagepoolwise.com และคิดว่าต่อไปอาจนำมารวมไว้ในพ็อกเก็ตบุ้คชื่อ “สิ่งที่ทำให้องค์กรดูดี” ก็ได้ค่ะ
และเป็นการทิ้งท้ายให้กับเรื่อง Uniform...  ที่กำลังจะจบลง ผู้เขียนขอถามว่า
“ Uniform อะไรเอ่ย ... ที่พวกมิจฉาชีพนำไปใช้ทำมาหากินกันอย่างแพร่หลายที่สุด ...ลองเดาได้ไหมคะ ?
ตอบว่าคือ Uniform ของพระค่ะ พวกมิจฉาชีพเดินไปในวัดปลดเอาจากที่หลวงพี่หลวงพ่อตากไว้ตามข้างกุฏิ ...ฝากอุบาสก อุบาสิกา ช่วยกันดูแลด้วยค่ะ

บทความที่น่าสนใจ
 
  • การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์