การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม
การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม

โดย : ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา ผู้เชี่ยวชาญการสื่อสารในภาวะวิกฤติ กรรมการผู้อำนวยการ ใหญ่ (President) บริษัท IMAGEPOOLจำกัด

update : 20 มีนาคม 2558 10:09
ISBN : หนังสือพิมพ์โพสทูเดย์


การสื่อสารในภาวะวิกฤติ สิ่งที่องค์กรเมืองไทยมองข้าม


  การสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication)  เป็นแนวทางที่ องค์กรในประเทศไทยให้ความสำคัญน้อยที่สุด  หรือไม่เคยให้ความสำคัญเลยทุกองค์กรมักจะให้ความสำคัญเฉพาะการจัดการในภาวะวิกฤติ (Crisis Management) เป็นอันดับแรก

     การจัดการในภาวะวิกฤติ (Crisis Management) เป็นสิ่งที่ทุกคนจับต้องได้เพราะตีมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับองค์กร เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกองค์กรต้องมุ่งเข้าไประงับเหตุนั้นๆ ให้รวดเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีข้อบังคับใช้กฏหมาย  หรือกฏระเบียบที่นิคมอุตสาหกรรม หรือแม้แต่สถาบันระดับนานาชาติก็มีการวางแนวทางการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อบังคับใช้ไว้อย่างชัดเจนจนทำให้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการดำเนินกิจการขององค์กร ดังนั้นทุกองค์กรจึงจำเป็นต้องมี การจัดทำแผนการจัดการในภาวะวิกฤติ (Crisis Management)   และจัดการฝึกซ้อมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  แถมยังมีการซ้อมใหญ่ซ้อมย่อยอีกด้วย 

     การสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication) กลับกลายเป็นสิ่งที่องค์กรในประเทศไทยให้ความสำคัญน้อยที่สุดอาจจะเป็นเพราะสาเหตุดังต่อไปนี้

          1. ผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติมักจะเข้าใจว่า CRISIS MANAGEMENT เป็นแผนสำเร็จรูปที่มีการสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication) รวมกันอยู่แล้ว

          2. บางองค์กรคิดว่าเรื่องการประสานงาน  การติดต่อ  เพื่อเข้าระงับเหตุในขณะเกิดเหตุ เป็นการสื่อสารในภาวะวิกฤติแล้ว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication) ที่เป็นเนื้อแท้จริงๆต่อไป

          3. ส่วนหนึ่งของ แผนCRISIS MANAGEMENT  ทั่วไปมักจะมีหัวข้อของการจัดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนอยู่ด้วย จึงทำให้หลายๆ องค์กรคิดว่า นั่นเป็นการสื่อสารในภาวะวิกฤติ ทั้งๆ ที่จริงแล้วเรื่องการสื่อสารในภาวะวิกฤติยังมีข้อปฏิบัติอีกมากมายที่จะต้อง ดำเนินการ

          4. ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ประมวลหรือประเมิน ถึงมูลค่าความเสียหายที่สามารถจับต้องออกมาได้ แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่า หากจัดการกับการสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication)ไม่ดี  มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์  จะสูงกว่าความเสียหายจาก ทรัพย์สิน สินค้า ที่สูญเหสียไปกับเหตุการณ์เช่นไฟไหม้ ระเบิด ฯลฯ เสียอีก

     ถ้าองค์กรจัดการกับการสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication) แบบไม่เป็นมือชีพก็จะส่งผลให้เกิดวิกฤติข่าวสารวิกฤติภาพลักษณ์และวิกฤติศรัทธาได้

     บางองค์กรเข้าใจเพียงว่าการสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication) เป็นการเตรียมพร้อม  เฉพาะเรื่องการฝึกซ้อมให้ฝ่ายบริหารและผู้เกี่ยวข้องได้มีโอกาสเข้ารับการ ฝึกอบรมการสัมภาษณ์ทางวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์  แต่ในความเป็นจริงการสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication)  มีมากกว่านั้น  เพราะถ้าพูดถึงเรื่องสือมวลชนต้องก้าวล่วงเข้าไปถึงการประเมินการนำเสนอของสื่อต่างๆ นาทีต่อนาที  ตลอดจนทัศนคติในการนำเสนอข่าวของสื่อ ตลอดไปจนถึงการจ้องถล่มของคู่ต่อสู้อีกด้วย

     ไม่แต่เพียงแค่นั้น  หากมีผู้ประสบภัยเกิดขึ้นจากเหตุการณ์  ก็จะต้องมีจะวิธีการจัดการและสื่อสารอย่างเป็นระบบ   มีเทคนิคการช่วงชิงพื้นที่ข่าวตลอดถึงการสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication) โดยมีการเตรียมการล่วงหน้า การช่วงชิงการเผยแพร่ข่าวโดยคิดล่วงหน้าว่าทำอย่างไร สื่อมวลชนจึงจะนำเสนอข่าว ออกมาในเชิงบวกให้ได้  รวมถึงทำอย่างไรญาติพนักงานและญาติผู้ประสบภัย รู้สึกประทับใจว่าองค์กรไม่ทอดทิ้ง  องค์กรมีความจริงใจ มีความ รับผิดชอบ  เป็นองค์กรที่ไว้ใจได้   นี่คือกระบวนการของการเตรียมการให้มีการสื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication) ไว้ล่วงหน้าทั้งสิ้น

     นอกจากนี้สิ่งที่องค์กรต้องไม่มองข้ามก็คือการสื่อสารภายในองค์กร  โดยสื่อสารกับพนักงานทุกระดับทุกพื้นที่  ดังนั้นองค์กรที่ชาญฉลาดควรจะมีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า  เช่นกัน  เพื่อให้พนักงานเกิดการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถสื่อสารแทนองค์กรได้อย่างชาญฉลาด

การเตรียมการการสื่อสารในภาวะวิกฤติ  (Crisis Communication)  จะทำให้องค์กรสามารถเผชิญเหตุการณ์ได้อย่างมีสติ  สามารถเรียกทีเสริมได้ทันท่วงที  มีการตัดสินใจที่รอบด้าน  และมีทางเลือกมากกว่า

     องค์กรที่มีความจำเป็นต้องเตรียมการด้านการ สื่อสารในภาวะวิกฤติ(Crisis Communication)  ไม่จำเป็นต้อง เป็นองค์การใหญ่มีชื่อเสียงเท่านั้น  แต่ทุกองค์กรที่มีความเสี่ยงก็ควรเตรียมการไว้ด้วยเช่นกัน

     อย่าให้วันเวลาล่วงเลยไปทุกวินาทีมีค่า  บางองค์กรห่วงเรื่องงบประมาณ  สำหรับองค์กรที่ชาญฉลาดจะทราบได้ว่างบประมาณสำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายแต่เป็นการลงทุน  ดังนั้นจึงไม่มีคำว่าสูญเปล่าหรือลงทุนผิดแน่นอน

หากองค์กรใดประสงค์จะค้นหาข้อมูล เพิ่มเติม สามารถ เยี่ยมชม Website ได้ที่
website: http://www.imagepoolwise.com
tel: 02-967-0110-2
mobile: 08-1829-3648
email: contact@imagepoolwise.com

Download: 1_20100829134809_3.pdf

บทความที่น่าสนใจ
 
  • Fortune Cookie
  • Oktoberfest กับ Big Six (1)
  • Oktoberfest (2)
  • Spargel... ผักแวมไพร์
  • ทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
  • สี ฟ้า-ขาว : แบรนด์ของบาวาเรีย
  • พรรคบาเยิร์น (BP)
  • เยี่ยมบริษัท BMW ที่ มิวนิก
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (2)
  • ทำพื้นที่ต้อนรับลูกค้าให้... Wow ! (3)
  • Nostalgia ช่วยสร้างแบรนด์
  • “แฟนพันธุ์แท้”  ต้องรักษาไว้ให้ดี